เตือน 6 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าหลาก-น้ำท่วมฉับพลัน 3 - 7 ส.ค. 2569

เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม คลื่นลมแรง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือน 6 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 3 - 7 ส.ค. 69 โดยสั่งการให้จังหวัดติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า จัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงเพื่อเผชิญเหตุช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีที่เกิดภัย จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับหากมีการอพยพประชาชน
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตกได้มีประกาศฉบับที่ 1 (47/2569) เรื่อง ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ประกาศ ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 05.00 น. แจ้งว่า ในช่วงวันที่ 3 -7 สิงหาคม 2569 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่
ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร โดยมีพื้นที่คาดว่าจะเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 3 - 7 สิงหาคม 2569 แยกเป็น
พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และจังหวัดสตูล
พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดระนอง (อำเภอเมืองระนอง สุขสำราญ และอำเภอกะเปอร์)
- พังงา (อำเภอเกาะยาว ตะกั่วทุ่ง ท้ายเหมือง ตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี)
- ภูเก็ต (ทุกอำเภอ)
ประสาน 6 จังหวัดภาคใต้ เตรียมความพร้อมรับมือ
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสาน 6 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และจังหวัดสตูล และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา และเขต 18 ภูเก็ต ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมรับมือ โดยให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงเพื่อให้เผชิญเหตุช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติโดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัยให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นไม่ให้บุคคลเข้าพื้นที่ กรณีที่มีคลื่นลมแรงขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนบริเวณชายฝั่งทะเลห้ามนักท่องเที่ยวเล่นน้ำและแจ้งชาวเรือ ผู้บังคับเรือ ผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ
หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงให้พิจารณาห้ามเดินเรือเด็ดขาด พร้อมให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต จัดตั้ง War Room ระดับพื้นที่ ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งให้จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับหากมีการอพยพประชาชนโดยจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของดำรงชีพให้เพียงพอด้วย และหากมีประกาศแจ้งเตือนภัยขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน "THA DISASTER ALERT" และแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือทางไลน์ "ปภ.รับแจ้งเหตุ1784" รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
