"ทรัมป์" เบรกจีน เขย่าโรงงานโซลาร์สหรัฐ สะดุดลงทุน AI

อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ของสหรัฐ กำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่ หลังมาตรการคุมเข้มบริษัทจีนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มส่งผลกระทบโดยตรงต่อโรงงานผลิตแผงโซลาร์ในอเมริกา
รายงานของ Reuters ระบุว่า บริษัทโซลาร์รายใหญ่ ธนาคาร และบริษัทประกันภัยหลายแห่ง เริ่มระงับการทำธุรกิจกับโรงงานผลิตแผงโซลาร์ในสหรัฐที่มีสายสัมพันธ์กับจีน เนื่องจากกังวลว่า อาจไม่ผ่านเกณฑ์รับสิทธิสนับสนุนพลังงานสะอาดจากรัฐบาลสหรัฐ
ความไม่แน่นอนดังกล่าว กำลังกระทบกำลังการผลิตแผงโซลาร์มากกว่า 1 ใน 3 ของสหรัฐ ซึ่งหลายโรงงานถูกสร้างขึ้นโดยบริษัทจีนในช่วงรัฐบาลโจ ไบเดน ที่ผลักดันนโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาดอย่างหนัก
แม้เป้าหมายของรัฐบาลทรัมป์ คือการลดอิทธิพลจีนในตลาดอเมริกา และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดจากจีน แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า มาตรการนี้อาจย้อนกลับมาสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐเอง
โดยเฉพาะในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงจากศูนย์ข้อมูล AI และดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมพลังงานมองว่า โซลาร์และระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ คือวิธีเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าที่เร็วที่สุด เพราะก่อสร้างได้ง่ายกว่าโรงไฟฟ้าก๊าซ ถ่านหิน หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
แต่ขณะนี้ หลายบริษัทเริ่มชะลอการลงทุน เพราะยังไม่มีความชัดเจนจากกระทรวงการคลังสหรัฐ ว่าบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับจีนจะยังมีสิทธิรับเครดิตภาษีหรือไม่
Sunrun บริษัทติดตั้งโซลาร์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ เป็นหนึ่งในบริษัทที่เริ่มหลีกเลี่ยงซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวข้องกับจีน โดยปรับรายชื่อผู้ผลิตแผงโซลาร์ที่ได้รับอนุมัติใหม่ เหลือเฉพาะบริษัทที่ไม่มีสายสัมพันธ์จีน
ขณะที่ธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง Morgan Stanley , JPMorgan Chase และ Goldman Sachs เริ่มลดการสนับสนุนด้านการเงินแก่โครงการโซลาร์บางส่วน เพราะกังวลว่า เครดิตภาษีอาจถูกเพิกถอนย้อนหลังในอนาคต
ข้อมูลจาก Wood Mackenzie ระบุว่า จีนครองกำลังการผลิตอุปกรณ์โซลาร์โลกมากถึงร้อยละ 80 และบริษัทจีน เช่น LONGi, Trina Solar และ JinkoSolar เป็นกลุ่มแรก ๆ ที่เข้ามาสร้างโรงงานในสหรัฐ หลังรัฐบาลไบเดนออกมาตรการสนับสนุนพลังงานสะอาดเมื่อปี 2022
ตั้งแต่นั้นมา มีการประกาศลงทุนในอุตสาหกรรมโซลาร์สหรัฐรวมเกือบ 43,000 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะสร้างงานได้ราว 48,000 ตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหลายบริษัทจีนเริ่มเร่งขายหุ้น ลดสัดส่วนถือครอง หรือปรับโครงสร้างธุรกิจในสหรัฐ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎใหม่ของรัฐบาลทรัมป์
แต่จนถึงตอนนี้ ตลาดยังรอคำตอบสำคัญว่า สหรัฐจะสามารถตัดขาดจีนจากห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาดได้จริงหรือไม่ โดยไม่ทำให้ต้นทุนไฟฟ้า การลงทุน และการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในยุค AI ต้องสะดุดลงไปพร้อมกัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
