รีเซต

ฝนสะสมยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 8% จับตา “3 พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง” มีที่ไหนบ้าง? เช็กเลย!

ฝนสะสมยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 8% จับตา “3 พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง” มีที่ไหนบ้าง? เช็กเลย!
TNN ช่อง16
7 สิงหาคม 2569 ( 09:30 )

กรมชลประทานเผย แม้หลายพื้นที่จะมีฝนตกเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ปริมาณฝนสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 8 อีกทั้งฝนที่ตกส่วนใหญ่กระจายตัวเฉพาะพื้นที่บริเวณชายขอบประเทศ ส่งผลให้หลายพื้นที่ยังมีความเสี่ยงเผชิญภาวะฝนทิ้งช่วงและปริมาณน้ำต้นทุนไม่เพียงพอ จึงเร่งวางแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับฤดูแล้งในปีหน้า โดยเฉพาะภาคเกษตร


ด้านนายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ฝนในช่วงนี้จะเริ่มดีขึ้น แต่ภาพรวมปริมาณฝนสะสมยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 8 ขณะที่ฝนตกเฉพาะบางพื้นที่ ทำให้หลายพื้นที่ในภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และบางส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงเผชิญฝนตกน้อยและฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ ลำน้ำสายสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ชี และมูล ยังมีปริมาณน้ำอยู่เพียงประมาณร้อยละ 30 ของความจุ จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งและลดผลกระทบต่อภาคการเกษตร


กรมชลประทานยังระบุว่า มี 3 พื้นที่สำคัญที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยแล้งเป็นพิเศษ ได้แก่


1. พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

เป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ขณะนี้กรมชลประทานได้เร่งผันน้ำจากคลองวังโตนดเข้าสู่อ่างเก็บน้ำประแสร์ และผันน้ำจากคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตเข้าสู่อ่างเก็บน้ำบางพระ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำสำรองและสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในพื้นที่


2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

ครอบคลุมจังหวัดนครราชสีมา สุรินทร์ และศรีสะเกษ ซึ่งมีเขื่อนสำคัญ ได้แก่ เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำแชะ และเขื่อนลำพระเพลิง มีปริมาณฝนตกต่ำกว่าปกติ ส่งผลให้น้ำต้นทุนมีแนวโน้มไม่เพียงพอสำหรับการทำนาปรังในฤดูแล้งหน้า จึงอาจจำเป็นต้องงดการเพาะปลูกนาปรัง และให้ความสำคัญกับการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค รวมถึงการรักษาระบบนิเวศเป็นลำดับแรก


3. ภาคใต้ตอนบน

บริเวณจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีฝนตกน้อยเช่นกัน ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำสำคัญมีปริมาณน้ำอยู่ในระดับต่ำ โดยเขื่อนแก่งกระจานมีน้ำกักเก็บร้อยละ 38 ของความจุอ่าง ส่วนเขื่อนปราณบุรีมีน้ำกักเก็บเพียงร้อยละ 24 ทำให้การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ต้องเน้นการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคเป็นหลัก


นายธเนศร์กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมวางมาตรการรองรับสถานการณ์ฤดูแล้งล่วงหน้า เพื่อกำหนดแนวทางการเพาะปลูกและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เสี่ยง โดยจะส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชใช้น้ำน้อย ลดการทำนาปรังในพื้นที่ที่มีน้ำต้นทุนจำกัด รวมถึงสนับสนุนการเลี้ยงสัตว์เป็นอีกทางเลือกในการสร้างรายได้ เพื่อลดผลกระทบจากภาวะขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง