รีเซต

TFG บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ “ซื้อ” เป้า 11.30 บาท

TFG บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ “ซื้อ” เป้า 11.30 บาท
ทันหุ้น
5 พฤษภาคม 2569 ( 14:09 )
2

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #TFG บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ “ซื้อ” เป้า 11.30 บาท 

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TFG) ว่า กำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 1,910 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.8% จากไตรมาสก่อน และลดลงเล็กน้อย 6.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มธุรกิจเนื้อสัตว์ แม้ฐานกำไรปีก่อนอยู่ในระดับสูง

ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจ Retail Shop ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงราคาสุกรในเวียดนามที่ฟื้นตัว โดยเพิ่มขึ้น 33.3% QoQ และ 9.1% YoY ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับปีก่อน

รายได้จากธุรกิจ Retail Shop คาดเติบโต 1.0% QoQ และ 23.0% YoY ส่งผลให้สัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 42.6% ของรายได้รวม แม้รายได้ต่อสาขาต่อวันอาจลดลงเล็กน้อยตามราคาเนื้อสัตว์ในไทยที่อ่อนตัว แต่ยังได้รับแรงหนุนจากการขยายสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยคาดเพิ่มขึ้น 75 สาขา QoQ และ 260 สาขา YoY ส่งผลให้รายได้รวมทรงตัว QoQ (-1.2%) และเติบโตเล็กน้อย YoY (+1.0%)

ด้านอัตรากำไรขั้นต้นคาดอยู่ที่ 20.8% ปรับตัวดีขึ้นจาก 18.3% ในไตรมาส 4 ปี 2568 จากต้นทุนวัตถุดิบที่ต่ำและโครงสร้างรายได้ (revenue mix) ที่ดีขึ้น แม้ยังต่ำกว่าระดับ 21.2% ในไตรมาส 1 ปี 2568 ขณะที่สัดส่วน SG&A ต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 8.2% จาก 6.9% จากการเร่งขยายสาขา อย่างไรก็ตาม ภาระดอกเบี้ยลดลง 10.2% QoQ และ 19.2% YoY จากหนี้ที่ลดลงและทิศทางดอกเบี้ยขาลง

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2 ปี 2569 คาดกำไรยังฟื้นตัวต่อ QoQ แต่มีโอกาสลดลง YoY จากฐานสูงในปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากราคาสุกรในไทยที่คาดเพิ่มขึ้นราว 20% QoQ และธุรกิจไก่ที่เข้าสู่ฤดูกาลส่งออก ขณะที่ราคาสุกรเวียดนามอาจอ่อนตัวลง 9% QoQ และต้นทุนวัตถุดิบเริ่มปรับขึ้น โดยราคาข้าวโพดอยู่ที่ราว 10 บาท/กก. (+1–2% QoQ) และกากถั่วเหลือง 16.8 บาท/กก. (+4–5% QoQ

ทั้งนี้ บริษัทได้ล็อกราคาวัตถุดิบล่วงหน้าไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2569 แล้ว

ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 12.5% คาดเติบโต 2.5% YoY (จากเดิมคาดหดตัว) โดยปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นเป็น 19% พร้อมปรับราคาเป้าหมายเป็น 11.30 บาท อิง PER 10 เท่า สะท้อนแนวโน้มการเติบโตที่ดีกว่ากลุ่ม

อย่างไรก็ตาม แม้ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ด้วยราคาหุ้นที่ปรับขึ้นแรงกว่า 124% ตั้งแต่ต้นปี ฝ่ายวิจัยมองว่าระดับราคาปัจจุบันเหมาะสำหรับ “เก็งกำไร” เป็นหลัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง