รีเซต

จับตาเลือกตั้งชี้ชะตาหุ้นไทย ปี69เป้ากรอบ1,350-1,370จุด

จับตาเลือกตั้งชี้ชะตาหุ้นไทย ปี69เป้ากรอบ1,350-1,370จุด
ทันหุ้น
5 มกราคม 2569 ( 10:10 )
11

#บล.ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น #ทันหุ้น - บล.ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น จับตาเลือกตั้งไทย ปัจจัยกำหนดทิสทางตลาดหุ้น SET คาดเป้าหมายในสถานการณ์ปกติ ให้กรอบ 1,350-1,370 จุด แต่หากจัดตั้งรัฐบาลช้า งบดีเลย์มองที่ 1,300-1320 จุด และอาจเห็นปรับตัวลงไปแตะ 1,100 จุด แนะหุ้นไทยเน้นปันผล พร้อมกระจายพอร์ตออกไปหุ้นโลก ทั้งสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น และตลาดเกิดใหม่

นายปิยะทัศน์  พาโสมนัสสกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น จำกัด กล่าวว่า บล.ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น ให้เป้าหมาย SET ปี 2569 ภายใต้สถานการณ์ภาวะปกติ ที่ 1,350-1,370 จุด และในสถานการ์ไม่ปกติ โดยเฉพาะการเมืองที่ไม่แน่นอน ไม่สามารถเดินนโยบายต่างๆ ได้ตามที่คาดหวัง ไร้ปัจจัยดึงดูด SET น่าจะอยู่ที่ 1,300-1320 จุด

*ปรับลงลึกจังหวะซื้อ

“ยิ่งถ้าการเลือกตั้งมีความไม่แน่นอน มีโอกาสที่ SET จะปรับตัวลงไป 1,100 จุด แต่ในจังหวะที่ปรับตัวลงก็เป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นไทยด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะหุ้นปันผลที่ยังคงน่าสนใจเพราะให้ผลตอบแทนดี อย่างไรก็ตามเราแนะนำนักลงทุนกระจายความเสี่ยงลงทุนหุ้นต่างประเทศมากกว่าหุ้นไทย แต่ถ้าหุ้นไทยมีการปรับฐานลงมาแรง ถึงตอนนั้นเราอาจจะเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นไทยได้เช่นกัน เพราะยังมีบางกลุ่มที่ให้ปันผลดี”

                 นายปิยะทัศน์ กล่าวว่า การเมืองจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการตลาดหุ้น เช่นถ้าได้เป็นรัฐบาลผสมความมีเอกภาพก็จะลดลงไป หรือกว่าจะจัดตั้งรัฐบาลก็ดีเลย์ออกไปเช่นเกิน 2 ไตรมาส การเบิกจ่ายงบปี 2569-70 ก็อาจจะมีปัญหาเบิกจ่ายได้ช้าลง นโยบายต่างๆ ก็ไม่สามารถเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศต่อไปได้ ปัจจัยตรงนี้ก็อาจทำให้ ดัชนี SET ไม่ไปไหน ดังนั้นการลงทุน สำหรับหุ้นไทยให้เลือกหุ้นปันผล และกระจายพอร์ตลงทุนออกไปหุ้นโลก เพื่อลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสการสร้างผลตอบแทนจากหุ้นโลก  

*มองหุ้นยังโดดเด่นปี 69

โดยมุมมองการลงทุนในปี 2569 บล.ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น มองว่าหุ้นยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจและสร้างผบตอบแทนที่ดีต่อ โดยพอร์ตลงทุนสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้แนะนำลงทุนหุ้น 60% ของพอร์ตรวม ซึ่งในพอร์ต 60%ก็กระจายลงทุนในหุ้นสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น และตลาดหุ้นเกิดใหม่ (EM) นอกจากนี้มองว่ากลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่ควรมีไว้ในพอร์ตด้วย

                สำหรับภาพการลงทุนของปี 2569 บล.ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น  มองว่า เป็นช่วงเวลาที่มีความท้าทายสูงหลังการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงของตลาดหุ้นทั่วโลกตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ตามกระแสการลงทุนและพัฒนา AI รวมถึงดอกเบี้ยนโยบายที่เป็นขาลง ซึ่งหากจะให้อธิบายฉากทัศน์การลงทุนด้วยประโยคหนึ่งที่สามารถอธิบายประเด็นนี้อย่างครบถ้วนคือ “Normalization After the AI Hype and Rate Easing”

โดยตลาดหุ้นทั่วโลกในปี 2569 แม้จะยังอยู่บนแนวโน้มขาขึ้นแต่การปรับตัวขึ้นต่ออาจเป็นการแกว่งตัวในกรอบหรือปรับตัวขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะราคาหุ้นในปัจจุบันได้สะท้อนปัจจัยบวกไปค่อนข้างมากแล้วในขณะที่ระดับการประเมินมูลค่ามีความตึงตัว

ในระยะถัดไปนักลงทุน คาดหวัง กับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งมีระดับการเติบโตของกำไรที่สูงอย่างต่อเนื่องจากความเคยชินที่ได้เห็นผลประกอบการของกลุ่มดังกล่าวรวมถึงบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ดีกว่าคาดอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ในทางตรงกันข้ามบนระดับ Valuation ที่ตึงตัวในปัจจุบันนักลงทุนก็พร้อมที่จะขายทำกำไรเพื่อลดสัดส่วนการลงทุนลงอย่างน้อยก็ในระยะสั้นเมื่อเผชิญกับความไม่แน่นอนต่างๆ ทั้งจากปัจจัยเฉพาะตัวรายบริษัท-อุตสาหกรรมและปัจจัยภายนอกที่มาจากความเสี่ยงเชิงนโยบายตลอดจนความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เบื้องต้น

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพที่ชัดเจนในประเด็นที่เป็นความเสี่ยงของอุตสาหกรรม AI-Semiconductor ได้แก่ ผลประกอบการ ORACLE บริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ กลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ผู้ให้บริการระบบข้อมูลและซอฟต์แวร์ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพัฒนา AI มีผลประกอบการต่ำกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อย โดยบริษัทมีระดับของงบประมาณด้านการลงทุน (Capex) และหนี้สินระยะยาวสูงแต่อาจจะมีการรับรู้รายได้ในอนาคตล่าช้ากว่าที่นักลงทุนเคยประเมิน ความเสี่ยงดังกล่าวนำไปสู่การ Selloff อย่างรุนแรงใน 1 วันทำการ

และอีกกรณีหนึ่งคือการประกาศผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของ Broadcom หนึ่งในบริษัทกลุ่ม Semiconductor ขนาดใหญ่ โดยผู้บริหารมีการให้ Guidance ทิศทางของระดับกำไร (Margin) ในอนาคตว่ามีแนวโน้มลดลงบนโครงสร้างของรายรวมที่เปลี่ยนไป ซึ่งทำให้ราคาหุ้นเผชิญกับแรงขายที่รุนแรงในระยะสั้นเช่นกัน สิ่งเหล่าสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อการลงทุนด้าน AI ในปัจจุบันว่าเป็นการลงทุนที่มากเกินไปหรือไม่และระดับ Valuation ของหุ้นมีความเหมาะสมสอดคล้องกับการเติบโตในปัจจุบันและอนาคตมากน้อยแค่ไหน

*แนะกระจายลงทุน EM

อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นในปี 2569 ยังมีแนวโน้มที่รักษาทิศทางขาขึ้นได้ต่อ แต่การปรับตัวขึ้นอาจไม่ร้อนแรงเหมือนในช่วงที่ผ่านมา และมีโอกาสสูงที่จะไม่กระจุกตัวอยู่เพียงแค่ในสหรัฐ - กลุ่มเทคโนโลยีเหมือนเดิม นักลงทุนเริ่มมองหาตลาดหุ้น-สินทรัพย์การลงทุนอื่นๆ ที่เป็นทางเลือกมากขึ้น ในมุมมองของ Pine Wealth Solution การลงทุนในหุ้นควรพิจารณากระจายการลงทุนมายังภูมิภาคเอเชียและกลุ่ม Emerging Market ซึ่งมีระดับของ Valuation ที่ถูกกว่าโดยเปรียบเทียบกับหุ้นสหรัฐ

ส่วนในกลุ่ม Development Market อาจพิจารณากระจายการลงทุนไปยังตลาดหุ้นยุโรปและญี่ปุ่นซึ่งเป็นตลาดหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว แต่มีระดับราคาที่ถูกกว่าเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีค่าสหสัมพันธ์กับหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอื่นต่ำเป็นแนวทางหลักที่เราได้สื่อสารและปฏิบัติจริงเสมอมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง