รีเซต

ภัยเงียบใต้ทะเล “ไมโครพลาสติก” เร่งโลกร้อน มหาสมุทรเสี่ยงเป็นที่ปล่อยคาร์บอน

ภัยเงียบใต้ทะเล  “ไมโครพลาสติก” เร่งโลกร้อน มหาสมุทรเสี่ยงเป็นที่ปล่อยคาร์บอน
TNN ช่อง16
7 มกราคม 2569 ( 13:00 )
14

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า “ไมโครพลาสติก” กำลังคุกคามบทบาทสำคัญของมหาสมุทรในการควบคุมอุณหภูมิโลกอย่างเงียบ ๆ โดยรบกวนความสามารถของทะเลในการดูดซับก๊าซเรือนกระจกและความร้อนส่วนเกิน ซึ่งอาจเร่งวิกฤตโลกร้อนให้รุนแรงขึ้นเร็วกว่าที่คาด

 

สำหรับมหาสมุทรนั้นถือเป็นแนวป้องกันด่านสำคัญของโลกต่อภาวะโลกร้อน โดยข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติระบุว่า ทะเลผลิตออกซิเจนถึง 50% ที่มนุษย์ใช้ ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 30% ของการปล่อยทั้งหมด และกักเก็บความร้อนส่วนเกินจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 90% ทำให้มหาสมุทรเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดของโลก

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Hazardous Materials: Plastic ชี้ว่า บทบาทดังกล่าวกำลังถูกบั่นทอนจากไมโครพลาสติก ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกมองข้ามมาเป็นเวลานาน ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชาร์จาห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้วิเคราะห์งานวิจัยรวม 89 ชิ้น เพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของไมโครพลาสติกต่อสุขภาพของมหาสมุทร พบว่า ไมโครพลาสติกไม่เพียงรบกวนสิ่งมีชีวิตทางทะเล แต่ยังสามารถปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อเกิดการเสื่อมสภาพ และที่สำคัญคือ ทำให้กระบวนการปั๊มคาร์บอนชีวภาพ (biological carbon pump) อ่อนแอลง

 

กระบวนการนี้เป็นกลไกธรรมชาติที่ช่วยถ่ายโอนคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศลงสู่ทะเลลึก โดยไมโครพลาสติกเข้าไปลดประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงของแพลงก์ตอนพืช และรบกวนการเผาผลาญของแพลงก์ตอนสัตว์ ซึ่งเป็นห่วงโซ่อาหารสำคัญของระบบนิเวศทะเล

ดร.อิห์ซานุลเลาะห์ โอบายดุลเลาะห์ ผู้เขียนหลักของงานวิจัย เตือนว่า หากกระบวนการเหล่านี้ถูกรบกวนอย่างต่อเนื่อง อาจนำไปสู่ภาวะน้ำทะเลอุ่นขึ้น ความเป็นกรดของมหาสมุทรที่เพิ่มสูงขึ้น การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารรวมถึงชุมชนชายฝั่งทั่วโลก ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ หากมหาสมุทรสูญเสียความสามารถในการดูดซับคาร์บอนและความร้อน อาจเปลี่ยนสถานะจาก “แหล่งดูดซับคาร์บอน” กลายเป็น “แหล่งปล่อยคาร์บอน” ซึ่งสถานการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นแล้วกับผืนป่าฝนสำคัญในอเมริกาใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแอฟริกา

 

ความเสี่ยงดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า ปี 2026 อาจเป็นปีที่สี่ติดต่อกันที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นแตะระดับ 1.4 องศาเซลเซียสเหนือยุคก่อนอุตสาหกรรม ซึ่งเข้าใกล้เพดาน 1.5 องศาเซลเซียส ตามข้อตกลงปารีสอย่างอันตราย

งานวิจัยชิ้นนี้เรียกร้องให้ทั่วโลกดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยย้ำว่าปัญหาไมโครพลาสติกและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่สามารถแก้ไขแยกจากกันได้ รายงานของสหประชาชาติระบุว่า การผลิตพลาสติกทั่วโลกทะลุ 400 ล้านตันต่อปี และอาจเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าภายในปี 2060 หากไม่มีมาตรการควบคุม

 

นักวิจัยเสนอแนวทางแบบบูรณาการ เพื่อลดการผลิตไมโครพลาสติกควบคู่กับการแก้ปัญหาโลกร้อน พร้อมระบุว่าทีมวิจัยจะเดินหน้าประเมินผลกระทบของไมโครพลาสติกต่อสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม และพัฒนาแนวทางแก้ไขที่เชื่อมโยงทั้งสองวิกฤตเข้าด้วยกัน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง