GULFพื้นฐานแข็งแกร่ง ‘สารัชถ์’ทุ่ม1.9พันล.ซื้อ

#GULF #ทันหุ้น - “กูรู” ประสานเสียง GULF พื้นฐานแข็งแกร่ง ยัน SINGTEL ขายหุ้นไม่กระทบธุรกิจ มองราคาลงเป็นจังหวะทยอยสะสม เหตุ ระยะสั้นมีปัจจัยบวก กำไรไตรมาส2/2569 ทำนิวไฮ -ธีมลงทุนดาต้า เอไอ แถมได้รับผลดีมากสุดจาก PDP ฉบับใหม่ ไดเรทพีพีเอ มองเป้าราคาเหมาะสม 67-91 บาทต่อหุ้น ด้าน “สารัชถ์ รัตนาวะดี”แจ้ง ซื้อบิ๊กล็อต 33.50 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 59 บาท รวมมูลค่า 1.97พันล้านบาท
วานนี้ (23 มิ.ย.69) มีรายการซื้อขายบนกระดานรายใหญ่ (บิ๊กล็อต) หุ้น บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)หรือ GULF จำนวน 68 รายการ จำนวน 434 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 59.07 บาท รวมมูลค่า 25,686.11 ล้านบาท ซึ่งทาง SINGTEL GLOBAL INVESTMENT PTE. LTD. แจ้งว่าจะมีการขายหุ้น GULF จำนวน 416 ล้านหุ้น ให้กับนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยภายหลังการขายบิ๊กล็อตดังกล่าว SINGTEL ระบุว่าจะถูก Lock-up ไม่ขายอีกใน 90 วันจากนี้
โดยระหว่างวันราคาหุ้น GULF ทำจุดสูงสุดที่ 62 บาท และต่ำสุดที่ 60.25 บาทต่อหุ้น ก่อนจะกลับมาปิดตลาดที่ระดับ 60.50 บาทต่อหุ้น ลดลง 0.75 บาท หรือ 1.22% ปริมาณหุ้นซื้อขาย 658.88 ล้านหุ้น มูลค่าการซื้อขายสูงสุดในตลาดหุ้นไทยวานนี้ ที่ 39,351.63 ล้านบาท
จากข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของผู้บริหาร (แบบ 59-2) นาย สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF แจ้งว่า นิติบุคคลซึ่งผู้จัดทำรายงาน คู่สมรสหรือผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละ 30 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด และมีสัดส่วนการถือหุ้นมากที่สุด (บริษัท กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด) ได้ซื้อหุ้น GULF เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 จำนวน 33.50 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 59 บาท มูลค่ารวม1,976.50 ล้านบาท ซึ่งเป็นการทำรายการผ่านBig Lot ผ่านบริษัท หลักทรัพย์ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ทำให้ภายหลังเข้าซื้อถือหุ้นเป็น 620.50 ล้านหุ้น
@ปรับพอร์ต
นายณัชพล โรจนโรวรรณ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST กล่าวกับ "ทันหุ้น" ว่า การที่ SINGTEL มีการขายหุ้นของ GULF เพื่อเป็นการปรับพอร์ต เนื่องจาก SINGTEL ไม่มีนโยบายการถือหุ้นในธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจโทรคมนาคม แต่ที่ SINGTEL มาถือหุ้น GULF นั้นเป็นผลที่เกิดจากการควบรวมระหว่าง GULF กับ INTUCH เพราะเดิม SINGTEL เป็นผู้ถือหุ้นของกับ INTUCH ประกอบกับ GULF ไม่ได้จ่ายเงินปันผลสูงเหมือนกับ INTUCH ในอดีต
ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่าหลังจากที่ GULF กับ INTUCH มีการควบรวมเสร็จ ทาง SINGTEL หาโอกาสในการลดพอร์ต แต่ด้วยราคาช่วงแรกที่ควบรวมเสร็จอาจจะยังไม่จูงใจ แต่ในช่วงเดือนนี้ราคาหุ้น GULF ปรับตัวขึ้นเด่นและประกอบกับ SINGTEL ได้รับเงินปันผลที่ GULF จ่ายปันผลพิเศษ ที่จ่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้ SINGTEL มองว่าจังหวะนี้เป็นจังหวะที่ดีในการลดสัดส่วนการถือหุ้นลง
@ไม่กระทบพื้นฐาน
สำหรับการที่ SINGTEL ขายหุ้น GULF ออกมานั้น ไม่ได้มีผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของ GULF เพราะ GULF ก็ยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติ จึงแนะนำซื้อ โดยให้ราคาเหมาะสม 68 บาทต่อหุ้น และระยะสั้นยังมีปัจจัยบวกคือ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่กำไรจะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2569 ที่ออกมาดี และจากที่ GULF เข้าซื้อหุ้น KBANK มากขึ้นเป็น 9.99% จากเดิมประมาณ 5% ทำให้ได้รับเงินปันผลเพิ่มขึ้นที่จะเข้ามาในไตรมาส 2 ปีนี้
รวมถึงจากการทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ที่จะเสร็จในปีนี้นั้น เชื่อว่า GULF จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากสุด และยังได้ประโยชน์จาก Direct PPA รวมถึงดาต้าเซ็นเตอร์ที่ GULF มีแผนที่จะลงทุนไปถึงระดับประมาณ 1-2 พันเมกะวัตต์
อย่างไรก็ตามจากที่นักลงทุนให้ความสนใจลงทุนในหุ้นเกี่ยวกับ AI ดาต้าเซ็นเตอร์ นั้น GULF ถือว่าเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากกระแส AI และ Data Center ซึ่งต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก จึงทำให้นักลงทุนสนใจลงทุนจึงทำให้ราคาหุ้น GULF วานนี้ไม่ได้ปรับตัวลงแรงมากนัก
@หุ้นน่าสนใจ
นายมงคล พ่วงเภตรา รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ทันหุ้น” ว่า หุ้น GULF ในปัจจุบันถือว่ามีความน่าสนใจลงทุน หลังจากควบรวมกับ INTUCH เสร็จ เนื่องจากโครงสร้างธุรกิจ เป็นโรงไฟฟ้า และโทรคมนาคม จากการถือหุ้นใน ADVANC และการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ ทำให้ปัจจุบันถือว่าเป็นหุ้น 1 ใน 5 ของตลาดหุ้นไทยที่มีนักลงทุนเข้ามาซื้อขาย
ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาที่ระดับประมาณ 60 บาทนั้น เป็นจังหวะของนักลงทุนในการเข้าซื้อ แต่อยากให้นักลงทุนแบ่งเงินในการเข้าซื้อที่ระดับ 60 บาท และอีกครั้งระดับ 57 บาท เพราะยังมีความกังวลว่าพอ SINGTEL ขายหุ้น GULF รอบนี้แล้ว หุ้นที่เหลืออีก 739 ล้านหุ้น จะขายออกมาอีกหรือไม่ หลังพ้น 90 วันไปแล้ว จึงอยากให้นักลงทุนเตรียมในส่วนนี้ไว้ด้วย
@ลุ้นเข้า MSCI-FTSE
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ราคาหุ้น GULFปรับตัวลงมาทำให้มีดาวน์ไซด์ไม่มากเมื่อเทียบกับราคาบิ๊กล็อต และมี Lock-up ห้ามขายเพิ่ม 90 วัน ทำให้ลดแรงกดดันได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่เป็นนัยได้อีกทางหนึ่งว่าหากจะขายในอนาคตเพิ่มเติม อาจจะไม่ต่ำกว่าราคานี้ หากนักลงทุนทั่วไปลงทุนที่ราคาตลาดถือว่าปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง
นอกจากนี้ Free Float ที่เพิ่มขึ้นจะทำให้อาจถูกเพิ่มน้ำหนักในดัชนีสำคัญอย่าง MSCI และ FTSE ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตามการลดสัดส่วนของ SINGTEL ไม่กระทบปัจจัยพื้นฐานของ GULF และไม่มีผลต่อความแข็งแกร่งทางธุรกิจแต่อย่างใด ยังคงให้เป็น Top Pick กลุ่ม คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 91 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มพื้นฐานของ GULF จากการเติบโตของกำลังการผลิตปีละ 5-7% ในช่วงปี 2569-2571 แนวโน้มกำไรในไตรมาส 2/2569 ที่แข็งแกร่งจาก IPP Dispatch Rate ที่สูงขึ้น กำไรพิเศษจาการขายโรงไฟฟ้า Pak Lay 1.8 พันล้านบาท และปันผล จาก KBANK 2.8 พันล้านบาท และ New S-curve จากธุรกิจ Data Center ด้วยเป้าหมายกำลังการผลิต 1 กิกะวัตต์ ในปี 2573 จึงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 67 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
