“Meta Muse” ผู้ช่วย AI อัจฉริยะจากเมตา สั่งการข้ามแอปได้เต็มรูปแบบ

เรียกได้ว่าออกมาท่ามกลางกระแสปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังร้อนแรง สำหรับผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่อย่าง เมตา มิวส์ (Meta Muse) ตัวแทนปัญญาประดิษฐ์ (AI Agent) ที่ยกระดับความเก่งกาจ สามารถดำเนินการต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการส่งอีเมล การลงประกาศขายรถยนต์ หรือแม้กระทั่งการจองทริปท่องเที่ยวแทนผู้ใช้งาน แม้ว่าตอนนี้ภายในบริษัท จะมีข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดการและการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวก็ตาม
ความสามารถระดับเทพ
เอเจนต์ตัวนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า มิวส์ (Muse) หรือเป็นที่รู้จักภายในบริษัทในชื่อ แฮชท์ (Hatch) ถือเป็นหัวใจสำคัญในแผนยุทธศาสตร์ของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่ต้องการมอบปัญญาประดิษฐ์ส่วนบุคคลขั้นสูง หรือที่เรียกว่า "Personal Superintelligence" ให้แก่ผู้ใช้งานหลายพันล้านคนทั่วโลกในเครือข่ายของ เมตา (Meta)
การเคลื่อนไหวในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของพยายามเร่งกระจายแหล่งรายได้ของ เมตา (Meta) ให้พ้นจากการพึ่งพาโฆษณาเพียงอย่างเดียว พร้อมทั้งสร้างรายได้ให้คุ้มค่ากับเงินลงทุนมหาศาลในชิป AI และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งคาดว่าจะสูงเกิน 130,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีนี้
ในช่วงเริ่มต้น ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเปิดให้ใช้งานเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ผ่านแอปพลิเคชัน มิวส์ (Muse) โดยเฉพาะ หรือใช้งานผ่านบริการส่งข้อความ วอตส์แอปส์ (WhatsApp) นอกจากนี้ บริษัทยังระบุว่ามีแผนที่จะนำเอเจนต์นี้ไปรวมไว้ในแว่นตาอัจฉริยะ (Smart Glasses) ในเร็ว ๆ นี้
โมเดลราคา
ด้านโมเดลราคา ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถใช้งานเวอร์ชันพื้นฐานได้ฟรี ขณะที่ผู้ใช้งานหนักสามารถสมัครสมาชิกแบบรายเดือนได้ในราคาเดือนละ 20 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 700 บาท หรือในอีกราคาที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,500 บาท นอกจากนี้ ผู้ใช้งานสามารถเลือกปฏิเสธ (Opt-out) ไม่ให้นำปฏิสัมพันธ์ของตนไปใช้ฝึกฝนโมเดล AI ของ เมตา (Meta) ได้ และบริษัทมีแผนจะปล่อย มิวส์ (Muse) เวอร์ชันที่เข้ารหัสความปลอดภัยเพิ่มเติมภายในปีนี้
มิวส์ (Muse) ได้รับการพัฒนาโดยมีต้นแบบมาจาก โอเพนคลอว์ (OpenClaw) ซึ่งเป็นผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ (AI Agent) แบบโอเพน-ซอร์ส (Open-source) ตัวระบบถูกออกแบบให้สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันต่าง ๆ ของผู้ใช้ได้อย่างครอบคลุม ทั้งอีเมล ปฏิทิน ระบบชำระเงิน สุขภาพ การช้อปปิ้ง และอุปกรณ์สมาร์ตโฮม โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกได้เองว่าจะเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันใด และสามารถยกเลิกการเข้าถึงได้ตลอดเวลา
โดย เอเจนต์ มิวส์ (Muse) แต่ละตัวจะทำงานอยู่บนการจำลองคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลบนระบบคลาวด์ (Virtual Machine) ทำให้สามารถประมวลผลและปฏิบัติตามคำสั่งเบื้องหลังได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าผู้ใช้จะไม่ได้เปิดใช้งานอยู่ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม การเชื่อมต่อกับแอปที่มีข้อมูลจริงของผู้ใช้ แม้จะเพิ่มประโยชน์อย่างมหาศาล แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งต่อตัวผู้ใช้ที่มอบข้อมูลให้ และต่อบุคคลภายนอกที่อาจได้รับผลกระทบหาก AI ทำงานผิดพลาด
มาตรการด้านความปลอดภัย
วิชาล ชาห์ (Vishal Shah) รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ AI ของ เมตา (Meta) ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ว่า บริษัทได้ชะลอการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นี้ออกไปจากเดิมในเดือนเมษายน เพื่อปรับปรุงระบบความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดย Meta มั่นใจว่าการพัฒนาเพิ่มเติมช่วยให้ระบบสามารถก้าวข้ามขีดจำกัด และผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่จำเป็นในการส่งมอบถึงมือผู้บริโภคได้
โดยหนึ่งในระบบป้องกันที่ เมตา (Meta) ติดตั้งไคือระบบเอเจนต์แยกอีกตัวหนึ่ง ที่ทำหน้าที่คอยตรวจสอบการกระทำที่วางแผนไว้ และในบางกรณีจะสั่งให้ มิวส์ (Muse) ขอการอนุมัติจากผู้ใช้ก่อนลงมือปฏิบัติจริง
กระนั้นก็ตาม ตามข้อมูลโพสต์ภายใน ตามการรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) พบว่าพนักงาน ที่ร่วมทดสอบเครื่องมือนี้จนถึงช่วงสัปดาห์นี้ ยังคงรายงานผลลัพธ์ที่ผสมผสานกันไป โดยพนักงานรายหนึ่งระบุว่า ผลิตภัณฑ์นี้มีประโยชน์อย่างมากในการวางแผนโลจิสติกส์การท่องเที่ยว จน มิวส์ (Muse) กลายเป็นเหมือนสมาชิกคนที่สามในทริปฮันนีมูนนาน 3 สัปดาห์ของเขา
แต่ในขณะเดียวกัน พนักงานคนอื่น ๆ กลับพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยร้ายแรง เช่น เอเจนต์มีการข้ามผ่านระบบป้องกัน (Guardrails) เพื่อดึงรูปถ่ายส่วนตัวจาก iCloud ออกมาเปิดเผย หลังจากถูกสั่งให้ระบุของเล่นที่อยู่ในรูปภาพงานวันเกิดของเด็ก
การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางรายงานที่ว่า AI Agent จากแล็บชั้นนำหลายแห่ง ทั้ง OpenAI, Anthropic รวมถึง Meta เอง กำลังก่อให้เกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดจากการฝ่าฝืนกฎและมีพฤติกรรมที่ไม่สามารถคาดเดาได้ โดยภายใน เมตา (Meta) เอง เหตุการณ์ร้ายแรงด้านเทคนิคและความปลอดภัยพุ่งสูงขึ้นถึง 40% จากปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากกระแสการเขียนโค้ดด้วย AI และปัญหาเกี่ยวกับเอเจนต์ ขณะที่เวลาที่พนักงานต้องเสียไปกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพิ่มขึ้นถึง 70%
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
