“ญี่ปุ่น” กางแผนจัดการไฟป่า รณรงค์และสร้างจิตสำนึก

ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการรับมือเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าของประเทศญี่ปุ่น พื้นที่ 2 ใน 3 ของญี่ปุ่นเป็นป่าไม้แม้สภาพอากาศส่วนใหญ่จะมีความชื้นสูง แต่ในช่วงฤดูหนาวที่แห้งแล้งและมีลมแรง มักเกิดไฟป่าได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงต้นปีจนถึงฤดูใบไม้ผลิดังนั้น ซึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญของญี่ปุ่นในการป้องกัน และเตรียมพร้อมรับมือกับไฟป่า
โดยญี่ปุ่นใช้เทคโนโลยีที่หลากหลายเพื่อตรวจจับไฟป่าให้เร็วที่สุดด้วยการใช้ข้อมูลจากดาวเทียม เช่น NASA และ MODIS เพื่อระบุ"จุดความร้อน"(Hotspots) และส่งพิกัดไปยังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงโดยตรง รวมถึงการเฝ้าระวังทางอากาศ และการใช้ระบบทำนายความเสี่ยง ญี่ปุ่นได้พัฒนาโมเดลระบบ AI ที่แสดงระดับความเสี่ยงในการเกิดและแพร่กระจายของไฟป่าแบบเรียลไทม์ โดยประเมินจากความชื้นในดินและทิศทางลม มีการนำ AI มาใช้ร่วมกับกล้องหมุน 360 องศาบนหอคอยเฝ้าระวัง เพื่อตรวจจับควันและไฟป่าได้อย่างรวดเร็วภายใน 1-2 นาที ซึ่งมีความแม่นยำสูงกว่าสาย ตามนุษย์
ส่วนการจัดการพื้นที่และแนวป้องกันไฟก่อนเกิดไฟป่าด้วยการตัดสางต้นไม้ในป่า ปลูกเพื่อลดความหนาแน่นและกำจัดกิ่งไม้ที่แห้งตายซึ่งเป็นเชื้อไฟชั้นดี อีกทั้งยังต้องทำแนวกันไฟ มีการใช้เครื่องจักรทันสมัยในการเปิดพื้นที่เป็นแนวกันไฟเพื่อหยุดยั้งการลุกลามของไฟ รวมถึงจัดทำป่าป้องกัน โดยรัฐบาลมีการกำหนดพื้นที่ป่าบางส่วนให้เป็น"ป่าป้องกัน" เพื่อทำหน้าที่เป็นแนวการป้องกันภัยธรรมชาติ รวมถึงการชะลอการลุกลามของไฟป่า
ด้านโครงสร้างพื้นฐานและการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน หากเกิดไฟป่าจะใช้นักดับเพลิงท้องถิ่น ภายใต้การดูแลของสำนักงานจัดการอัคคีภัยและภัยพิบัติ (FDMA) หากเป็นเหตุใหญ่จะมีการขอนำหน่วยงานอื่นเข้าช่วย เช่น กองกำลังป้องกันตนเอง (JSDF) รวมถึงนวัตกรรมอุปกรณ์ ที่มีการพัฒนาโฟมดับเพลิงสูตรสบู่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยประหยัดน้ำและมีประสิทธิภาพในการแทรกซึมลึกลงไปถึงถ่านที่คุอยู่ใต้ดินได้ดีกว่าน้ำเปล่า
สุดท้ายอุปกรณ์เคลื่อนที่เร็ว ในพื้นที่ภูเขาที่เข้าถึงยาก จะมีการใช้รถจักรยานยนต์ดับเพลิงและอุปกรณ์ฉีดน้ำแบบสะพายหลังเพื่อเข้าถึงจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามญี่ปุ่นมีกฎหมายห้ามการเผาในที่โล่งอย่างเด็ดขาด ผู้ที่ฝ่าฝืนเผาป่าหรือเผาขยะในที่โล่งอาจได้รับโทษหนัก เช่น จำคุกสูงสุด 5 ปี หรือ ปรับสูงสุด 10 ล้านเยน (ประมาณ 2.4 ล้านบาท) สำหรับบุคคลทั่วไป และอาจสูงถึง 300 ล้านเยน สำหรับนิติบุค คล
นอกจากนี้ยังมีการรณรงค์และสร้างจิตสำนึกชุมชน เพื่อเตือนนักท่องเที่ยวและชาวบ้าน โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง (กุมภาพันธ์ –เมษายน) โดยเน้นเรื่องการดับกองไฟให้สนิทและการระวังเรื่องก้นบุหรี่ ส่วนการจัดการ ในบางพื้นที่ญี่ปุ่นมีประเพณีการเผาหญ้าเพื่อรักษาระบบนิเวศ แต่จะทำภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดโดยอาสาสมัครที่ผ่านการฝึกอบรม และมีการทำแนวกันไฟไว้ล่วงหน้าเสมอ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
