รีเซต

รู้จัก "Astraphobia" โรคกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า ฝนตกทีไรใจจะขาด เข้าใจความทรมานของคนกลัวเสียงฟ้า

รู้จัก "Astraphobia" โรคกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า ฝนตกทีไรใจจะขาด เข้าใจความทรมานของคนกลัวเสียงฟ้า
TNN ช่อง16
15 พฤษภาคม 2569 ( 11:34 )

เข้าสู่ฤดูฝน หลายคนอาจมองว่าเป็นช่วงเวลาที่เย็นชุ่มฉ่ำ แต่สำหรับบางคน "เสียงฟ้าร้อง" หรือ "ฟ้าผ่า" กลับเป็นเหมือนฝันร้ายที่ทำให้หัวใจเต้นรัว มือสั่น และอยากจะหายไปจากตรงนั้นทันที อาการนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความขี้ขลาด แต่มันคือสภาวะทางจิตวิทยาที่เรียกว่า "Astraphobia"


Astraphobia คืออะไร?

Astraphobia คือโรคกลัวเฉพาะอย่าง (Specific Phobia) ที่มีความกลัวเสียงฟ้าร้อง และฟ้าผ่าอย่างรุนแรงเกินกว่าเหตุ แม้จะรู้ตัวว่าอยู่ในที่ปลอดภัยอย่างในบ้าน หรืออาคารที่มั่นคง แต่ร่างกาย และจิตใจกลับตอบสนองเหมือนกำลังเผชิญอันตรายถึงชีวิต


อาการแบบไหนที่เรียกว่า "เข้าข่าย"?

คนที่มีอาการ Astraphobia มักจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบทั้งทางร่างกาย และพฤติกรรม ดังนี้

1.อาการทางร่างกาย

ใจสั่น หน้ามืด เหงื่อออกตามมือ ตัวสั่น คลื่นไส้ หรือหายใจลำบาก (คล้ายอาการ Panic Attack)

2.อาการทางจิตใจ 

รู้สึกวิตกกังวลอย่างรุนแรงตั้งแต่วันที่พยากรณ์อากาศบอกว่าฝนจะตก

3.พฤติกรรมหลบหนี

พยายามหาที่ซ่อนที่คิดว่า "มิดชิด" ที่สุด เช่น ใต้ผ้าห่ม ในตู้เสื้อผ้า หรือในห้องน้ำที่ไม่มีหน้าต่าง เพื่อปิดกั้นการรับรู้ทั้งแสงและเสียง


สาเหตุของโรค

-ประสบการณ์ฝังใจในอดีต เคยมีเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นพร้อมฝนฟ้าคะนอง เช่น ไฟไหม้ ต้นไม้ล้ม หรือเคยเห็นคนถูกฟ้าผ่า

-พันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม หากคนในครอบครัวเป็นโรคกลัวหรือโรควิตกกังวล เด็กอาจซึมซับพฤติกรรมความกลัวนั้นมาโดยไม่รู้ตัว

-กลไกการเอาตัวรอด ตามธรรมชาติ มนุษย์ถูกออกแบบมาให้กลัวเสียงดังและแสงจ้าเพื่อป้องกันอันตราย แต่ในคนที่เป็น Astraphobia กลไกนี้ทำงาน "ไวเกินไป" จนคุมไม่ได้

5 วิธีจัดการความกลัวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพายุ

หากต้องติดอยู่ในสถานการณ์ที่ฝนฟ้าคะนองรุนแรง ลองใช้วิธีเหล่านี้เพื่อดึงสติและลดความกังวล

1. สร้าง Safe Zone (พื้นที่ปลอดภัย)

หาพื้นที่ที่ทำให้คุณรู้สึกมั่นใจที่สุดในบ้าน เช่น มุมห้องที่ไกลหน้าต่าง หรือห้องที่เก็บเสียงได้ดี การอยู่ในที่ที่มองไม่เห็นแสงฟ้าแลบจะช่วยลดสิ่งกระตุ้นได้มาก


2. ใช้เครื่องมือช่วย 

การใส่หูฟังแบบตัดเสียง (Noise Cancelling) หรือเปิดเพลง/White Noise ดังๆ เพื่อกลบเสียงฟ้าร้อง จะช่วยให้สมองไม่โฟกัสไปที่เสียงภายนอกที่น่ากลัว


3. ฝึกหายใจแบบ 4-7-8

-หายใจเข้าทางจมูก 4 วินาที

-กลั้นหายใจไว้ 7 วินาที

-ผ่อนลมหายใจออกทางปากยาวๆ 8 วินาที

วิธีนี้จะช่วยส่งสัญญาณให้ระบบประสาทคลายตัวและลดความตื่นตระหนก


4. เบี่ยงเบนความสนใจ 

หากิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิทำ เช่น เล่นเกมในมือถือ ต่อจิ๊กซอว์ หรือคุยโทรศัพท์กับเพื่อน เพื่อให้สมองจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่นแทนที่จะคอยเงี่ยหูฟังเสียงฟ้า


5. เผชิญหน้าด้วยความเข้าใจ

ในวันที่อากาศดี ลองฝึกดูภาพพายุหรือฟังเสียงฟ้าร้องจากลำโพงเบาๆ (ค่อยๆ เพิ่มระดับเสียงทีละนิด) เพื่อให้สมองเกิดความคุ้นเคยและเรียนรู้ว่าเสียงเหล่านี้ทำอันตรายเราไม่ได้ (หากอาการรุนแรง ควรทำภายใต้คำแนะนำของนักจิตวิทยา)


เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์?

หากความกลัวเริ่มกระทบกับการใช้ชีวิต เช่น ไม่กล้าไปทำงานเพราะกลัวฝนจะตก หรือมีความเครียดสะสมจนนอนไม่หลับ การปรึกษาจิตแพทย์เพื่อรับการบำบัด เป็นทางออกที่เห็นผลได้ดีและยั่งยืนที่สุด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง