รีเซต

"ปูติน" ส่งสัญญาณจบสงครามยูเครน ใกล้จบจริง หรือแค่วาทกรรม?

"ปูติน" ส่งสัญญาณจบสงครามยูเครน ใกล้จบจริง หรือแค่วาทกรรม?
TNN ช่อง16
11 พฤษภาคม 2569 ( 21:53 )

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ส่งสัญญาณ “การยุติสงครามใกล้เกิด” และ “พร้อมเจรจาทางตรงกับผู้นำยูเครน” ที่อาจเกิดขึ้นได้ในประเทศที่ 3 ในอนาคต 


“ผมคิดว่า (ความขัดแย้ง) กำลังจะจบลง แต่มันก็ยังเป็นเรื่องร้ายแรงอยู่” ประธานาธิบดีปูตินกล่าวกับนักข่าว เมื่อวันแห่งชัยชนะ 9 พฤษภาคม 2026


ถ้อยแถลงของปูติน จะหมายถึงการยุติสงครามอย่างถาวรจริงหรือไม่? ในสงครามที่เลวร้ายที่สุดของยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2


ทัศนะจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิราพร ร่วมพงษ์พัฒนะ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มองว่า คำกล่าวของปูติน อาจเป็นทั้ง “สัญญาณทางการทูต” และ “ยุทธศาสตร์การต่อรอง” มากกว่าที่จะหมายถึง “การยอมถอยจริงทันที”

1. ปูตินจะยุติสงครามยูเครน มีโอกาสเป็นจริงขนาดไหน?


มองในเชิงความเป็นไปได้ อาจแบ่งเป็น 3 ระดับ


ระดับแรก: หยุดยิงชั่วคราว — มีโอกาสปานกลาง

ช่วงวันที่ 9–11 พฤษภาคม 2026 มีความพยายามหยุดยิง 3 วันภายใต้แรงผลักดันของสหรัฐฯ แต่ทั้งรัสเซียและยูเครนต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าละเมิดข้อตกลง และยังมีรายงานการปะทะภาคพื้นดินกับการโจมตีด้วยโดรนอยู่ต่อเนื่อง   ดังนั้น “การหยุดยิง” อาจเกิดขึ้นได้เป็นระยะ ๆ แต่ยังเปราะบางมาก เพราะทั้งสองฝ่ายยังไม่ไว้วางใจกัน


ระดับที่สอง: การเจรจาสันติภาพ — มีโอกาสเพิ่มขึ้น แต่ยังติดเงื่อนไขใหญ่

ปูตินกล่าวว่าสงคราม “กำลังมาถึงจุดสิ้นสุด” และแสดงความพร้อมเจรจา รวมถึงพูดถึงความเป็นไปได้ในการพบเซเลนสกีในประเทศที่สาม หากมีข้อตกลงสันติภาพระยะยาวก่อน   แต่เงื่อนไขของรัสเซียยังแข็งมาก โดยเฉพาะเรื่องดินแดนในดอนบาส/โดเนตสก์ ซึ่งยูเครนไม่ยอมรับ ขณะที่ฝ่ายรัสเซียเองก็ยังระบุว่าการเจรจายังไม่ชัดเจนว่าจะกลับมาเมื่อใด  


ระดับที่สาม: สันติภาพถาวรหรือการยุติสงครามจริง — ยังมีโอกาสต่ำถึงปานกลาง


เหตุผลคือเป้าหมายของทั้งสองฝ่ายยังขัดกันโดยตรง ยูเครนต้องการอธิปไตยและดินแดนคืน ส่วนรัสเซียต้องการให้ยูเครนยอมรับสภาพดินแดนที่รัสเซียยึดครองหรืออ้างผนวกไว้ อีกทั้งรัสเซียยังมองเรื่องนี้เชื่อมกับ “สถาปัตยกรรมความมั่นคงยุโรป” ไม่ใช่แค่สงครามรัสเซีย–ยูเครนอย่างเดียว การยุติสงครามจึงไม่ใช่แค่การหยุดยิง แต่ต้องมีข้อตกลงเรื่องดินแดน ความมั่นคง NATO การคว่ำบาตร และหลักประกันระยะยาว ซึ่งยากมาก


ดังนั้น คำตอบแบบระมัดระวังคือ มีโอกาสที่ปูตินจะ “เปิดทางสู่การเจรจา” มากขึ้น แต่ยังไม่ควรมองว่าเขาพร้อม “ยุติสงครามโดยไม่มีเงื่อนไข” โอกาสที่เป็นจริงในระยะใกล้จึงน่าจะเป็น “หยุดยิง/เจรจา/แลกเปลี่ยนนักโทษ” มากกว่า “ข้อตกลงสันติภาพสมบูรณ์”

2. ทำไมต้องเป็นช่วงเวลานี้? มีนัยอะไรไหม?


ประการแรก คือ จังหวะวัน Victory Day ของรัสเซีย วันที่ 9 พฤษภาคมเป็นวันแห่งชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่สอง และเป็นสัญลักษณ์ใหญ่ของรัฐรัสเซีย ปูตินมักใช้วันนี้เพื่อสื่อสารเรื่องความรักชาติ ความเสียสละ และความชอบธรรมของรัฐ การพูดว่าสงคราม “กำลังใกล้จบ” ในช่วงนี้จึงอาจเป็นการสร้างภาพว่า รัสเซียไม่ได้แพ้ แต่กำลังเดินเข้าสู่ “ชัยชนะที่สามารถอธิบายต่อประชาชนได้” โดยเฉพาะเมื่อปีนี้ขบวนพาเหรด Victory Day ถูกมองว่าลดขนาดลงกว่าปีก่อน ๆ  ด้วยหลายปัจจัย


ประการที่สอง คือ รัสเซียอาจต้องการเปลี่ยนจากสนามรบสู่โต๊ะเจรจาในช่วงที่ยังรักษาอำนาจต่อรองได้ แม้รัสเซียยังมีความริเริ่มในบางแนวรบ แต่มีรายงานว่าสมรรถนะการรุกของรัสเซียชะลอลง โดยประเมินได้ว่ากองกำลังรัสเซียในฤดูใบไม้ผลิ 2026 ทำผลงานแย่กว่าช่วงที่เครมลินเน้นเป้าหมายโดเนตสก์ในปี 2025 และยังมีรายงานว่าการรุกของรัสเซียช้าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน   

หากอ่านแบบยุทธศาสตร์ ปูตินอาจเห็นว่าการเจรจาในตอนนี้ดีกว่าปล่อยให้ต้นทุนสงครามสูงขึ้นเรื่อย ๆ


ประการที่สาม คือ แรงกดดันจากสหรัฐฯ และการเมืองระหว่างประเทศ การหยุดยิง 3 วันมีส่วนเชื่อมโยงกับความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการผลักดันกระบวนการสันติภาพ และมีแผนแลกเปลี่ยนนักโทษจำนวนมาก  ปูตินจึงอาจใช้จังหวะนี้ส่งสัญญาณว่า “รัสเซียพร้อมคุย” เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นฝ่ายขัดขวางสันติภาพ แต่ขณะเดียวกันก็ยังรักษาเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อรัสเซีย


ประการที่สี่ คือ การส่งสารถึงยุโรปและการแบ่งแยกเอกภาพตะวันตก ปูตินเสนอชื่ออดีตนายกรัฐมนตรีเยอรมนี แกร์ฮาร์ด ชเรอเดอร์ เป็นตัวกลางที่เขาต้องการคุยด้วย แต่รัฐบาลเยอรมนีแสดงความกังขา เพราะชเรอเดอร์มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซีย และยุโรปมองว่าการเจรจาใด ๆ ต้องประสานกับยูเครนและประเทศสมาชิก EU   จุดนี้สะท้อนว่า มอสโกอาจพยายามเปิดช่องเจรจากับยุโรปในแบบที่ตนเองได้เปรียบ และอาจทดสอบความแตกต่างภายในฝ่ายตะวันตก


สรุปว่า ช่วงเวลานี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นจังหวะที่ปูตินอาจต้องการ “ปรับกรอบเรื่องสงคราม” จากสงครามยืดเยื้อที่มีต้นทุนสูง ไปสู่ภาพของผู้นำที่พร้อมยุติความขัดแย้ง หากโลกยอมรับเงื่อนไขด้านความมั่นคงและดินแดนของรัสเซีย .. แต่การยุติสงคราม ยังมาไม่ถึง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง