รีเซต

วิกฤตเมืองชายฝั่งโลก เมื่อระดับน้ำทะเลสูง กทม. อาจจมหายในไม่กี่ปี

วิกฤตเมืองชายฝั่งโลก เมื่อระดับน้ำทะเลสูง กทม. อาจจมหายในไม่กี่ปี
TNN ช่อง16
16 เมษายน 2569 ( 12:30 )
1

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาวะโลกร้อนได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นในอัตราที่น่ากังวล ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงคำเตือนในเชิงทฤษฎีอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นความจริงที่กระทบต่อเมืองชายฝั่งทั่วโลก เมืองสำคัญที่เคยรุ่งเรืองทั้งด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม เช่น อัมสเตอร์ดัม และ เวนิส กำลังเผชิญความเสี่ยงจากน้ำท่วมถาวร และอาจต้องต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายในเวลาไม่กี่ปีข้างหน้า หากแนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังไม่ถูกควบคุมอย่างจริงจัง

รายงานล่าสุดระบุว่า มีเมืองสำคัญอย่างน้อย 12 แห่งทั่วโลกที่อยู่ในภาวะเสี่ยงสูงต่อการถูกน้ำท่วมภายในปี พ.ศ. 2573 โดยแต่ละเมืองมีลักษณะความเปราะบางที่แตกต่างกันออกไป ในยุโรป “อัมสเตอร์ดัม” ต้องพึ่งพาระบบเขื่อนและคันกั้นน้ำอย่างเข้มข้น เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ขณะที่ “เวนิส” กำลังเผชิญทั้งปัญหาดินทรุดและน้ำทะเลหนุนสูงที่เกิดบ่อยครั้งขึ้น

ในทวีปอเมริกา “นิวออร์ลีนส์” ต้องรับมือกับระบบคันกั้นน้ำที่เปราะบางและพื้นที่ชุ่มน้ำที่ทรุดตัวลงเรื่อย ๆ ส่วน “ไมอามี” มีความเสี่ยงเฉพาะตัวจากชั้นหินปูนที่ซึมน้ำได้ ทำให้น้ำทะเลสามารถดันขึ้นมาจากใต้ดินจนเกิดน้ำท่วมแม้ไม่มีฝนตก ขณะที่ “ซาวันนาห์” กำลังเผชิญปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและคลื่นพายุที่รุนแรงขึ้น และ “จอร์จทาวน์” ต้องพึ่งพากำแพงกันทะเลยาวเพื่อป้องกันน้ำท่วม หากโครงสร้างนี้ล้มเหลว เมืองอาจจมอยู่ใต้น้ำทั้งหมด

ในเอเชีย สถานการณ์ยิ่งน่าเป็นห่วงมากขึ้น “กรุงเทพมหานคร” กำลังทรุดตัวจากดินอ่อนและการสูบน้ำใต้ดิน ส่งผลให้หลายพื้นที่เสี่ยงต่อการอยู่อาศัยในระยะยาว “จาการ์ตา” เผชิญปัญหาดินทรุดอย่างรวดเร็ว จนรัฐบาลต้องวางแผนย้ายเมืองหลวง ขณะที่ “โฮจิมินห์ซิตี้” ต้องเผชิญน้ำขึ้นน้ำลงและพายุเขตร้อนที่รุนแรงขึ้น ส่วน “โกลกาตา” มีความเสี่ยงจากฝนมรสุมและระบบระบายน้ำที่ไม่เพียงพอ และ “นาโกย่า” ก็ต้องรับมือกับน้ำทะเลหนุนและพายุไต้ฝุ่นในพื้นที่ลุ่มต่ำ

นอกจากนี้ เมืองอย่าง “บาสรา” ยังเผชิญกับปัญหาน้ำทะเลรุกล้ำแหล่งน้ำจืด ซึ่งกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ปัญหาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า วิกฤตไม่ได้จำกัดอยู่เพียงน้ำท่วม แต่ยังรวมถึงความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน ระบบนิเวศ และแหล่งทรัพยากรที่จำเป็นต่อชีวิตมนุษย์

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ วิกฤตนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิศวกรรมเพียงอย่างเดียว การสร้างกำแพงหรือระบบระบายน้ำอาจช่วยชะลอปัญหาได้ในระยะสั้น แต่ในระยะยาว โลกอาจต้องเผชิญกับการย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่ของประชากรจำนวนมหาศาล ผู้เชี่ยวชาญจึงเตือนว่า ช่วงเวลาก่อนปี พ.ศ. 2573 โดยเฉพาะราวปี พ.ศ. 2569 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการดำเนินมาตรการลดภาวะโลกร้อน หากไม่มีความร่วมมือระดับโลกอย่างจริงจัง เมืองชายฝั่งจำนวนมากอาจไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไป

การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลกำลังกลายเป็นภัยคุกคามระดับโลกที่เร่งด่วน เมืองสำคัญทั้ง 12 แห่งที่กล่าวมานี้เป็นเพียงสัญญาณเตือนเบื้องต้นของสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในวงกว้าง การรับมือกับวิกฤตนี้จึงไม่ใช่เพียงการปกป้องพื้นที่ทางกายภาพ แต่เป็นการปกป้องบ้าน ประวัติศาสตร์ และอนาคตของผู้คนนับล้านทั่วโลก ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง