โลกร้อนเร่งน้ำทะเลสูง ทำ “เวนิส” เสี่ยงจมน้ำ อนาคตอาจต้องย้ายเมือง

งานวิจัยล่าสุดที่เผยแพร่ในวารสาร Scientific Reports ประเมินมาตรการและแนวทางการรับมือจากปัญหาระดับน้ำทะเลเพิ่มสูง โดยเปรียบเทียบและวิเคราะห์จากการคาดการณ์ระดับน้ำทะเลในรายงานการประเมินฉบับที่ 6 โดยคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ หรือ IPCC
เมืองเวนิสที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์กำลังจมน้ำ
ตลอดช่วงระยะเวลา 150 ปีที่ผ่านมา เมืองเวนิส ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลกที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมหนักหลายครั้ง โดยล่าสุดเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมาเวนิสเกิดฝนตกหนักจนระบบระบายน้ำของเมืองไม่สามารถรองรับน้ำฝนปริมาณมหาศาลได้ทัน ทำให้ถนนหลายสายในเมืองกลายเป็นคลองที่มีกระแสงน้ำเชี่ยวกราก นอกจากนี้รัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณมากมายในการป้องกันและบำรุงรักษาโบราณสถานซึ่งเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันมีคุณค่า และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมือง โดยในปี 2023 มีการติดตั้งแผงกระจกป้องกันน้ำให้กับโบสถ์เก่าแก่ของเมืองอายุกว่า 900 ปี รวมถึงแผนบูรณะซ่อมแซม ซึ่งใช้งบประมาณมากถึง 3.3 ล้านยูโร แม้ว่าโบสถ์แห่งนี้ยังคงต้องเผชิญกับปัญหาระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นทุกปีก็ตาม
ทำไม “เวนิส” เสี่ยงจมน้ำ?
เมืองเวนิสกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ที่ทำให้หลายคนกังวลขึ้นเรื่อยๆ นั่นก็คือ ความเสี่ยงที่ทำให้เมืองจมน้ำ เนื่องจากระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลพวงจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน เมื่ออุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น ทำให้น้ำแข็งในขั้วโลกและธารน้ำแข็งละลายเร็วกว่าปกติ ขณะเดียวกันอุณหภูมิของน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นก็ทำให้น้ำขยายตัวส่งผลให้ปริมาณน้ำทะเลเพิ่มขึ้น ประกอบกับพื้นที่ของเมืองส่วนใหญ่สร้างอยู่บนเสาไม้ที่ปักอยู่ในดินโคลนใต้ทะเล แม้จะอยู่มานานหลายร้อยปี แต่พื้นดินของเมืองกำลังทรุดตัวลงตามธรรมชาติในอัตรา 1-2 มิลลิเมตรต่อปี นอกจากนี้ในอดีตเมืองเวนิสมีการสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้อย่างยาวนาน เร่งการทรุดตัวของพื้นดินเร็วขึ้นกว่าเดิม ประกอบกับปัจจัยจากธรรมชาติอย่าง “ลมซิรอคโค” ซึ่งเป็นลมอุ่นชื้นมีต้นกำเนิดจากทะเลทรายซาฮาราพัดจากแอฟริกาเหนือผ่านเข้าทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางตอนใต้ของยุโรป ความรุนแรงสามารถผลักมวลน้ำทะเลจำนวนมากเข้ามาในทะเลสาบรอบเมืองเวนิสได้อย่างรวดเร็วเกิดเป็นคลื่นทะเลซัดฝั่ง ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองและพื้นที่รอบเมืองสูงขึ้นผิดปกติ เมื่อเกิดในช่วงที่ระดับน้ำทะเลหนุนสูงก็จะยิ่งเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น หลายพื้นที่สำคัญของเวนิสต้องจมอยู่ใต้น้ำ
3 แผนการรับมือปัญหาระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงของเวนิส
“เวนิส” เป็นหนึ่งในตัวอย่างความท้าทายของพื้นที่ชายฝั่งที่กำลังเผชิญกับปัญหาระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงในระยะเวลาอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า เช่นเดียวกับเกาะมัลดีฟส์ และเนเธอร์แลนด์ โดยนักวิทยาศาสตร์ได้เสนอแนวทางการรับมือกับวิกฤตปัญหาระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงเอาไว้ 3 รูปแบบ หากระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นเกิน 50 เซนติเมตร ภายในปี 2100 การสร้างเขื่อนกั้นน้ำเพิ่มเติมจึงมีความจำเป็น โดยคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 500-4,500 ล้านยูโร เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะเลหรือน้ำจากแม่น้ำไหลเข้าท่วมเมือง หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือการสร้าง “ซูเปอร์เลวี” หรือคันกั้นน้ำขนาดใหญ่เสริมความแข็งแรงและช่วยป้องกันระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นได้ถึง 10 เมตร แต่ต้องใช้งบประมาณเริ่มต้นมากถึง 30,000 ล้านยูโร แต่อย่างไรก็ตาม หากระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นเกิน 4.5 เมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่คาดว่าอาจเกิดขึ้นหลังปี 2300 แนวทางการย้ายเมืองอาจกลายเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งการย้ายเมืองและโบราณสถานสำคัญทั้งหมดอาจมีต้นทุนสูงถึง 100,000 ล้านยูโร
เวนิสไม่ใช่เมืองเดียวที่กำลังเผชิญกับปัญหาระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงจนส่งผลกระทบต่อเมืองอย่างรุนแรง ในอนาคตหลายพื้นที่ทั่วโลกโดยเฉพาะเมืองชายฝั่งอาจต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกับเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ หากระดับน้ำทะเลยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมืองที่เคยอยู่ได้อาจต้องจมอยู่ใต้น้ำอย่างถาวร
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
