โรงแรม-รีสอร์ท เครือสิงห์ฯ ทั่วโลกประกาศปิดบริการชั่วคราว ยันไม่ปลดพนง.-ให้หยุดพักแต่ได้เงินเดือนเหมือนเดิม

โรงแรม-รีสอร์ท เครือสิงห์ฯ ทั่วโลกประกาศปิดบริการชั่วคราว ยันไม่ปลดพนง.-ให้หยุดพักแต่ได้เงินเดือนเหมือนเดิม
มติชน
30 มีนาคม 2563 ( 10:59 )
18
โรงแรม-รีสอร์ท เครือสิงห์ฯ ทั่วโลกประกาศปิดบริการชั่วคราว ยันไม่ปลดพนง.-ให้หยุดพักแต่ได้เงินเดือนเหมือนเดิม

กรุงเทพฯ 30 มีนาคม 2563 – บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในเครือ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ประกาศมาตรการเพื่อรับมือกับสถานการณ์ของโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาด โดยจะหยุดทำการโรงแรมและรีสอร์ทในประเทศไทย มัลดีฟส์ ฟิจิ มอริเชียส และสหราชอาณาจักร เป็นการชั่วคราว

นายเดิร์ก อังเดร ลีน่า คุยเบอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การหยุดทำการโรงแรมชั่วคราว มีจุดประสงค์เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก และตอบรับกับมาตรการปิดพรมแดนในหลายประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอยู่ และเพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพของผู้เข้าพักและพนักงานทุกคน รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลง

ทั้งนี้ โรงแรมทั้ง แห่ง ของ SHR ในประเทศไทย ได้แก่ โรงแรม สันติบุรี เกาะสมุย โรงแรม พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท โรงแรม เอาท์ริกเกอร์ ลากูน่า ภูเก็ต บีช รีสอร์ท และโรงแรม เอาท์ริกเกอร์ เกาะสมุย บีช รีสอร์ท จะหยุดทำการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน 2563

ส่วนในมหาสมุทรอินเดีย ธุรกิจทั้งหมดในมัลดีฟส์ รวมถึงโครงการครอสโรดส์ มัลดีฟส์ (CROSSROADS Maldives) ประกอบด้วยโรงแรม SAii Lagoon Maldives, Hard Rock Hotel Maldives, The Marina @ CROSSROADS, and Outrigger Konotta Maldives Resort จะหยุดทำการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 โดยกำหนดเปิดทำการจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ส่วนในฟิจิ และมอริเชียส ได้เตรียมความพร้อมในการหยุดทำการรีสอร์ททั้ง 3 แห่งชั่วคราว เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการของหน่วยงานภาครัฐ

ในสหราชอาณาจักร บริษัทฯ มีโรงแรม 29 แห่ง และได้ทำงานประสานกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิดเพื่อดำเนินการตามมาตรการปิดพรมแดนของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ขณะนี้ โรงแรมเกือบทั้งหมดได้หยุดทำการชั่วคราวแล้วจนถึงสิ้นเดือนเมษายน ยกเว้นโรงแรม แห่ง ที่เปิดทำการเพื่อช่วยเหลือและเป็นที่พักสำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ธุรกิจภาครัฐและพนักงานจากธุรกิจอื่น ๆ ที่มีความจำเป็นในสถานการณ์นี้

นายเดิร์ก กล่าวว่า บริษัทฯ พร้อมที่จะจัดเตรียมนโยบายและกลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่พร้อมจะกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่ง โดยระหว่างที่โรงแรมหยุดทำการชั่วคราว บริษัทฯยังคงว่าจ้างพนักงานตามอัตรากำลังคนเดิม พร้อมทั้งแนะนำให้เก็บตัวอยู่ในบ้านและหลีกเลี่ยงการเดินทางตามคำแนะนำของรัฐบาลในแต่ละประเทศ ส่วนพนักงานในรีสอร์ทที่ไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ เนื่องจากการปิดพรมแดนหรือห้ามเดินทางในสถานการณ์การระบาดของโรค จะยังคงพักอยู่ในโรงแรม โดยบริษัทฯ มีมาตรการป้องกันด้านสุขอนามัยเพิ่มเติมที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของรัฐ เพื่อให้พนักงานปฏิบัติตาม

สุขภาพและความปลอดภัยของผู้เข้าพักและพนักงานเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก สถานการณ์ในขณะนี้ มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นทุกวัน มาตรการที่เข้มข้นต่าง ๆ จะช่วยลดผลกระทบที่มีต่อผู้เข้าพัก พนักงาน และพันธมิตรทางธุรกิจ เราหวังว่าช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้จะผ่านพ้นไปโดยเร็ว และเราพร้อมที่จะยืนเคียงข้างและสนับสนุนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้” นายเดิร์ก กล่าว 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง