SSP ขายไฟดีรับ Ft ใหม่ รายได้โต 15%-ล็อกต้นทุน

#SSP #ทันหุ้น - กพช. เคาะค่า Ft เพิ่มเป็น 16.23 สตางค์ต่อหน่วย หนุนค่าไฟฟ้าฐานเป็น 3.95 บาทต่อหน่วย ดีเดย์งวดพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 ด้าน SSP ชี้โครงการในประเทศรับอานิสงส์ ดันรายได้ขายไฟพุ่ง พร้อมตอกย้ำปีนี้รายได้โต 15% จากปีก่อน รับฐานธุรกิจขยายตัว แถมดีลซัพพลายเออร์ล็อกราคาอุปกรณ์ล่วงหน้า หวังป้องกันความเสี่ยงอนาคต
จากกรณีที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2569 (ครั้งที่ 176) ได้มีมติเห็น ชอบวาระสำคัญด้านพลังงาน ซึ่งดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ที่ เห็นชอบในหลักการ "วาระแห่งชาติด้านพลังงาน" โดยอนุมัติให้ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) งวดเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2569 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 0.1623 บาทต่อหน่วย ซึ่งเพิ่มขึ้น จากงวดเดิม (ม.ค. - เม.ย. 69) ที่ 0.0972 บาทต่อหน่วย ตามต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย
อย่างไรก็ดีการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และการใช้ไฟฟ้าที่มากกว่า 200 หน่วยขึ้นไปเป็นอัตราก้าวหน้าที่สะท้อนและส่งเสริมให้เกิดการใช้ไฟฟ้า อย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ค่าไฟฟ้าในรอบบิลตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้
นายชยุตม์ หลีหเจริญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP เปิดเผยว่า ในแง่ค่า Ft รอบใหม่ช่วงพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 ที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้นมองเป็นผลบวกต่อโครงการต่างๆ ของบริษัท อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม “วินชัย” ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งตามสัญญารวม 45 เมกะวัตต์, โครงการโซลาร์ SPN ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนให้รายได้จากการขายไฟฟ้าโดยรวมในประเทศปรับตัวสูงขึ้น
ปีนี้รายได้โต 15%
ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของ SSP แบ่งเป็น การผลิตและขายไฟฟ้าผ่านโครงการรูปแบบต่างๆ ในประเทศประมาณ 55-60% ส่วนที่เหลือมาจากโครงการในต่างประเทศ โดยข้อมูลล่าสุดบริษัทกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งในและต่างเทศรวมประมาณ 367 เมกะวัตต์
อย่างไรก็ดี ภาพรวมผลประกอบการปี 2569 บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้เติบโต 10-15% จากปีก่อน เพราะบริษัทมีการรับรู้โครงการโซลาร์ฟาร์มภายใต้ชื่อ LEO 2 ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 22 เมกะวัตต์ในประเทศญี่ปุ่นเข้ามาเต็มในปี 2569 นอกเหนือจากโซลาร์ฟาร์มในส่วนของ SPN และการปรับค่า Ft ใหม่ที่เข้าเพิ่มเติม รวมทั้งโครงการใหม่ในอนาคตเข้ามาเสริม
ดีลซัพพลายเออร์ล็อกต้นทุน
นอกจากนี้ จากสถานการณ์ความขัดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาอุปกรณ์ต่างๆ มีทิศทางปรับเพิ่มขึ้น ทาง SSP มองไม่น่าจะมีผลกระทบต่อธุรกิจและการลงทุนใหม่ๆ ในช่วงนับจากนี้ เพราะบริษัทได้มีการเจรจากับทางซัพพลายเออร์เพื่อล็อกราคาไว้ล่วงหน้าแล้ว หวังป้องกันความเสี่ยงในอนาคตอีกทางหนึ่ง
สำหรับในช่วง 5 ปีนับจากนี้ (ปี 2569 -2573) บริษืทตั้งเงินลงทุนไว้ราว 2.3 หมื่นล้านบาท รองรับการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ คิดเป็นกำลังผลิตรวมอีกไม่ต่ำกว่า 400 เมกะวัตต์ อาทิ โรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศฟิลิปปินส์ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 150 เมกะวัตต์, โรงไฟฟ้าแปรรูปขยะชุมชนในไทย จำนวน 2 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 19.8 เมกะวัตต์ ฯลฯ หวังขยายฐานธุรกิจไฟฟ้าเพิ่มเติม รวมทั้งสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
ขณะเดียวกันที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ SSP ล่าสุดยังมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.205 บาทต่อหุ้น สอดคล้องกับมติของคณะกรรมการบริษัทช่วงที่ผ่านมา โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมายไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และเตรียมจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
