รีเซต

วิกฤตซ้ำซ้อนถล่มอาเซียน โลกร้อน ฝนหาย แล้งหนัก ไฟป่า เสี่ยงหนักสุดในประวัติศาสตร์

วิกฤตซ้ำซ้อนถล่มอาเซียน  โลกร้อน ฝนหาย แล้งหนัก ไฟป่า เสี่ยงหนักสุดในประวัติศาสตร์
TNN ช่อง16
16 เมษายน 2569 ( 12:00 )
24

ในช่วงปี 2026 โลกกำลังเผชิญกับสัญญาณเตือนด้านภูมิอากาศที่น่ากังวล เมื่อสองปรากฏการณ์สำคัญอย่าง Indian Ocean Dipole ระยะบวก (Positive IOD) และ El Niño ระดับรุนแรง หรือที่ถูกขนานนามว่า “Super El Niño” มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นพร้อมกัน นักอุตุนิยมวิทยาทั่วโลกเรียกสถานการณ์นี้ว่า “Double Whammy” หรือการซ้ำเติมของภัยพิบัติ เนื่องจากทั้งสองปรากฏการณ์จะเสริมแรงกัน ส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอาเซียนอย่างรุนแรง ทั้งในด้านอุณหภูมิ ปริมาณฝน และความมั่นคงของระบบนิเวศ

จากการพยากรณ์ในปี 2026 พบว่ามีโอกาสสูงถึง 62% ที่จะเกิดเอลนีโญในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม และอาจทวีความรุนแรงเป็นระดับ “ซูเปอร์” หรือ “Godzilla El Niño” โดยมีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงกว่าค่าเฉลี่ยมากกว่า 2.0 องศาเซลเซียส ปรากฏการณ์นี้เกิดจากความร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกที่แผ่ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ส่งผลให้ลมพัดพากระแสน้ำอุ่นไปทางตะวันออกสู่ทวีปอเมริกาใต้ ทำให้บริเวณใกล้อินโดนีเซียมีการระเหยของน้ำลดลง ความชื้นในอากาศลดต่ำ และฝนตกน้อยลง นำไปสู่สภาวะอากาศร้อนและแห้งแล้งอย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกัน ภาวะ Positive IOD ก็มีแนวโน้มก่อตัวชัดเจนในช่วงเวลาเดียวกัน โดยลมจะพัดพาน้ำอุ่นจากบริเวณใกล้เกาะสุมาตราและชวาไปสะสมยังชายฝั่งตะวันออกของแอฟริกา ส่งผลให้น้ำทะเลฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เย็นลง การระเหยของน้ำลดลง และปริมาณฝนในภูมิภาคอาเซียนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประเทศอย่างอินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย จึงมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภัยแล้งที่รุนแรง

เมื่อทั้งสองปรากฏการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน จะเปรียบเสมือน “เครื่องดูดฝุ่นในชั้นบรรยากาศ” ที่ดึงความชื้นออกจากภูมิภาคอาเซียนไปยังมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและชายฝั่งแอฟริกา ผลกระทบที่ตามมานั้นครอบคลุมในหลายมิติ ประการแรกคือภัยแล้งที่รุนแรงและยาวนานขึ้น ปริมาณฝนลดลงอย่างมากในหลายประเทศ รวมถึงไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำในเขื่อนลดลงจนเข้าสู่ภาวะวิกฤต

ประการต่อมาคือวิกฤตความร้อน อุณหภูมิอาจพุ่งสูงทำลายสถิติ และมีการคาดการณ์ว่าปี 2027 ซึ่งเป็นปีที่ได้รับอิทธิพลต่อเนื่องจากเอลนีโญ อาจกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ นอกจากนี้ ความมั่นคงทางอาหารก็จะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าว น้ำตาล และน้ำมันปาล์ม มีแนวโน้มลดลงจากการขาดแคลนน้ำ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อด้านอาหารในภูมิภาค

อีกหนึ่งผลกระทบสำคัญคือปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน ความแห้งแล้งจะทำให้พื้นที่พรุและป่าไม้ในอินโดนีเซียกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าครั้งใหญ่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย

โดยสรุป ปรากฏการณ์ Positive IOD และ Super El Niño ที่อาจเกิดขึ้นพร้อมกันในปี 2026 ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของวิกฤตภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น การเข้าใจกลไกและผลกระทบของปรากฏการณ์เหล่านี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเตรียมความพร้อม รับมือ และลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง