"อาร์ทีมิส 2" ทำลายสถิติ "ส่งมนุษย์เดินทางไกลที่สุด" ล้มแชมป์เก่า “อะพอลโล 13”

นักบินอวกาศทั้ง 4 คนของภารกิจอาร์ทิมิส 2 ทำสถิติเป็นมนุษย์ที่เดินทางไกลจากโลกมากที่สุด เมื่อวานนี้ (จันทร์) โดยพวกเขากำลังเคลื่อนที่ในเส้นทางภายใต้อิทธิพลแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ ซึ่งจะพาพวกเขาไปยังด้านไกลของดวงจันทร์ที่มืดมิด
ลูกเรือของอาร์ทิมิส 2 ซึ่งเดินทางด้วยยานโอไรออน (Orion capsule) หลังจากปล่อยตัวจากรัฐฟลอริดาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตื่นนอนในเวลาประมาณ 10.50 น.วันจันทร์ตามเวลาโซนตะวันออกของสหรัฐฯ ในวันที่ 6 ของภารกิจ พร้อมข้อความบันทึกเสียงจากจิม เลิฟเวลล์ (Jim Lovell) นักบินอวกาศในตำนานจากภารกิจอะพอลโล 8 และอะพอลโล 13 โดยเลิฟเวลล์ ซึ่งเสียชีวิตด้วยวัย 97 ปีเมื่อปีที่แล้ว กล่าวว่า “ยินดีต้อนรับสู่ถิ่นเก่าของเขา นี่เป็นวันประวัติศาสตร์ และแม้พวกคุณจะยุ่งแค่ไหน ก็อย่าลืมชมวิว…ขอให้โชคดีและประสบความสำเร็จ”
นักบินอวกาศของนาซา ซึ่งได้แก่รีด ไวส์แมน, วิคเตอร์ โกลเวอร์, คริสตินา คอช และเจเรมี แฮนเซน นักบินอวกาศชาวแคนาดา มีกำหนดจะไปถึงจุดที่ไกลจากโลกที่สุดประมาณ 406,776 กิโลเมตร (252,760 ไมล์) ซึ่งไกลกว่าสถิติเดิมของจิม เลิฟเวลล์ และลูกเรืออะพอลโล 13 ถึงราว 6,606 กิโลเมตร (4,105 ไมล์) หลังจากครองสถิติมานาน 56 ปี
จากนั้น พวกเขาจะโคจรอ้อมด้านไกลของดวงจันทร์ โดยมองเห็นพื้นผิวด้านมืดจากระยะประมาณ 6,437 กิโลเมตร ขณะที่โลกจะปรากฏเป็นวัตถุขนาดเล็กคล้ายลูกบาสเกตบอลอยู่ไกลออกไป
เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงสำคัญของภารกิจอาร์ทิมิส 2 ที่มีระยะเวลาประมาณ 10 วัน ซึ่งเป็นเที่ยวบินทดสอบแบบมีมนุษย์ครั้งแรกของโครงการอาร์ทิมิสของนาซา (Artemis program) โดยโครงการมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์นี้ มีเป้าหมายจะพานักบินอวกาศกลับไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์อีกครั้งภายในปี 2028 ก่อนจีน และสร้างฐานปฏิบัติการระยะยาวของสหรัฐฯ บนดวงจันทร์ในอีกสิบปีข้างหน้า เพื่อเป็นจุดทดสอบสำหรับภารกิจไปดาวอังคารในอนาคต
การบินอ้อมดวงจันทร์ จะทำให้ลูกเรือต้องเผชิญกับความมืดและการสื่อสารขาดช่วงชั่วคราว เนื่องจากดวงจันทร์จะบดบังสัญญาณจากเครือข่าย Deep Space Network ซึ่งเป็นระบบเสาสื่อสารขนาดใหญ่ทั่วโลกของนาซาที่ใช้สื่อสารกับลูกเรือ โดยการโคจรอ้อมนี้จะใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ในช่วงเวลาดังกล่าว นักบินอวกาศจะใช้กล้องระดับมืออาชีพถ่ายภาพดวงจันทร์ผ่านหน้าต่างของยานโอไรออน เพื่อเก็บข้อมูลมุมมองที่หายากและมีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์
นอกจากนี้ ลูกเรือยังจะมีโอกาสได้ถ่ายภาพช่วงเวลาที่หาได้ยาก ซึ่งโลกจะดูเล็กจิ๋วเมื่อเทียบกับระยะทางอันไกลโพ้นในอวกาศ ขณะที่โลกจะตกและขึ้นพร้อมกับขอบฟ้าของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นภาพที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวของภาพดวงจันทร์ขึ้นที่มองเห็นจากโลก
ขณะเดียวกัน ทีมนักวิทยาศาสตร์ด้านดวงจันทร์จำนวนมากที่ศูนย์อวกาศ Johnson Space Center ในเมืองฮิวสตัน จะติดตามและบันทึกข้อมูลแบบเรียลไทม์ ขณะที่นักบินอวกาศรายงานสิ่งที่พวกเขาเห็นจากภารกิจครั้งประวัติศาสตร์นี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
