รีเซต

ผู้นำเกาหลีใต้เรียกร้องกองทัพ “พึ่งพาตนเอง” หลังทรัมป์ประกาศลดซ้อมรบร่วม

ผู้นำเกาหลีใต้เรียกร้องกองทัพ “พึ่งพาตนเอง” หลังทรัมป์ประกาศลดซ้อมรบร่วม
TNN ช่อง16
18 สิงหาคม 2569 ( 16:10 )
13

วันนี้ (18 สิงหาคม) ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ กล่าวว่าเกาหลีใต้ควรเดินหน้าตามแผนในการถ่ายโอนอำนาจควบคุมปฏิบัติการทางทหารในช่วงสงคราม หรือที่เรียกว่า OPCON ของกองกำลังเกาหลีใต้จากสหรัฐฯ โดยไม่มีสะดุดเน้นที่การ “พึ่งพาตนเอง” ภายในช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ทั้งอี แจ-มยองและรัฐบาลยึดถือมาตลอด

ประธานาธิบดีอี กล่าวด้วยว่า พันธมิตรที่แข็งแกร่งเป็นพื้นฐานของความมั่นคงที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นและการเสริมสร้างศักยภาพของเกาหลีใต้ก็จะเพิ่มคุณค่าและความจำเป็นของเราในฐานะพันธมิตรของสหรัฐฯ ด้วย นอกจากนี้ ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ยังเรียกร้องให้เร่งความคืบหน้าโครงการพัฒนา “เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์” ของเกาหลีใต้ รวมถึงการพัฒนานายทหารที่มีความสามารถในการปฏิบัติการแบบบูรณาการ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความขัดแย้งในอนาคต

ขณะที่สำนักประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระบุว่า การซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ไม่ได้สะท้อนเจตนาที่จะโจมตีเกาหลีเหนือหรือยกระดับความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี พร้อมทั้งย้ำว่า จุดประสงค์พื้นฐานของการซ้อมรบไม่ใช่การมองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นศัตรูโดยเฉพาะ แต่คือการปกป้องชีวิตประจำวันของประชาชนให้ปลอดภัยและสงบสุข

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ลดขนานการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ โดยทรัมป์ให้เหตุผลว่าเขามีความสนิทสนมและมีความสัมพันธ์อันดีกับ คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ

การซ้อมรบที่ถูกลดขนาดลงในสัปดาห์นี้เดิมมีเป้าหมายเพื่อช่วยประเมินและรับรองความพร้อมของกองทัพเกาหลีใต้และคาดว่าจะมีทหารเกาหลีใต้เข้าร่วมประมาณ 18,000 นาย พร้อมด้วยกำลังพลของสหรัฐฯ และบุคลากรจาก 11 ประเทศ จากทั้งหมด 18 ประเทศสมาชิกของ กองบัญชาการสหประชาชาติ (UNC) ซึ่งเป็นองค์กรนานาชาติที่กำกับดูแลการปฏิบัติตามข้อตกลงสงบศึกปี 1953 ที่ยุติการสู้รบในสงครามเกาหลี โดยเจ้าหน้าที่ทหารเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ระบุว่า การซ้อมรบดังกล่าวจะนำบทเรียนจากสนามรบมาปรับใช้ด้วย โดยเฉพาะประสบการณ์ของกองทัพเกาหลีเหนือในการใช้โดรนในสนามรบ

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยระงับการซ้อมรบทางทหารครั้งใหญ่ระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ เพื่อเดินหน้าการทูตกับคิม จอง-อึน หลังจากการประชุมสุดยอดครั้งแรกกับผู้นำเกาหลีเหนือในปี 2018 และเป็นให้เหตุการซ้อมรบ Ulchi Freedom Guardian ระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ในปีนั้นถูกยกเลิก ขณะที่การซ้อมรบอื่น ๆ ถูกระงับหรือลดขนาดลง ก่อนที่จะมีการปรับรูปแบบและกลับมาจัดขึ้นอีกครั้งภายใต้ชื่อใหม่

อย่างไรก็ตาม ย้อนไปในสมัยสงครามเกาหลี แม้จะสิ้นสุดลงด้วยการลงนามในข้อตกลงสงบศึกชั่วคราวแทนที่จะการลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพทำให้ในทางเทคนิคแล้วเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยังคงอยู่ในภาวะสงครามมาจนถึงปัจจุบัน และเป็นเหตุให้กองทัพสหรัฐฯ ต้องประจำการกำลังพลอยู่ในเกาหลีใต้นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาและปัจจุบันเกาหลีใต้ยังเป็นที่ตั้งของ “แคมป์ฮัมฟรีส์” (Camp Humphreys) ฐานทัพสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดนอกสหรัฐฯ เป็นความร่วมมือจากทั้งสองกองทัพอย่างใกล้ชิดทั้งด้านการฝึกและการปฏิบัติการทางทหารที่สะท้อนผ่านการซ้อมรบขนาดใหญ่ประจำปี

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง