รีเซต

ลุ้นครม.เคาะ! "เราเที่ยวด้วยกันเฟส 4" คาดเริ่มเดือนก.พ.นี้

ลุ้นครม.เคาะ! "เราเที่ยวด้วยกันเฟส 4" คาดเริ่มเดือนก.พ.นี้
TNN ช่อง16
16 มกราคม 2565 ( 16:07 )
202
ลุ้นครม.เคาะ! "เราเที่ยวด้วยกันเฟส 4" คาดเริ่มเดือนก.พ.นี้

วันนี้ (16ม.ค.65) นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งเป็นคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้งบประมาณ จะมีการนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 25 ม.ค.นี้ และหากโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 4 ผ่านการพิจารณา จะเริ่มดำเนินการได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยหวังว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนจะคลี่คลาย สนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น 

 

เนื่องจากที่ผ่านมา สถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวไทย หรือ ไทยเที่ยวไทย หลังเทศกาลปีใหม่ อาจมีความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโอมิครอน ประกอบกับทางกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประกาศยกระดับเตือนภัยโควิด-19 เป็นระดับ 4 ทั้งนี้ได้มีการเคลียร์ประเด็นเรื่องภาครัฐไม่ได้ห้ามไม่ให้มีการเดินทางไปเรียบร้อยแล้ว แต่นักท่องเที่ยวบางคนอาจยังกังวล และให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการควบคุมโอมิครอน จึงทำให้ชะลอการเดินทางไปบ้าง

 

สำหรับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คาดการณ์ว่า ประเทศไทยปี 2565 จะมีรายได้รวมจากการท่องเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 1.3-1.8 ล้านล้านบาท จากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 160 ล้านคนครั้ง สร้างเม็ดเงินสะพัดราว 7 แสนล้านบาท ส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวต่างชาติ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย 5-15 ล้านคน สร้างรายได้ราว 8 แสนล้านบาท 

 

นอกจากนี้ 1 เมษายนนี้ กระทรวงท่องเที่ยวฯ จะมีการจัดเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยคนละ 300 บาท เข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติ หรือ "ค่าเหยียบแผ่นดิน" เพื่อนำเงินไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในไทย และทำประกันให้นักท่องเที่ยว กรณีประสบอุบัติเหตุหรือเสียชีวิต จะได้รับวงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท หรือ ค่ารักษาพยาบาล ได้รับสูงสุด 5 แสนบาท เป็นต้น โดยวางแผนเก็บรวมกับค่าตั๋วเครื่องบินกรณีเดินทางทางอากาศ และอยู่ระหว่างการพิจารณาวิธีการเรียกเก็บจากการเดินทางทางบก คาดว่า จะสามารถจัดเก็บเงินได้ประมาณ 1,500 ล้านบาท กรณีมีนักท่องเที่ยวเข้าไทย 5 ล้านคน

 

ภาพจาก เราเที่ยวด้วยกัน / AFP

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง