เคสคนไข้กินสุกี้ เจอโรคไข้หูดับ หัวใจหยุดเต้น ช็อกหมดสติ

นพ.สุรพันธ์ เจริญธัญรักษ์ อายุรแพทย์ โรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลขอนแก่น แชร์เรื่องราวอุทาหรณ์ด้านสุขภาพสำหรับคนที่ชอบกินชาบู สุกี้ หมูกระทะ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Suraphan Charoentanyarak"
โดยระบุว่า ผู้ป่วยเกิดภาวะติดเชื้อรุนแรงจากเชื้อ Streptococcus suis หรือเชื้อที่ก่อโรค “ไข้หูดับ” ภายหลังไปรับประทานสุกี้ร้านดัง ทั้งที่ไม่มีประวัติกินเนื้อหมูดิบ
ติดเชื้อไข้หูดับ จนช็อก หัวใจหยุดเต้น
เคสผู้ป่วย หลังไปกินสุกี้ เข้ารับการรักษาด่วนด้วยอาการถ่ายเหลว ความดันโลหิตตก และรุนแรงจนถึงขั้น หัวใจหยุดเต้น (Cardiac Arrest) ต้องทำ CPR ปั๊มหัวใจขึ้นมาที่ห้องฉุกเฉิน ผู้ป่วยอยู่ในภาวะช็อกจากการติดเชื้อในกระแสเลือด และอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ (Septic shock with multiple organ failure)
ผลการเจาะเลือดเพาะเชื้อ (Hemoculture) พบเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus suis (เชื้อที่ก่อให้เกิดโรคไข้หูดับ) ขึ้นถึง 2 ขวด ซึ่งเป็นการยืนยันว่ามีการติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรงจริง
แต่น่าตกใจที่เมื่อซักประวัติ "ผู้ป่วยไม่ได้มีพฤติกรรมกินเนื้อหมูดิบเลย" สิ่งเดียวที่พบคือ ผู้ป่วยเพิ่งไปทานสุกี้ร้านดัง ที่มีสาขาหลายแห่งทั่วประเทศ พูดไปก็รู้จัก
เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร?
คำตอบที่อธิบายเรื่องนี้ได้ดีที่สุดคือ "การปนเปื้อนข้าม" (Cross-contamination)
เวลาเราไปกินชาบูหรือปิ้งย่าง สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ คือ
- ใช้ตะเกียบหรือที่คีบ "อันเดียวกัน" คีบหมูดิบลงหม้อ แล้วก็ใช้ตะเกียบอันนั้นคีบหมูสุกเข้าปาก
- ลวกหมูแบบแกว่งๆ ในน้ำซุปที่อาจจะยังไม่เดือดจัด ทำให้เนื้อหมูสุกไม่ทั่วถึง
เชื้อ Streptococcus suis ในหมูดิบนั้นอันตรายเสมอ ไม่ว่าร้านอาหารนั้นจะดูดี เลิศหรู หรือมีสาขาในห้างสรรพสินค้าหรือไม่ก็ตาม หากกระบวนการกินมีการปนเปื้อนข้าม เชื้อก็สามารถเข้าสู่กระบวนการย่อยอาหารและกระแสเลือดได้ และเคสลักษณะนี้ไม่ได้เพิ่งเกิด แต่มีให้แพทย์พบเจอในห้องฉุกเฉินและ ICU อยู่เรื่อยๆ
เพื่อความปลอดภัยของทุกคน เราควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างไร?
สำหรับประชาชน (ผู้บริโภค)
ต้องมีสติทุกครั้งที่ทานอาหารประเภทนี้ กฎเหล็กคือ "ต้องแยกที่คีบหมูดิบ กับตะเกียบที่ใช้กินเข้าปากออกจากกันเด็ดขาด" และเนื้อหมูต้องต้มหรือปิ้งให้สุกจัดเสมอ ไม่กินแบบสุกๆ ดิบๆ
สำหรับร้านอาหาร/ผู้ประกอบการ
ควรจัดให้มี "ที่คีบเนื้อดิบ" แยกจากตะเกียบรับประทานอย่างชัดเจน (เช่น ใช้ที่คีบคนละสี) ให้เป็นมาตรฐานของร้านทุกโต๊ะ โดยไม่ต้องให้ลูกค้าทวงถาม และควรมีการอบรมพนักงานหรือมีป้ายให้ความรู้เตือนลูกค้าบนโต๊ะอาหาร
สำหรับหน่วยงานสาธารณสุข
ควรเข้ามามีบทบาทในการควบคุม มาตรฐานความปลอดภัย และรณรงค์ให้ความรู้เรื่องการหลีกเลี่ยง Cross-contamination ในร้านอาหารประเภทนี้อย่างจริงจังมากขึ้น
เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของร้านใดร้านหนึ่ง แต่เป็น "พฤติกรรมการกิน" และ "ความตระหนักรู้" ที่เราต้องช่วยกันปรับเปลี่ยน เพื่อป้องกัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
