เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนวโน้มตลาดวันนี้คาด SET Index จะแกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,485-1,500 จุด พัฒนาการของสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาผันผวน ล่าสุดล่าสุดมีข่าวการโจมตีเรือระหว่างกันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงแหล่งน้ำมันฟูไจราห์ของ UAE ซึ่งสะท้อนสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้น หนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นแตะระดับ US$114 ต่อบาร์เรล กลับมากดดันสินทรัพย์เสี่ยงอ่อนๆอีกครั้งเช้านี้ สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯเดือน เม.ย. (ตลาดคาดเพิ่มขึ้น 6.5 หมื่นราย)
ส่วนในประเทศวันนี้จับตาการประชุมครม.พิจารณาพรก.เงินกู้ 4 แสนลบ. โดยส่วนแรก 2 แสนลบ.จะถูกใช้ในการเยียวยาและประคองกำลังซื้อผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” (30 ล้านคน คนละ 4,000 บาท) และเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (รอประเมินจำนวนใหม่จากเดิม 13.2 ล้านคน) โดยโครงการจะเปิดให้ลงทะเบียนในเดือน พ.ค. และเริ่มใช้จ่าย มิ.ย. คาดว่าจะหนุนให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในระบบกว่า 2 แสนลบ. นอกจากนี้ยังต้องติดตามการประกาศกำไร 1Q26 บจ.ที่จะทยอยหนาแน่นขึ้นในสัปดาห์นี้ต่อเนื่องสัปดาห์หน้า ว่าจะออกมาแข็งแรงกว่าคาดได้ต่อเนื่องหรือไม่ รวมถึงติดตามการให้ Outlook ในช่วงที่เหลือของปีจากผู้บริหารต่อผลกระทบจากสงคราม ว่าจะมีผลต่อการปรับประมาณการกำไรและมีผลต่อ EPS ตลาดทั้งปีหรือไม่ ระยะสั้นยังคาดกลุ่ม Commodity ยังแข็งแรงและนำตลาด
กลยุทธ์ : Barbell ด้วยหุ้นที่เสี่ยงต่ำจากผลกระทบจากเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน ผสานกับกลุ่มที่ได้อานิสงส์หากสงครามคลี่คลาย
หุ้นเด่นเดือน พ.ค : BBL, CPALL, ITC, SCGP, WHAUP
FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, KTB, TIDLOR, WHAUP
หุ้นเด่นวันนี้ : PTTEP
• แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก Bloomberg Consensus 163.63 บาท
• สถานการณ์สงครามกลับมาตึงเครียดอีกครั้งหลังมีข่าวการโจมตีเรือระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึง UAE ที่ถูกโจมตีที่ฟูไจราห์ หนุนราคาน้ำมันดิบ Brent พ่งขึ้นอีกครั้ง ล่าสุดแตะระดับ US$114 ต่อบาร์เรล ยังเป็น Sentiment หนุนกลุ่มพลังงานต้นน้ำ
• ราคาพลังงานมีแนวโน้ม Higher-for-Longer ทำให้แนวโน้มกำไรในช่วง 2Q26-2H26 ของ PTTEP แข็งแกร่งต่อเนื่องและตลาดยังทยอยปรับเพิ่มประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นทุกๆ US$1 ต่อบาร์เรล จะหนุนกำไรของ PTTEP เพิ่มขึ้นราว 1.5%+-
• แนวรับ 151.50-150//148 บาท แนวต้าน 157//160 บาท
ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,480 – 1,485 แนวต้าน 1,500 – 1,510 คาดดัชนีทรงตัวรอการรายงานกำไร Q1/69 ของกลุ่ม Real Sector คาดได้แรงหนุนจากกำไรในกลุ่มปิโตรเคมี, ไอซีทีที่ขยายตัวได้ดี แนะนำทยอยซื้อปิโตรเคมี SCC,PTTGC,IVL ปรับดีขึ้นตามสเปรดผลิตภัณฑ์ / AMATA, WHA, CK, STECON ตอบรับคำขอ BOI Q1/69 มีมูลค่า 1 ล.ลบ./ กลุ่มพลังงานทดแทน GUNKUL, TSE
SCC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 227.00 บาท) บริษัทรายงานกำไร 1Q69 ที่ 6.2 พันล้านบาท +466%YoY และพลิกจากขาดทุนใน 4Q68 ดีกว่าที่ตลาดคาด หลักๆ มาจากการรับรู้กำไรสต๊อก ส่วนผลการดำเนินงานหลักมีปัจจัยหนุนจากการปรับขึ้นราคาขายปูนและลดต้นทุน ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ผลประกอบการของ Fajar ดีขึ้น และธุรกิจปิโตรเคมีฟื้นตัวตาม product spread แนวโน้ม 2Q69 กำไรชะลอตัวลงแต่ยังอยู่ในระดับสูงมีปัจจัยหนุนจาก spread ปิโตรเคมีที่อยู่ในระดับสูง ประเด็น SCGC ลงนาม MoU กับ PTTGC เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งบริษัท JV ในธุรกิจ Olefins/Polymers ในประเทศไทย เรามองว่าระยะยาว Win-Win ทั้งคู่ฝั่ง SCGC จะได้ประโยชน์จากความมั่นคงและข้อได้เปรียบด้านวัตถุดิบ การขยายผลด้านนวัตกรรมและ R&D และความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ส่วน PTTGC จะได้ประโยชน์จากการบริหารต้นทุนและรับมือวัฏจักรธุรกิจ การเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจมูลค่าสูง การยกระดับฐานการผลิตมาบตาพุด ทั้งนี้หลังรวม Asset JV จะกลายเป็นแพลตฟอร์มปิโตรเคมีครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน และเป็นบริษัทที่มีกำลังการผลิต Polyolefins ติดอันดับ 10 ของโลก โดย time line ของการศึกษาคาดชัดเจนใน 3Q69
BH (ทยอยซื้อ/ ราคาเป้าหมาย 209.0 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ในเกณฑ์ดีที่ 1,790 ลบ. (+3.24%YoY, -5.05%QoQ ) หนุนด้วยรายได้กลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่ +4%YoY -7%QoQ โดยกลุ่มชาติที่โตเด่น ได้แก่ ตะวันออกกลาง +21%YoY, เมียนมา +15%YoY, บังกลาเทศ+25%YoY ด้านการดำเนินงานในช่วง 2Q69 นี้ แนวโน้มมีโอกาสดีขึ้นกว่าที่ทางฝ่ายวิเคราะห์คาดไว้เดิม หลังการประชุม Analyst Meeting ในวันที่ 29 เม.ย.69 ทางผู้บริหารมองเป้าการเติบโตของรายได้ 2Q69 ที่ราว 2%บวกลบ และยังเห็นสัญญาณที่ดีจากกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางที่เข้ามารับการรักษาหลังผ่านช่วงรอมฎอน ปัจจุบัน เราประเมินกำไรสุทธิปี69 และ 70 ของ BH ที่ 7,895 ลบ.(+5YoY%) และ 8,280ลบ.(+5YoY%)
ขณะที่ บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ ผันผวน DELTA กลับมาซื้อขายในบัญชีปกติ สถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง แรงซื้อหุ้น Tech เบาลงในตลาดต่างประเทศ ตลาดเอเซียหลายแห่งยังปิดทำการ เราประเมินกรอบดัชนีฯ สัปดาห์นี้ 1480-1520 จุด
ปัจจัยในประเทศ
- มาตรการเศรษฐกิจรัฐบาล : นายกรัฐมนตรีได้หารือกับทีมเศรษฐกิจเพื่อเตรียมออก พ.ร.ก. กู้เงินวงเงิน 5 แสนล้านบาท โดยย้ำว่าต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบและขั้นตอนของกฎหมายอย่างรอบคอบ
- การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมสั่งการให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เร่งหาทางออกในโครงการท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ให้เร็วที่สุด หลังกลุ่ม GPC เรียกค่าเสียหาย 4 พันล้านบาทจากความล่าช้า
- DELTA และ Cash Balance : DELTA กลับมาซื้อขายหลังพ้นเกณฑ์ Trading Alert มาแล้ว ราคาหุ้นวันก่อน(30 เม.ย.) กลับขึ้นมายืนใกล้ราคาก่อนโดนมาตรการนี้ ที่ 317 บาท … เราประเมินราคาหุ้น DELTA อาจกลับมาคึกคัก แต่นักลงทุนจะยังไม่กล้าผลีผลามมากนัก (จนกว่าจะเข้าเดือน พ.ค.) เพราะถ้าเข้าเกณฑ์อีก อาจถูกปลดออกจาก SET50/SET100 งวด ก.ค.-ธ.ค.69 ได้
- ค่าเงินบาท: ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 32.61 บาท/ดอลลาร์ ทั้งนี้ เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงท้ายตลาดตามทิศทางของสกุลเงินในภูมิภาค รวมถึงได้รับแรงหนุนจากการเคลื่อนไหวของราคาทองคำโลก
- ปริมาณซื้อขายต่างชาติตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ : นักลงทุนต่างประเทศมียอดซื้อสุทธิ ในตลาดหุ้น 223 ล้านบาท ส่วนตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ (Net Sell) 1,909 ล้านบาท
ปัจจัยต่างประเทศ
- สถานการณ์ตะวันออกกลาง : วานนี้ พลิกกลับมาลบอีกครั้ง หลัง มีรายงานว่า Fujairah ของ UAE ระบุว่าเกิดเพลิงไหม้ที่ petroleum complex หลังถูกโจมตีด้วยโดรนอิหร่าน ขณะที่สำนักข่าว WAM รายงานว่า Saudi Arabia ประณามอย่างรุนแรงต่อการที่อิหร่านมุ่งเป้าโจมตีสถานที่พลเรือนและเศรษฐกิจใน UAE ประเด็นนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานใน Gulf และอาจกระทบ sentiment ต่อ oil facilities, shipping insurance และ regional logistics
- เปิดปฏิบัติการ "Project Freedom": โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเริ่มภารกิจนำทางเรือบรรทุกน้ำมันที่ติดค้างออกจากฮอร์มุสตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป โดยระบุว่าเป็นภารกิจด้านมนุษยธรรมเพื่อช่วยเหลือลูกเรือที่ขาดแคลนเสบียง แต่ขู่ชัดเจนว่าหากอิหร่านเข้ามาขัดขวาง สหรัฐฯ จะใช้กำลังจัดการขั้นเด็ดขาด (CENTCOM ระบุว่าภารกิจนี้ระดมทั้งเรือพิฆาต เครื่องบินกว่า 100 ลำ และกำลังพล 15,000 นาย)
- ตลาดเอเซีย ตอบรับข่าวบวกมาตั้งแต่วานนี้ : วานนี้ (4 พ.ค.69) ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่าลง สะท้อนภาวะตลาดที่ยังเปิดรับความเสี่ยง แม้ยังมีปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์จากตะวันออกกลางและช่องแคบ Hormuz ……. เรามองว่า ตลาดหุ้นไทย ที่จะเปิดซื้อขายวันแรกของสัปดาห์นี้ มีโอกาสที่จะบวกตามตลาดหุ้นอื่นๆ
- ผลประชุม OPEC+: ประเทศสมาชิกกลุ่ม OPEC+ จำนวน 7 ประเทศ (ภายหลังการถอนตัวของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) คาดว่าจะตกลงเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมันอีก 188,000 บาร์เรลต่อวัน
- AI และงบเทคฯ ยังค้ำยันตลาดโลก: แม้จะมีประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ แต่นักลงทุนยังคงมองการย่อตัวเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ (Buy the dip) ดัชนีหุ้นทั่วโลกยังคงได้รับแรงหนุนจากกระแส AI และผลประกอบการที่แข็งแกร่ง นำโดยหุ้น Palantir (+2% ก่อนงบออก), Oracle, และ Sandisk ขณะที่ eBay พุ่งทะยานถึง 13% หลัง GameStop ประกาศยื่นข้อเสนอซื้อกิจการแบบสายฟ้าแลบด้วยมูลค่าสูงถึง 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์
Technical : BCH, KAMART
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
