รีเซต

KBANK ขยายตลาดจีน เปิดสนง.แห่งใหม่เซินเจิ้นเชื่อม AEC+3 ผ่านดิจิทัลแบงกิ้ง แพลตฟอร์ม

KBANK ขยายตลาดจีน เปิดสนง.แห่งใหม่เซินเจิ้นเชื่อม AEC+3 ผ่านดิจิทัลแบงกิ้ง แพลตฟอร์ม
ทันหุ้น
11 มีนาคม 2567 ( 14:30 )
14
KBANK ขยายตลาดจีน เปิดสนง.แห่งใหม่เซินเจิ้นเชื่อม AEC+3 ผ่านดิจิทัลแบงกิ้ง แพลตฟอร์ม

#KBANK #ทันหุ้น-ธนาคารกสิกรไทย (ประเทศจีน) เปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ยกระดับการให้บริการในประเทศจีน และรองรับการขยายตัวด้านการค้าการลงทุน มุ่งเน้นธุรกิจจีนที่ต้องการไปลงทุนในไทยและอาเซียน กับธุรกิจไทย-อาเซียนที่ต้องการขยายตลาดมายังประเทศจีน เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาค ตอกย้ำการเป็นธนาคารแห่งภูมิภาค AEC+3 ผ่านการบริการดิจิทัล

 

 

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปี 2560 ที่ธนาคารกสิกรไทย (ประเทศจีน) ดำเนินธุรกิจในฐานะธนาคารท้องถิ่น(Locally Incorporated Institution: LII) ได้มุ่งเน้นบริการที่ช่วยให้ลูกค้าท้องถิ่นในจีนเข้าถึงบริการด้านการเงิน เพื่อยกระดับการพัฒนาชีวิตและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “Better Me และ Better SMEs" ผ่านช่องทางบริการดิจิทัล พร้อมกับการเชื่อมต่อลูกค้าธุรกิจจีนกับภูมิภาค AEC+3 ผ่านเครือข่ายของธนาคารในภูมิภาคอาเซียน 

 

และล่าสุด ได้ปักหมุดการเติบโตไปอีกขั้น ด้วยการเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ใจกลางเมืองเซินเจิ้น โดยลงทุนซื้อพื้นที่ในอาคารสำนักงานกว่า 13,700 ตารางเมตร ครอบคลุมอาคารถึง 7 ชั้น ตั้งแต่ชั้น 12-18 รองรับพนักงานได้ราว 1,000 คน เพื่อขยายการให้บริการแก่ลูกค้าธุรกิจ เอสเอ็มอี และลูกค้าบุคคล ยกระดับความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อบริการได้ตอบโจทย์ความต้องการในยุคปัจจุบันที่ไม่หยุดอยู่แค่การให้บริการด้านการเงิน จากการนำเสนอแพลตฟอร์มธนาคาร ที่อาศัยข้อได้เปรียบจากเครือข่ายบริการของธนาคารที่มีในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญทั่วภูมิภาคอาเซียน อาทิ เวียดนาม อินโดนีเซีย

 

การเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการประกาศความสำเร็จอีกขั้นของธนาคารกสิกรไทยที่ตั้งเป้าเป็นธนาคารแห่งภูมิภาคแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างประเทศจีนและธนาคารกสิกรไทย นับตั้งแต่การบุกเบิกธุรกิจในประเทศจีนเมื่อปี 2537 จนถึงปัจจุบันที่ธนาคารกสิกรไทยได้มุ่งดำเนินธุรกิจเพื่อส่งเสริมการค้าข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ รวมทั้งสมาชิกในประเทศอาเซียน ซึ่งการเลือกตั้งสำนักงานใหญ่ของธนาคารที่เซินเจิ้น เป็นการตัดสินใจทางยุทธศาสตร์ที่มีรากฐานมาจากประวัติศาสตร์และสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย รวมถึงวิสัยทัศน์ที่มองไปข้างหน้า โดยเซินเจิ้นนอกจากจะเป็นเมืองแห่งเทคโนโลยี จนถูกขนานนามว่าเป็น Silicon Valley of China แล้ว ยังเป็นหนึ่งในเมืองหลักของพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ Greater Bay Area ที่ครอบคลุม ฮ่องกง มาเก๊า กวางโจว ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจแบบบูรณาการ มีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำระดับโลกภายในปี 2579

 

ทั้งนี้ ด้วยวิสัยทัศน์การมุ่งเป็นธนาคารแห่งภูมิภาค AEC+3 ธนาคารจึงร่วมมือกับพันธมิตรนำเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมาสร้างผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินของธุรกิจ เช่น การสนับสนุนการลงทุนบริษัทจีนที่ขยายธุรกิจในประเทศไทยและอาเซียน การทำ E2E Online Lending สำหรับลูกค้ารายย่อย การทำระบบชำระเงินข้ามประเทศ (cross-border payment and settlement) บริการด้านการลงทุน 

(Wealth Management) และธุรกิจประกัน ทั้งในประเทศจีน ประเทศไทย และในภูมิภาค ซึ่งสอดรับกับมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราระหว่างกัน (Free Visa) จึงยิ่งเป็นโอกาสที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจชาวจีนที่มีแนวโน้มเข้ามาในไทยมากขึ้น ถือเป็นยุคสมัยแห่งการสานสัมพันธ์ของทั้งภาคธุรกิจและการแลกเปลี่ยนกันระหว่างบุคคลอีกด้วย

 

ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทย (ประเทศจีน) เป็นธนาคารจากต่างชาติจากอาเซียนแห่งแรกที่มีสำนักงานใหญ่ที่เซินเจิ้น มีสินทรัพย์กว่า 100,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 30% มีลูกค้ารายย่อยกว่า 3 ล้านราย และมีสาขาใน 4 เมืองหลักในประเทศจีน ได้แก่ เซินเจิ้น ปักกิ่ง เซียงไฮ้ และเฉิงตู เพื่อให้ครอบคลุมเครือข่ายลูกค้าธุรกิจระหว่าง ไทย จีน และ AEC ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ธนาคารกสิกรไทยมีความแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น ตามแนวคิดการเป็น ธนาคารในระดับภูมิภาค

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง