"ภาวะพูดไม่ออก" ทำไม?บางคนใช้เวลาทั้งชีวิต เพื่อพูดเรื่องที่เจ็บที่สุด เพียงไม่กี่นาที

นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก "คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา" โดยระบุว่า
ทำไมบางคนใช้เวลาหลายปี กว่าจะกล้าพูดเรื่องที่เจ็บที่สุดในชีวิต?
ต้องบอกว่า ในทางจิตวิทยาแล้ว การเข้าถึง*บาดแผลที่ลึกที่สุดในชีวิต*ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนการเปิดสมุดบันทึกอ่านครับ แต่มันเหมือนการค่อยๆเปิดประตูห้องมืด(ที่ปิดตายมานาน)พร้อมคำถามที่วนเวียนว่า
“ถ้าเปิดออกมาแล้ว เราจะยังปลอดภัยอยู่ไหม?”
หลายคนอาจสงสัยว่าถ้าเจ็บจริงทำไมไม่พูดตั้งแต่ตอนนั้น? แต่ในทางจิตวิทยาการไม่พูดไม่ได้แปลว่าไม่เจ็บครับ แต่มันอาจสะท้อนว่าในเวลานั้น เขายังไม่มี "ภาษา" ไม่มีพื้นที่ปลอดภัยหรือมีพลังใจมากพอจะเผชิญหน้ากับความจริงที่ใหญ่เกินกว่าหัวใจจะรับไหว
และเหตุผลสำคัญมี 3 ข้อ
1.ความอับอาย
บาดแผลทางใจทีารุนแรงมีความสามารถในการ*บิดเบือนความจริง*ได้ จนเหยื่ออาจโทษตัวเองว่า "เราทำอะไรผิดหรือเปล่า" แทนที่จะมองว่าเป็นความผิดของผู้กระทำ
2.กลัวไม่มีใครเชื่อ
การพูดออกมาคือการวางชีวิตส่วนที่เปราะบาวที่สุดไว้ตรงหน้าคนอื่น หากคนฟังตอบกลับด้วยการตั้งคำถามเหมือนการสอบสวน มันจะกลายเป็นบาดแผลซ้ำสองที่ปิดปากเขาให้เงียบลงกว่าเดิม
3.ความซับซ้อนของสถานการณ์ หรือตัวบุคคล
หากผู้กระทำคือคนใกล้ตัวหรือคนที่สังคมเคารพ การพูดความจริงอาจหมายถึงการทำให้ครอบครัวสั่นคลอน หรือการถูกตราหน้าว่าเป็นคนทำลายชื่อเสียง
นอกจากนั้น ในมุมของสมอง บาดแผลทางใจ เหล่านี้ไม่ได้ถูกเก็บเป็นไฟล์วิดีโอที่เรียงลำดับชัดเจน แต่มันมักถูกเก็บเป็น *เศษเสี้ยว* ของภาพ เสียง และความรู้สึกขยะแขยงที่อธิบายไม่ได้ ซึ่งต้องใช้เวลาและระยะห่างที่มากพอในการค่อยๆประกอบเศษเสี้ยวเหล่านั้นกลับมาเป็นเรื่องราวอีกครั้ง
สุดท้ายนี้ หมออยากบอกว่า การพูดช้าไม่ได้แปลว่าเรื่องนั้นไม่มีน้ำหนัก และความเงียบในอดีตไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือการพยายามมีชีวิตรอดในวันที่โลกยังไม่พร้อมจะฟัง เพราะบางความจริงต้องรอวันที่เราแข็งแรงพอจะหันกลับไปมองมัน โดยไม่แตกสลายอีกครั้ง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
