รีเซต

"โรคเสพติดการทิ้ง" Compulsive Decluttering เส้นบางๆ ระหว่างความมีระเบียบ กับความผิดปกติทางจิตใจ

"โรคเสพติดการทิ้ง" Compulsive Decluttering เส้นบางๆ ระหว่างความมีระเบียบ กับความผิดปกติทางจิตใจ
TNN ช่อง16
5 พฤษภาคม 2569 ( 11:27 )
1

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า "ทิ้งของที่ไม่ใช้ เพื่อคืนพื้นที่ให้ชีวิต" แต่ถ้าการทิ้งนั้นเริ่มลุกลามจนกลายเป็นความกังวลใจ หรือทิ้งทุกอย่างจนไม่เหลือของที่จำเป็น นั่นอาจไม่ใช่การจัดบ้านแบบทั่วไป แต่คือ "โรคเสพติดการทิ้ง" (Compulsive Decluttering) 


โรคเสพติดการทิ้ง (Compulsive Decluttering) คืออะไร?

โรคเสพติดการทิ้ง คือภาวะทางจิตเวชที่บุคคลมีความต้องการ "กำจัด" สิ่งของออกจากสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างรุนแรง และต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน


ในขณะที่ โรคสะสมของ (Hoarding Disorder) คือการไม่ยอมทิ้งอะไรเลย โรคเสพติดการทิ้ง ก็คือขั้วตรงข้ามที่ทิ้งทุกอย่างที่ขวางหน้า เพราะรู้สึกว่าสิ่งของเหล่านั้นเป็นขยะ เป็นภาระ หรือทำให้เกิดความไม่สบายใจอย่างรุนแรง


เช็กอาการแบบไหนที่เรียกว่า "เสพติดการทิ้ง"

1.ทิ้งไม่สนโลก ทิ้งของที่ยังจำเป็นต้องใช้ หรือของที่มีมูลค่าทางจิตใจไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง แล้วมารู้สึกเสียดายทีหลัง


2.กังวลเมื่อเห็นของ รู้สึกเครียด กระวนกระวาย หรือหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อเห็นสิ่งของวางอยู่บนโต๊ะหรือในห้อง แม้จะเป็นของที่จัดระเบียบแล้วก็ตาม


3.มีความสุขแค่ตอนทิ้ง จะรู้สึกผ่อนคลายหรือมีความสุขชั่วคราว เฉพาะตอนที่เห็นถุงขยะเต็มหรือเห็นพื้นที่ว่างเปล่า


4.ลามไปถึงของคนอื่น: เริ่มแอบทิ้งของคนในครอบครัว หรือตำหนิคนรอบข้างที่เก็บของไว้ จนเกิดปัญหาความสัมพันธ์


5.ทำซ้ำๆ ไม่สิ้นสุด ต้องเช็กตู้เสื้อผ้าหรือลิ้นชักซ้ำๆ เพื่อหาดูว่ามีอะไรที่พอจะทิ้งได้อีกบ้าง

สาเหตุของการ "เสพติดการทิ้ง"?

1.โรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD)

ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่จัดว่าอาการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ OCD โดยการทิ้งคือการ "ทำซ้ำ" เพื่อลดความกังวลจาก "ความคิด" ที่ว่าบ้านรกหรือสกปรก


2.ความต้องการควบคุม

ในช่วงที่ชีวิตส่วนอื่นควบคุมไม่ได้ (เช่น ปัญหาความสัมพันธ์หรือการงาน) การได้ควบคุมสิ่งของในบ้านทำให้รู้สึกปลอดภัยและมีอำนาจจัดการชีวิต


3.ปมในอดีต

 บางคนอาจเคยเติบโตมาในบ้านที่สะสมของจนรกรุงรัง จึงเกิดพฤติกรรมสะท้อนกลับด้วยการทิ้งทุกอย่างเพื่อไม่ให้เป็นแบบนั้น


4.ค่านิยม Minimalist ที่สุดโต่งเกินไป 

การตีความคำว่า "น้อยแต่มาก" ผิดไป จนมองว่าการมีของคือความล้มเหลวในการใช้ชีวิต

แนวทางการรักษาและบำบัด

โรคนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าอายและสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ ดังนี้


1. การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม

เป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด นักจิตวิทยาจะช่วยให้คุณสำรวจว่า "ความกังวลจริงๆ คืออะไร" และฝึกให้คุณทนอยู่กับสิ่งของได้โดยไม่ทิ้งทันที 


2. การปรึกษาจิตแพทย์

ในบางรายที่มีอาการรุนแรงหรือมีภาวะซึมเศร้า/วิตกกังวลร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาในกลุ่ม SSRIs เพื่อปรับสมดุลสารเคมีในสมอง ลดอาการย้ำคิดย้ำทำ


3. การฝึกสติ

ฝึกให้รู้เท่าทันอารมณ์ชั่ววูบเมื่ออยากทิ้ง ถามตัวเองว่า "เราต้องการทิ้งเพราะมันไม่มีประโยชน์จริงๆ หรือทิ้งเพราะเรากำลังเครียด?"


คำแนะนำสำหรับคนรอบข้าง

-หากคนใกล้ตัวมีอาการนี้ "ห้ามดุด่าหรือบังคับให้เขาหยุดทิ้งทันที" เพราะจะยิ่งเพิ่มความเครียดและทำให้เขาแอบทิ้งหนักกว่าเดิม ควรใช้วิธีการรับฟัง และชวนไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยบอกว่าเป็นห่วงเรื่องความเครียดที่เขากำลังเผชิญอยู่


การมีบ้านที่สะอาด และโล่งเป็นเรื่องดี แต่ต้องไม่ลืมว่า "บ้าน" คือสถานที่ที่เก็บรวบรวมความทรงจำและสิ่งของที่หล่อเลี้ยงชีวิต การหาจุดสมดุลระหว่างความว่างเปล่ากับความหมายของสิ่งของ คือกุญแจสำคัญของความสุข

ข่าวที่เกี่ยวข้อง