ป่วนหนัก! "การบิน" ทั่วโลกแห่ยกเลิกไฟลต์

อุตสาหกรรมการบินทั่วโลก กำลังเผชิญกับภาวะกดดันพร้อมกันถึง 2 ด้าน คือ ต้นทุนพุ่งสูงขึ้น จากราคาน้ำมันเครื่องบิน ที่ปรับเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว และปริมาณเชื้อเพลิงที่ตึงตัว ซึ่งเริ่มส่งผลให้สายการบินรายใหญ่บางแห่ง ทยอยยกเลิก หรือปรับลดเที่ยวบิน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว
บิซิเนส อินไซเดอร์ รายงานว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ได้รบกวนห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก ทำให้น้ำมันจำนวนมากติดค้างอยู่ในคลัง และไม่สามารถส่งออกได้ตามปกติ ขณะที่ภูมิภาคนี้ เป็นแหล่งผลิตสำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้้ำมันดิบ เบรนท์ (Brent Crude) เคยพุ่งทะลุ 100 ดอลลารต่อบาร์เรล ในช่วงต้นเดือนมีนาคม ก่อนชะลอลงมาหลังจากมีสัญญาณการเจรจาหยุดยิง
แต่ราคาน้ำมันเครื่องบินกลับปรับตัวรุนแรงกว่านั้น โดยเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จนเข้าใกล้ระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนถึงภาวะการตึงของตลาดเชื้อเพลิงการบิน ที่มีข้อจำกัดด้านการจัดเก็บและการสำรองมากกว่าน้ำมันประเภทอื่น
เมื่อสถานการณ์ยืดเยื้อ ปัญหาจึงไม่ได้อยู่แค่ราคาที่สูงขึ้น แต่รวมถึงการเข้าถึงน้ำมันที่ยากมากขึ้น โดยเฉพาะกับประเทศที่ไม่ได้ผลิตน้ำมันเอง หรือมีปริมาณสำรองจำกัด
เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว Fatih Birol ผู้อำนวยการบริหาร สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) กล่าวกับสำนักข่าว เอพี ว่า ปัจจุบันในยุโรป มีน้ำมันเครื่องบินเหลืออยู่เพียงประมาณ 6 สัปดาห์เท่านั้น และหากช่องแคบฮอร์มุซไม่ถูกเปิดใช้งาน ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดการยกเลิกเที่ยวบินเนื่องจากการขาดแคลนน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น การยกเลิกหรือการปรับลดเที่ยวบินของสายการบินหลายแห่ง ยังมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนที่สูงขึ้น จนทำให้ในบางเส้นทางไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
ขณะที่ June Goh นักวิเคราะห์ตลาดน้ำมันอาวุโส จาก Sparta Commodities ระบุผ่านโซเชียล มีเดียว่า น้ำมันเครื่องบินต้องใช้การจัดเก็บแบบเฉพาะทาง ทำให้มีการสำรองน้อยกว่าน้ำมันประเภทอื่น ๆ ส่งผลให้ตลาดมีความเปราะบางมากกว่า
และบอกว่า สถานการณ์ดังกล่าว จะทำให้ต้นทุนการเดินทางในเอเชียเพิ่มสูงขึ้น โดยสายการบินหลายแห่งเริ่มปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมัน และบางกรณีถึงขั้นยกเลิกเที่ยวบิน ขณะที่ยุโรปมีความเสี่ยงจะเผชิญภาวะขาดแคลนในระยะอันใกล้นี้
ขณะเดียวกัน การยกเลิกเที่ยวบินในยุโรป ซึ่งจะเริ่มเห็นตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม เป็นต้นไป อาจส่งผลกระทบต่อฤดูท่องเที่ยวในช่วงกลางปี โดย Willie Walsh ผู้อำนวยการใหญ่ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไอเอทีเอ) ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวกำลังส่งผลกระทบกับฤดูท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนนี้ ซึ่งปกติจะมีผู้โดยสารใช้บริการหนาแน่น นอกจากจะต้องเร่งหาช่องทางนำเข้าน้ำมันจากแหล่งอื่นแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องมีแผนรองรับที่ชัดเจน และประสานงานกันอย่างเป็นระบบ หากต้องมีการ ปันส่วนน้ำมัน รวมถึงอาจต้องใช้มาตรการผ่อนปรนด้านสล็อตการบิน เพื่อบริหารจัดการเที่ยวบิน
ขณะที่ภาพรวมของสายการบินบางแห่งที่เริ่มลดและยกเลิกเที่ยวบินจากแรงกดดันทั้ง 2 ด้าน ตามข้อมูลล่าสุดที่รวบรวมโดย บิซิเนส อินไซเดอร์
เริ่มที่ KLM สายการบินแห่งชาติของเนเธอร์แลนด์ ประกาศยกเลิกเที่ยวบินไป-กลับ 80 เที่ยวบิน จากฐานหลักที่สนามบินอัมสเตอร์ดัม โดยให้เหตุผลว่า ต้นทุนน้ำมันสูงจนไม่คุ้มค่าต่อการบิน และย้ำว่า บริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันขาดแคลนโดยตรง
Ryanair สายการบินต้นทุนต่ำรายใหญ่ที่สุดของยุโรป ก็กำลังพิจารณาลดเส้นทางบินเช่นกัน
Lufthansa ของเยอรมนี เตรียมปลดระวางเครื่องบินบางส่วนเร็วกว่ากำหนด จากปัญหาทั้งต้นทุนน้ำมัน และข้อพิพาทแรงงาน
Edelweiss Air จากสวิตเซอร์แลนด์ เตรียมยกเลิกเที่ยวบินไปสหรัฐฯ บางเส้นทาง เช่น เดนเวอร์ และซีแอตเทิล และลดเที่ยวบินไปลาสเวกัส เนื่องจากปัญหาความต้องการที่ลดลง และต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
ส่วน Scandinavian Airlines ระบุว่าจะลดเที่ยวบินราว 1,000 เที่ยวในเดือนเมษายน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเส้นทางระยะสั้นในภูมิภาคนอร์ดิก เพื่อรับมือกับต้นทุนน้ำมันที่พุ่งขึ้น
United Airlines มีแผนลดเที่ยวบินในช่วง 2 ไตรมาสข้างหน้า โดยจะทยอยตัดเที่ยวบินที่ไม่ทำกำไรออกก่อน
ขณะที่ Air New Zealand เตรียมลดเที่ยวบินประมาณร้อยละ 5 หรือราว 1,100 เที่ยว ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นทุน
และ Air Canada จะระงับบางเส้นทางตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม จากราคาน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า จนทำให้บางเส้นทางไม่คุ้มค่า โดยการปรับลดจะกระทบทั้งเที่ยวบินภายในประเทศ เส้นทางแคนาดา–สหรัฐฯ และเส้นทางระหว่างประเทศ
ส่วนสายการบินในเอเชีย หลายแห่งก็เริ่มปรับตัวเช่นกัน อย่าง Vietnam Airlines ระงับเส้นทางบินภายในประเทศ 7 เส้นทาง ตั้งแต่ 1 เมษายนเป็นต้นไป และตามรายงานของรอยเตอร์ส ระบุว่า ยังมีแผนลดเที่ยวบินอีกร้อยละ 10-20 ในไตรมาสถัดไป หากราคาน้ำมันเครื่องบินแตะระดับ 160–200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้าน AirAsia ลดเที่ยวบินแล้วร้อยละ 10 พร้อมปรับขึ้นค่าโดยสาร โดย Bo Lingam ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ของ AirAsia X ระบุว่า ค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่มขึ้นสูงสุดร้อยละ 20 และราคาค่าโดยสารโดยรวมปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 30-40 พร้อมชี้ว่า ราคาน้ำมันเครื่องบินที่พุ่งจาก 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็น 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือเป็นความท้าทายที่ร้ายแรงที่สุดของธุรกิจ
สำหรับการบินไทย ไม่ได้มีประกาศอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานข่าวจาก ฐานเศรษฐกิจ ระบุว่า การบินไทยได้แจ้งกับตัวแทนจำหน่ายตั๋วโดยสารว่า อาจมีการเปลี่ยนแปลง สำหรับการยกเลิกเที่ยวบินและปรับลดความถี่ของเที่ยวบินทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 นี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
