โผ 15 หุ้นไทย งบพุ่ง 3 ปีซ้อน แผนลงทุน พ.ค.

#หุ้นไทย #ทันหุ้น - เปิดชื่อ 15 หุ้นไทยใน SET50 กำไรดี 3 ปีซ้อน ผลงาน DELTA ยังเด่นต่อ ทว่าในเชิงกลยุทธ์เดือนนี้ กูรูวิเคราะห์ชอบแค่ CPALL และ SCB ถึงเวลาสลับตัวเล่นโดยหาหุ้นงบเซอร์ไพรส์มาเก็งกำไรลุ้น TOP, SPRC, BDMS, BH, COM7 และ ADVICE ส่วนสื่อสารตัวใหญ่และแบงก์ถอยก่อนชั่้วคราว
ผู้สื่อข่าวรวบรวมรายชื่อหลักทรัพย์ใน SET50 ปัจจุบันพบมีถึง 15 บริษัทจดทะเบียนที่กำไรสุทธิรายปีย้อนหลัง 3 ปีที่ผ่านมา 2566, 2567 และ 2568 แต่ละปีเติบโตต่อเนื่องเทียบจากปีก่อนหน้าได้แก่ ADVANC (11.82%, 20.59% และ 36.52%), AWC (30.72%, 16.13% และ 9.19%), BBL (42.07%, 8.59% และ 1.76%), BEM (42.79%, 8.32% และ 0.34%), CENTEL (213.53%, 40.45% และ 13.69%), CPALL (39.26%, 37.14% และ 11.28%), CPN (39.98%, 11.07% และ 12.63%), DELTA (20.06%, 2.8% และ 31.03%), GPSC (314.41%, 9.97% และ 57.52%), KTB (8.66%, 19.77% และ 9.97%), KTC (3.05%, 1.94% และ 4.63%), MINT (26.15%, 43.34% และ 16.25%), SCB (15.91%, 0.97% และ 8.07%), TCAP (26.5%, 0.65% และ 16.61%) และ TLI (4.77%, 20.35% และ 1.71%)
อย่างไรก็ตามหลายหลักทรัพย์ข้างต้นก็ยังมีผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 ที่ดีมากทั้งหลายตัวในกลุ่มธนาคารหรือกระทั่งหุ้นเด่น อิเล็กทรอนิกส์คือ DELTA ที่กำไรสุทธิในไตรมาสนี้สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 9,081 ล้านบาท เติบโตสูง 65.4% จากปีก่อน
@ชอบแค่ CPALL-SCB
ด้านนายกรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนสายงานวิจัยลูกค้ารายย่อยและนักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากรายชื่อหุ้นที่กำไรดีต่อเนื่องข้างต้น ไม่ใช่ทุกตัวที่ในเชิงกลยุทธ์ยังแนะนำให้ซื้อ ตัวที่ชอบมีเพียง CPALL และ SCB ส่วนตัวที่แนะนำขายได้แก่ ADVANC และ DELTA ขณะที่อีกหลายตัวที่ทำการศึกษาก็แนะนำเพียงถือเท่านั้น
หลังจากเดือนเมษายนผ่านมาแม้ว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะลดระดับลง แต่อุปทานที่ตึงตัวต่อเนื่องน่าจะทำให้ราคาน้ำมันยังมีโอกาสเพิ่มขึ้น หรือ Risk Premium จึงทำให้ ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) ยังชอบกลุ่มพลังงานและกลุ่มปลอดภัย ขณะที่แนะนำลดน้ำหนักหุ้นที่อ่อนไหวต่อต้นทุนเชื้อเพลิง
นายภูวดล ภูสอดเงิน นักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า กลยุทธ์การลงทุนหุ้นไทยเดือนพฤษภาคมนี้ อ้างอิง Earnings Season ผนวกกับ Seasonal Effect (Sell in May) ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการลงทุนมากกว่าปัจจัยมหภาคใหม่ โดยเฉพาะการตอบสนองของราคาหุ้นต่อผลประกอบการที่ “Sensitive มากขึ้น” หากกำไรดีกว่าคาดจะเห็นแรงซื้อเข้าทันที ขณะที่หุ้นที่ไม่มี Catalyst ใหม่มีโอกาสถูกขายลดน้ำหนัก
@พ.ค. หางบเซอร์ไพรส์
โดยในช่วงที่งบการเงินทยอยประกาศ ให้เก็งกำไรตาม Earnings Surprise โดยเน้น โรงกลั่นได้แก่ TOP, SPRC โรงพยาบาลได้แก่ BDMS, BH ค้าปลีกสินค้าไอทีได้แก่ COM7, ADVICE หุ้นกลุ่มนี้มีโอกาสเห็นแรงซื้อทันที หากกำไรออกมาดีกว่าคาด
อีกธีมที่น่าสนใจคือหุ้นที่เชื่อมโยงกับนโยบายภาครัฐโดยเฉพาะการเร่งลงทุนและการย้ายฐานการผลิตได้แก่ WHA, AMATA และ WHAUP รวมถึงพลังงานสะอาด เช่น GUNKUL มีโอกาส Outperform หากมีความชัดเจนของนโยบายใหม่เข้ามาหนุน และหุ้นอิเล็กทรอนิกส์มีโอกาสฟื้นตัวตามดีมานด์แนะนำ KCE และ HANA และยังแนะนำเก็งกำไรหุ้นที่น่าจะเข้า SET50 รอบใหม่พร้อมกับมีพื้นฐานกำไรดี เช่น MRDIYT และ ITC เป็นต้น
@หุ้นที่ต้องระวังแล้ว
ในทางกลับกันแนะนำหลีกเลี่ยงหุ้นที่ต่างชาติถือสูงและราคาปรับขึ้นมาอยู่โซนบน แต่ยังไม่มี Catalyst ใหม่ เช่น กลุ่มสื่อสาร ADVANC, TRUE กลุ่มธนาคารพาณิชย์ แต่เนื่องจากหุ้นเหล่านี้ให้ปันผลสูงจึงทำให้การปรับลงจะจำกัดสามารถซื้อได้ถ้า ย่อตัว 7–10% และเริ่มนิ่ง
อีกกลุ่มที่แนะนำเลี่ยงชั่วคราว คือ กลุ่มท่องเที่ยว เช่น AOT, CENTEL, AWC, ERW เนื่องจากผ่านช่วง Peak ไปแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วง Low Season ทำให้ Upside ระยะสั้นจำกัด
"ตลาดหุ้นไทยเดือนนี้คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,470–1,520 จุด โดยมีลักษณะผันผวนระหว่างเดือนจากแรงขายสลับแรงซื้อจากการเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านหลัง Earnings Season และการปรับพอร์ตของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ Flow มีลักษณะ Rotation ระหว่างกลุ่มค่อนข้างชัด" นายภูวดล กล่าว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
