รีเซต

เมตาจ่าย 6 แสนล้าน จบคดีทำเด็กติดโซเชียล ปรับโฉม Facebook

เมตาจ่าย 6 แสนล้าน จบคดีทำเด็กติดโซเชียล ปรับโฉม Facebook
TNN ช่อง16
27 สิงหาคม 2569 ( 16:47 )
11

วันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา บริษัท เมตา ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของโลก ตกลงจ่ายเงินชดเชยจำนวนมหาศาลสูงถึง 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 6 แสนล้านบาท เพื่อยุติคดีฟ้องร้องครั้งประวัติศาสตร์ในสหรัฐอเมริกา 

โดยข้อตกลงนี้เกิดขึ้นหลังจากถูกกลุ่มอัยการยื่นฟ้องว่าทางบริษัทจงใจและเจตนารมณ์ในการพัฒนาคุณลักษณะบนแพลตฟอร์มอย่างเป็นระบบเพื่อขับเคลื่อนให้เด็กและเยาวชนเกิดอาการเสพติดสื่อสังคมออนไลน์อย่างรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างหนัก 

นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นช่วงเวลาวิกฤตการณ์ยาสูบของวงการโซเชียลมีเดีย ซึ่งเปรียบเทียบกับวิกฤตการณ์ทางกฎหมายที่อุตสาหกรรมยาสูบในอดีตเคยเผชิญจากการจงใจปกปิดอันตรายของผลิตภัณฑ์เพื่อหวังผลกำไร 

◾️เจาะลึกข้อตกลงคดีความระดับประเทศ◾️

กระบวนการยุติธรรมในครั้งนี้ครอบคลุมการประนีประนอมยอมความกับกลุ่มอัยการสูงสุดที่เป็นตัวแทนของ 48 รัฐ รวมถึงวอชิงตัน ดี.ซี. และดินแดนของสหรัฐฯ อีก 3 แห่ง หลังจากที่คดีดังกล่าวได้เริ่มต้นขึ้นจากการฟ้องร้องโดยกลุ่ม 29 รัฐ ในปี 2023  

โดยผู้พิพากษา อีวอนน์ กอนซาเลซ โรเจอร์ส แห่งศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้อนุมัติข้อตกลงการยอมความครั้งนี้อย่างเป็นทางการ พร้อมระบุว่านี่ คือ แนวทางร่วมกันที่สมเหตุสมผลและมีความสอดคล้องในการเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น 

สำหรับแผนการชำระเงิน เมตาจะทยอยจ่ายเงินชดเชยเป็นงวดรายปีต่อเนื่องนาน 10 ปี โดยรัฐแคลิฟอร์เนียจะได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ไม่ต่ำกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 49,200 ล้านบาท ขณะที่รัฐอื่น ๆ จะได้รับการจัดสรรรายละหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อดำเนินโครงการช่วยเหลือเด็กและครอบครัวต่อไป โดยคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนราว 32.82 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ เมตายังยอมจ่ายเงินเพิ่มอีก 459.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 15,075 ล้านบาท แก่รัฐบางกลุ่ม เพื่อยุติข้อพิพาทด้านความเป็นส่วนตัวในคดีเคมบริดจ์ อนาลิติกาไปพร้อมกัน

◾️ปฏิรูประบบครั้งใหญ่เพื่อปกป้องความปลอดภัยเยาวชนบนหน้าจอ ◾️

นอกจากเม็ดเงินก้อนมหาศาลแล้ว ข้อตกลงนี้ยังมีผลผูกพันทางกฎหมายให้เมตาต้องปฏิรูปคุณสมบัติการทำงานภายในของทั้ง Facebook และ Instagram เพื่อความปลอดภัยของวัยรุ่นโดยมีผลบังคับใช้ภายในเวลาไม่กี่เดือน มาตรการดังกล่าวประกอบไปด้วยการจำกัดเวลาหน้าจอสูงสุดไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวันเป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งวัยรุ่นจะสามารถปิดโหมดนี้ได้ต่อเมื่อได้รับรหัสผ่านความยินยอมจากผู้ปกครองเท่านั้น 

รวมถึงการตั้งค่าโหมดกลางคืนเป็นค่าเริ่มต้นโดยอัตโนมัติ เพื่อปิดกั้นการแจ้งเตือนทั้งหมดในช่วงเวลาเที่ยงคืนถึงหกโมงเช้า ซึ่งจำกัดสิทธิ์การแก้ไขระบบนี้ให้เฉพาะผู้ปกครองเช่นกัน ในขณะเดียวกันระบบจะมีโหมดโรงเรียนที่จะหยุดส่งสัญญาณเตือนในเวลาเรียนตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงบ่ายสามโมง ตลอดจนมาตรการซ่อนยอดถูกใจบนหน้าโปรไฟล์เด็ก การหยุดฟังก์ชันเล่นวิดีโออัตโนมัติ และการถอดตัวกรองตกแต่งภาพจำลองการศัลยกรรมความงามแบบสุดโต่งออกจากระบบโดยสิ้นเชิงเพื่อป้องกันวิกฤตความมั่นใจในตนเองของวัยรุ่น

หลักฐานลับภายในมัดตัวผู้บริหารสูงสุดจนนำไปสู่การจำนน พยานหลักฐานที่ทีมกฎหมายฝ่ายรัฐรวบรวมได้ระหว่างการสืบพยานเป็นเวลา 5 วัน ในศาลโอ๊คแลนด์ นับเป็นปัจจัยสำคัญที่บีบให้เมตาต้องยอมรับข้อตกลงนี้อย่างรวดเร็ว เอกสารภายในนับล้านฉบับซึ่งรวมไปถึงข้อมูลการวิจัย พฤติกรรมการทำงานของระบบ และรายงานอีเมลโต้ตอบที่ส่งตรงถึงประธานบริหาร มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ชี้ให้เห็นว่าบริษัทตระหนักดีว่าวัยรุ่นมีสภาวะรับรู้ถึงการเสพติดแอปพลิเคชันอย่างชัดเจน แต่บริษัทยังคงเดินหน้าทำการตลาดเพื่อดึงดูดเยาวชนเหล่านี้ต่อไป 

นอกจากนี้ คำให้การของอดีตนักวิจัยความปลอดภัยของเมตา จอร์จ โวลิเชนโก ยังระบุในชั้นศาลว่าทีมพัฒนาระบบความปลอดภัยของบริษัทมักถูกจำกัดขอบเขตการทำงาน เนื่องจากหัวหน้างานในเวลานั้นแจ้งว่าหน่วยงานนี้มีหน้าที่หลักเพื่อปกป้องตัวบริษัทจากการโดนฟ้องร้องในอนาคตมากกว่าการปกป้องเด็กจริงในการใช้งาน

◾️การตั้งบรรทัดฐานใหม่ของอุตสาหกรรมโซเชียล◾️

ร็อบ บอนตา (Rob Bonta) อัยการสูงสุดแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย แถลงว่าข้อตกลงทางกฎหมายครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นของการจัดระเบียบอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เคยปล่อยปละละเลยจนสร้างปัญหาสุขภาพจิต โรคซึมเศร้า และความวิตกกังวลแก่เด็ก พร้อมเรียกร้องอย่างจริงจังให้แพลตฟอร์มรายใหญ่อื่นๆ เช่น TikTok, YouTube และ Snap เข้ามาร่วมลงนามและปฏิบัติตามมาตรฐานการปกป้องเยาวชนนี้ด้วย 

ทางด้านผู้บริหารกฎหมายของบริษัท เมตา ได้ยินดีตอบรับมาตรการดังกล่าว และระบุว่าพร้อมที่จะจำกัดการใช้ชีวิตบนหน้าจอของกลุ่มวัยรุ่นให้เหลือเพียงวันละ 1 ชั่วโมงต่อวัน หากแพลตฟอร์มคู่แข่งทั้งหมดในตลาดตกลงที่จะบังคับใช้โครงร่างจำกัดเวลาเดียวกันนี้เพื่อผลประโยชน์และความปลอดภัยของเด็กทั่วโลกในระยะยาว 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง