ทำไมอากาศร้อนถึงเกิดพายุ? ทำความรู้จัก “พายุฤดูร้อน” อันตรายที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat อธิบายถึงหลักการเกิดพายุฤดูร้อนว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรโดยระบุว่า
พายุฤดูร้อน (Summer Storm) เกิดจากการปะทะกันของมวลอากาศสองลักษณะที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว โดยมักเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน ประมาณเดือนกุมภาพันธ์-เดือนพฤษภาคม โดยล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนในช่วงวันที่ 17–20 เมษายน 2569 มีโอกาสเกิดพายุฤดูร้อนเนื่องจากประเทศไทยมีอากาศร้อนจัดมาก
กลไกการเกิดพายุฤดูร้อนเกิดจากความร้อนสะสม (Heating) ในช่วงฤดูร้อน แสงแดดจะแผดเผาพื้นดินจนมีอุณหภูมิสูงมาก ส่งผลให้อากาศเหนือพื้นดินร้อนจัดและขยายตัวสู่ชั้นบรรยากาศชั้นบนอย่างรวดเร็ว (Updraft) เมื่อมีการปะทะกันของมวลอากาศร้อนและเย็น (Collision of Air Masses) อากาศร้อนจัดที่ยกตัวขึ้นไปปะทะกับมวลอากาศเย็น (ความกดอากาศสูง) ที่แผ่ลงมาจากประเทศจีน รวมทั้งยังมีความชื้นที่มาจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้มวลอากาศเย็นที่หนักกว่าจะดันให้อากาศร้อนและมีความชื้นพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง
เมื่อเกิดการควบแน่นและก่อตัวเป็นเมมฆ (Condensation) โดยอากาศร้อนและชื้นในอากาศที่พุ่งสูงขึ้นจะเย็นตัวลงอย่างรวดเร็วโดยความชื้นจะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำและก่อตัวเป็นเมฆฝนฟ้าคะนองขนาดใหญ่ (Cumulonimbus) หยดน้ำและเกล็ดน้ำแข็งในเมฆจะเสียดสีกันจนเกิดไฟฟ้าสถิตกลายเป็นฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และเกิดลมกระโชกแรง รวมทั้งอาจเกิดลูกเห็บได้
ลักษณะเด่นของพายุฤดูร้อนมักเกิดในช่วงบ่ายหรือค่ำ เนื่องจากเป็นเวลาที่พื้นดินสะสมความร้อนไว้สูง สุดในรอบวัน รุนแรงแต่สั้น มักเกิดประมาณ 30-60 นาที แต่มีความรุนแรงสูงมากในพื้นที่แคบ โดยอันตรายมักมาพร้อมกับลมพัดแรงที่สามารถพัดหลังคาบ้านหรือต้นไม้ล้มได้ รวมถึงฝนตกหนักเป็นจุดๆและอาจเกิดฟ้าผ่าได้
สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมักเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อนจะแผ่ขยายไปยังภาคกลางและภาคเหนือ เตือนประชาชนจะต้องหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและพายุฤดูร้อน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
