รีเซต

11 เหตุผลที่ Google เสนอใช้ ChromeOS Flex แทน Windows 10 – ตกลงใช้ในองค์กรฟรีจริงหรือไม่ รองรับเครื่องเก่าได้แค่ไหน?

11 เหตุผลที่ Google เสนอใช้ ChromeOS Flex แทน Windows 10 – ตกลงใช้ในองค์กรฟรีจริงหรือไม่ รองรับเครื่องเก่าได้แค่ไหน?
แบไต๋
19 กุมภาพันธ์ 2567 ( 22:21 )
50
11 เหตุผลที่ Google เสนอใช้ ChromeOS Flex แทน Windows 10 – ตกลงใช้ในองค์กรฟรีจริงหรือไม่ รองรับเครื่องเก่าได้แค่ไหน?

จากข่าวเดิม: Google ชวนลูกค้าใช้ ChromeOS Flex หลัง Windows 10 กำลังจะหมดอายุในปี 2025

Microsoft จะยุติสนับสนุน Windows 10 ในปี 2025 นี้ และผลักดันให้ย้ายไปใช้ Windows 11 แทน หรือจะใช้วิธีย้ายมาใช้ Windows 10 LTSC, Windows 10 บน Azure หรือ Windows 365 เพื่อได้รับการสนับสนุนต่อ หรือว่าใช้วิธีซื้อการสนับสนุนรายปีเพิ่ม (ESU) จนกว่าจะยุติการให้บริการ

อย่างไรก็ตามการย้ายไปใช้ Windows 11 แม้จะให้ผู้ที่ใช้ Windows 10 เดิม (เฉพาะประเภท OEM และ FPP) อัปเกรดไปสู่ Windows 11 ได้ฟรี แต่ก็ติดอยู่ที่ว่า Windows 11 มีข้อจำกัดเรื่องสเปกของ Hardware ที่ถ้าเก่ากว่าข้อกำหนดทั้ง CPU, TPM 2.0, SecureBoot หากมีไม่ครบจะไม่สามารถอัปเกรดได้ แม้ว่าในทางปฏิบัติจะสามารถอัปเกรดได้ด้วยกระบวนการ Bypass ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแก้ไข Registry, ใช้เครื่องมือ Rufus/Ventoy หรือ MediaCreationTool.bat แม้แต่การสั่งรันการติดตั้งด้วย Command “/product server” 

จากปัญหาข้างต้น ทาง Google ที่มีระบบปฏิบัติการ ChromeOS Flex ซึ่งมีจุดขายคือ แจกให้ใช้ฟรี เพื่อเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ ทั้ง Desktop และ Notebook เก่า ให้กลับมาใช้งานได้ลื่นไหล เพราะเป็น OS ที่กินทรัพยากรต่ำมาก จึงใช้โอกาสนี้ในการเสนอแนะ ChromeOS Flex

Google ได้ทำหน้าเว็บบน Google Cloud Blog ที่ระบุว่า “เมื่อ Windows 10 ยุติการสนับสนุนลง อุปกรณ์ที่มีความเสี่ยงทางด้านความปลอดภัยจะเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เนื่องจากฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ มักจะไม่สามารถอัปเกรดไปสู่ Windows 11 ได้” ทาง Google แนะนำ ChromeOS Flex ทำให้ติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ที่ได้รับการสนับสนุนความปลอดภัยต่อเนื่องลงบนคอมพิวเตอร์เครื่องเดิมได้

และทั้งนี้ยังได้ชี้แจงเพิ่มเติมทั้งเรื่องทั้งหมด “11 ข้อ” (ตัวเลขจะสื่อถึงอะไรแฝงไหมนะ)

  1. ความปลอดภัย – สร้างขึ้นโดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นประการแรก มีคุณสมบัติที่ควรมีในด้านนี้และยังคงอัปเดตและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และ ChromeOS Flex ยังไม่เคยมีรายงานการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์อย่างสำเร็จเลย และการใช้ ChromeOS Flex ในองค์กร เท่ากับไม่ต้องซื้อโซลูชั่น Antivirus สำหรับองค์กร
  2. ความคุ้นเคย – หน้าตาการใช้งานมีความคล้ายกับ Google Chrome และ Google Workspace ซึ่งถ้าองค์กรไหนใช้อยู่แล้ว ปรับตัวไม่ยาก และสามารถจัดการเครื่องผ่าน Google Admin Console ได้
  3. บูตเร็ว – บูตใช้งานได้เร็ว ไม่ช้าลงเมื่อใช้งานไปนาน ๆ อัปเดตเบื้องหลังโดยไม่ขัดขวางการทำงานทุก 4 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับ Windows และ macOS และ ChromeOS Flex สามารถใช้งานได้กับเครื่อง Windows, Mac เดิมได้
  4. ง่ายต่อการจัดการ – จัดการเครื่องผ่าน Google Admin Console ได้อย่างง่ายได้ เหมือนกับการจัดการ Google Workspace Account และติดตั้งลงคอมพิวเตอร์เก่าได้อย่างรวดเร็ว ประหยัดเวลาติดตั้งและตั้งค่า ลดขั้นตอน
  5. รองรับแอปธุรกิจของคุณ – มีแอปมากมายที่ใช้งานได้ และได้รับการแนะนำจาก “Chrome Enterprise Recommend” นอกจากนี้หากต้องใช้แอปเก่าบน Windows คุณสามารถสตรีม Windows มาใช้งานได้เพื่อความราบรื่นและปลอดภัยยิ่งขึ้น
  6. ความยืดหยุ่น – รองรับอุปกรณ์เดิมที่ทาง Google ทดสอบกว่า 600 รายการ และอุปกรณ์นอกเหนือจากนี้ที่ตรงตามข้อกำหนด (ซึ่งไม่ได้ใช้สเปกสูงมากหรือรุ่นใหม่) แทบจะรองรับเครื่องเก่าเกือบทุกเครื่อง และสามารถบูต USB เพื่อทดสอบการใช้งานได้ก่อนจะตัดสินใจว่าจะลงใช้งานแทนระบบปฏิบัติการเดิมหรือไม่โดยไม่ต้องล้างออกเพื่อทำการทดสอบ
  7. ลดต้นทุน IT Support – ChromeOS Flex มีค่าการบำรุงรักษาต่ำ ความซับซ้อนน้อย
  8. ลดต้นทุนด้านฮาร์ดแวร์ – ลดความจำเป็นในการซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ และยืดอายุการใช้งานเครื่องเดิมได้นานขึ้น
  9. ลดการเกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ – จากข้อที่แล้ว ก็ส่งผลให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์ลดลง
  10. ประหยัดพลังงาน – ใช้พลังงานต่ำกว่าระบบปฏิบัติการอื่นถึง 19% เรียกได้ว่าลดการกินไฟและการกินแบตเตอรี่ไปได้พอสมควร
  11. เหมาะกับธุรกิจทุกขนาด – ใช้งานและจัดการได้อย่างเรียบง่าย ดังนั้นเหมาะกับทุกขนาดธุรกิจ

โดยทั้งนี้ ChromeOS Flex นั้นมีความต้องการสเปกขั้นต่ำดังนี้

หากเครื่องรุ่นไหนทาง Google ได้ทดสอบแล้ว Google ได้ลงสถานะไว้ที่นี่ว่ารุ่นไหนรองรับอย่างสมบูรณ์หรือรองรับแค่บางส่วน แต่หากไม่มีปรากฎในรายการ ให้ดูสเปกเครื่องว่าเป็นไปตามนี้หรือไม่

  1. เครื่อง Desktop, Notebook ทั้ง PC และ Mac ที่ใช้ชิปประมวลผล x86-64 (Intel, AMD) ซึ่งควรเป็น CPU และการ์ดจอ (จะ On CPU หรือแยกก็ได้) ที่เป็นรุ่นปี 2010 ขึ้นไป (แต่รุ่นเก่ากว่านี้บางตัวก็อาจจะใช้งานได้ อย่างที่ทีมงานได้ทดสอบ Core 2 Duo บางรุ่นสามารถใช้งานได้ และรุ่นใหม่กว่านี้บางตัวอาจใช้งานไม่ได้) และขณะนี้ยังไม่รองรับ CPU ARM
  2. แรม 4 GB หรือสูงกว่า
  3. Flashdrive 8 GB ขึ้นไปหรือ SSD, HDD 16 GB ขึ้นไป
  4. BIOS ที่รองรับ UEFI (อย่าลืมเปิดให้รองรับการบูตแบบ UEFI ด้วย หากตั้ง Legacy Only จะบูตไม่ได้) ดังนั้น BIOS ที่มีแต่ Legacy หมดสิทธิ์ ส่วนฝั่ง Mac นั้นแนะนำเครื่องรุ่นปี 2012 ขึ้นไปจนถึงรุ่นสุดท้ายที่ใช้ CPU Intel
  5. หากเครื่องไหนใช้ GPU เป็น Intel GMA 500, 600, 3600 และ 3650 อาจมีปัญหาหรือใช้งานไม่ได้

รองรับชิป LAN และ Wi-Fi ชิปอะไรบ้าง ?

จากการทดสอบเราได้ทดสอบกับชิป Wi-Fi และ LAN ที่มากับโน้ตบุกและ Desktop ของ Intel, Realtek, Marvell และ Broadcom ส่วนใหญ่ สามารถใช้งานได้ทันที แต่หากต้องใช้งานกับ USB Wi-Fi หลาย ๆ ตัว พบปัญหาใช้งานไม่ได้เป็นส่วนใหญ่ และยังหาทางติดตั้ง Driver ไม่ได้

ความลื่นไหล

ที่แรม 8GB + HDD 5400RPM และแรม 4GB + SSD SATA3 ทดสอบใช้งาน Facebook, Google Docs และการท่องเว็บทั่วไป ค่อนข้างใช้งานได้ดี ลื่นไหลกว่า Windows ,kd

ดาวน์โหลดได้ที่ไหน ?

สามารถดาวน์โหลด ChromeOS Flex ได้จากแนวทางนี้

ใช้งานได้ฟรีจริงไหม ?

ChromeOS Flex สามารถใช้งานได้ฟรี ทั้งส่วนตัวและในองค์กร แต่หากต้องการจัดการเครื่องได้ผ่านเครื่องมือ ต้องมีค่าใช้จ่ายรายปี ตามจำนวนเครื่อง คลิกอ่านรายละเอียด

แล้วถ้าเครื่องใครมีปัญหาแต่ก็ยังอยากใช้

ทั้งนี้หากเครื่องใครพบปัญหา ไม่สามารถใช้งาน ChromeOS Flex ได้ แม้จะอยู่ในสเปกขั้นต่ำ (มีรายงานว่าเครื่องที่ใช้ชิป AMD (CPU และการ์ดจอ) บางเครื่องอาจมีปัญหารันไม่ได้) อาจเลือกใช้ Chromium based OS ที่สร้างมาจาก Chrome OS ตัวต้นน้ำอีกที อย่าง FydeOS ได้เช่นกัน ซึ่งได้มีการแก้ปัญหาดังกล่าวและออกมาเป็นเวอร์ชั่นแยก สามารถดาวน์โหลดได้จาก คลิกที่นี่ ใช้งานได้ฟรี แต่หากต้องการจัดการเครื่องผ่านเครื่องมือ ก็จะมีค่าใช้จ่ายเช่นกัน คลิกอ่านรายละเอียด

ที่มา: Google Cloud Blog

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง