ศึกใหญ่ “Meta” 29 รัฐร่วมยื่นฟ้องศาล “โซเชียลมีเดีย” มอมเมาเด็ก หวั่นค่าปรับทะลุ 1.4 ล้านล้านดอลฯ

เมตา (Meta) บริษัทแม่ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก (Facebook) และ อินสตาแกรม (Instagram) กำลังเผชิญหน้ากับศึกทางกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุด เมื่ออัยการรัฐรวม 29 รัฐ นำโดยรัฐโคโลราโด เคนทักกี แคลิฟอร์เนีย และนิวเจอร์ซีย์ ขึ้นศาลรัฐบาลกลางในเมืองโอ๊กแลนด์ (Oakland) รัฐแคลิฟอร์เนีย ในการพิจารณาคดีครั้งประวัติศาสตร์ที่ระบุว่า บริษัทตั้งใจออกแบบแพลตฟอร์มให้เด็กและเยาวชนเสพติด รวมถึงแอบเก็บและใช้ข้อมูลเด็กอย่างผิดกฎหมาย
การพิจารณาคดีซึ่งคาดว่าจะยาวนานถึง 7 สัปดาห์ มีกำหนดการแถลงเปิดคดีในวันที่ 18 สิงหาคมนี้ โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Meta พร้อมด้วย อดัม มอสเซอรี (Adam Mosseri) ประธานบริหารของ Instagram มีกำหนดเดินทางขึ้นให้การต่อศาลด้วยตัวเอง
เดิมพันสูงลิ่ว อาจโดนค่าปรับพุ่งแตะ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
คดีนี้นับเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมโซเชียลมีเดีย ท่ามกลางกระแสการตรวจสอบทั่วโลกเกี่ยวกับผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อสุขภาพจิตของเยาวชน แม้กลุ่มอัยการรัฐยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขเงินชดเชยที่เรียกร้องอย่างเป็นทางการ แต่ทาง Meta ออกมาระบุว่า มูลค่าความเสียหายและค่าปรับอาจสูงถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.4 trillion) หรือราว 46.34 ล้านล้านบาท ซึ่งเฉียดใกล้กับมูลค่าบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่มีอยู่ราว 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 49.63 ล้านล้านบาท
นอกจากเรื่องเงินชดเชยแล้ว กลุ่มอัยการรัฐยังขอให้ศาลมีคำสั่งบังคับให้ Meta ปรับเปลี่ยนฟีเจอร์ของแพลตฟอร์มทั่วประเทศอย่างสิ้นเชิง ได้แก่ ต้องมีการยืนยันและจำกัดอายุผู้ใช้อย่างเข้มงวด, ต้องยกเลิกระบบฟีดแบบไถไม่สิ้นสุด (Infinite Scroll) และระบบการแจ้งเตือนแบบดึงดูด, ลบอัลกอริทึมและโมเดล AI ทั้งหมดที่สร้างขึ้นจากข้อมูลของเด็ก, ปรับเปลี่ยนอัลกอริทึมแนะนำเนื้อหา โดยมุ่งเน้นที่สุขภาวะของผู้ใช้ แทนการดึงดูดให้อยู่บนหน้าจอนาน ๆ (Engagement) และสุดท้ายคือการกำหนดจำกัดเวลาใช้งานของเยาวชนอย่างจริงจัง
ต้นตอจาก “Whistleblower” และเสียงสะท้อนจากสังคม
ชนวนเหตุของคดีนี้เริ่มขึ้นในปี 2023 หลังการสืบสวนเชิงลึกที่เป็นผลสืบเนื่องมาจาก ฟรานเซส เฮาเกน (Frances Haugen) อดีตพนักงาน Meta ที่ออกมาเป็นผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower) เปิดเผยข้อมูลลับต่อวุฒิสภาสหรัฐฯ เมื่อปี 2021 โดยระบุว่า Meta รับรู้อยู่แล้วว่าผลิตภัณฑ์ของตนส่งผลเสียต่อเยาวชนและมีวิธีแก้ไข แต่เลือกลดทอนความปลอดภัยเพื่อแลกกับผลกำไรที่สูงขึ้น
โดยผลสำรวจล่าสุดจาก รอยเตอร์และอิปซอสส์ (Reuters/Ipsos) พบว่า ชาวอเมริกันมากถึงร้อยละ 85 มองว่าโซเชียลมีเดียทำให้เด็กเสพติดจริง และร้อยละ 61 เห็นด้วยว่ารัฐบาลต้องเข้ามาควบคุมบริษัทโซเชียลมีเดียอย่างจริงจังและเข้มงวดขึ้น
มรสุมคดีรุมล้อมและความเพลี่ยงพล้ำในศาล
ก่อนหน้านี้ Meta เพิ่งแพ้คดีในลักษณะเดียวกัน โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ศาลรัฐนิวเม็กซิโกมีคำสั่งให้ Meta ชดใช้เงินสูงถึง 567 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 19,000 ล้านบาท จากกรณีส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตเด็กในรัฐ รวมถึงมีการยอมความนอกศาลกับเขตการศึกษาในเคนทักกีไปก่อนหน้า
โฆษกของ Meta ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยย้ำว่าบริษัทมุ่งมั่นดูแลความปลอดภัยของเยาวชนมาโดยตลอด ผ่านการค้นคว้าร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและผู้ปกครอง นอกจากนี้ยังโต้แย้งในเชิงกฎหมายว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการเสพติดโซเชียลมีเดีย ไม่สามารถนำมาใช้ฟ้องร้องได้ เนื่องจากไม่ได้ถูกรับรองว่าเป็นอาการป่วยทางจิตเวชอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม เอริค โกลด์แมน (Eric Goldman) ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยซานตาคลารา (Santa Clara University) ชี้ว่า คดีนี้นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ Meta เพราะหากศาลสั่งปรับเงินมหาศาลพร้อมบังคับให้แก้ฟีเจอร์ผลิตภัณฑ์ อาจกลายเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของธุรกิจโซเชียลมีเดียได้เลยทีเดียว
กลยุทธ์การพิจารณาคดีแบบพิเศษ
ผู้พิพากษา อีวอนน์ กอนซาเลซ โรเจอร์ส (Yvonne Gonzalez Rogers) คนเดียวกันกับผู้ที่เคยทำคดีของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ที่ยื่นฟ้อง (OpenAI) จะเป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ โดยเธอได้ตัดสินใจใช้ คณะลูกขุนที่ปรึกษา (Advisory Jury) ซึ่งเป็นขั้นตอนที่หาได้ยากในระบบศาล เพื่อให้ความเห็นในประเด็นเฉพาะทางสำหรับประกอบการตัดสินใจสุดท้ายของผู้พิพากษาในเดือนตุลาคม
ปัจจุบัน คดีนี้เป็นเพียงหนึ่งในคดีฟ้องร้องมากกว่า 3,000 คดีที่ถูกรวบรวมไว้ที่ศาลรัฐบาลกลาง ซึ่งครอบคลุมถึงแพลตฟอร์มอื่น ๆ อย่าง สแนปแชต (Snap Inc), ยูทิวบ์ (YouTube) และ ติ๊กตอก (TikTok) และยังมีอีกกว่า 3,300 คดีจากภาคประชาชนที่รอการพิจารณาอยู่ในศาลรัฐลอสแอนเจลิสอีกด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
