มิตซูบิชิรุกหนัก ตั้งสายผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 1,000 ตัวต่อเดือน

ข่าวใหญ่วงการเทคโนโลยีหุ่นยนต์ญี่ปุ่น ท่ามกลางวิกฤตการขาดแคลนแรงงานที่กำลังแผ่ขยายวงกว้าง ความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นในกระบวนการทำงาน และความต้องการระบบการผลิตที่มีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งล้วนเป็นความท้าทายครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศญี่ปุ่น ล่าสุดค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชัน (Mitsubishi Motors) ได้ตัดสินใจลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ ไฮแลนเดอร์ส (Highlanders, Inc.) สตาร์ตอัปเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่แยกตัวมาจากมหาวิทยาลัยโตเกียว เพื่อร่วมกันสร้างรากฐานอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้มนุษย์และหุ่นยนต์สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
ภายใต้ข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์นี้ ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เพื่อนำมาใช้งานจริงในโรงงานอุตสาหกรรมของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ควบคู่ไปกับการศึกษาความเป็นไปได้ในการตั้งสายการผลิตหุ่นยนต์ของ Highlanders ในระดับแมสโปรดักชัน ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกและเป็นความร่วมมือในลักษณะร่วมผลิตจำนวนมากครั้งแรกระหว่างผู้ผลิตยานยนต์ระดับแถวหน้าและสตาร์ทอัพผู้พัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
แกนกลางของโครงการนี้จะปักหมุดที่โรงงานเกียวโต ของบริษัทมิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดยมีแผนที่จะเปลี่ยนพื้นที่อาคารที่ไม่ได้ใช้งานและสายการผลิตเครื่องยนต์ที่เคยว่างเปล่า ให้กลายเป็นฐานการประกอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ระดับอุตสาหกรรม ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถเริ่มต้นการผลิตจริงได้ในช่วงต้นปี 2027 และตั้งเป้าหมายขีดความสามารถในการผลิตสูงสุดถึง 1,000 ตัวต่อเดือน โดยปัจจุบันทาง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้เข้าไปร่วมลงทุนใน Highlanders เรียบร้อยแล้ว และวางแผนที่จะขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นอีกในอนาคตเพื่อผลักดันการเติบโตร่วมกัน
ในระยะแรกเริ่มของการปฏิบัติการ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จะนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เข้ามาทำงานร่วมกับพนักงานในโรงงานผลิตเครื่องยนต์ของตนเองก่อน การทำเช่นนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถสะสมข้อมูลการทำงานในหน้างานจริง ตลอดจนประเมินและพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญเชิงลึกในเทคโนโลยีหุ่นยนต์ และหลังจากสิ้นสุดกระบวนการทดสอบประสิทธิภาพจนมั่นใจในความปลอดภัยและคุณภาพมาตรฐานระดับยานยนต์แล้ว ทั้งสองบริษัทมีแผนที่จะผลักดันหุ่นยนต์เหล่านี้ออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์เพื่อช่วยธุรกิจและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ประสบปัญหาขาดแคลนกำลังคนเช่นเดียวกัน
สำหรับเทคโนโลยีที่จะถูกนำมาผลิตในสายการผลิตเกียวโต คือ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อัจฉริยะรุ่นเรือธงอย่าง "HL Human" ซึ่งได้รับการเผยโฉมเป็นครั้งแรกในปี 2025 โดยตัวหุ่นยนต์มาพร้อมโครงสร้างที่มีองศาอิสระในการเคลื่อนไหว (Degrees of Freedom) ถึง 19 จุด และขับเคลื่อนด้วยระบบข้อต่อไฟฟ้ากำลังสูงทำให้สามารถขยับร่างกายได้ใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด
สมองกลหลักขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI เชิงกายภาพ (Physical AI) ที่ช่วยให้หุ่นยนต์เข้าใจคำสั่ง รับรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว วางแผนการทำงาน และโต้ตอบสื่อสารผ่านภาษาธรรมชาติเพื่อปฏิบัติหน้าที่ที่ซับซ้อนได้อย่างเป็นอิสระ นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะพัฒนาโครงสร้างมือหุ่นยนต์แบบ 5 นิ้วที่มีความแม่นยำสูงเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อให้สามารถหยิบจับและเคลื่อนย้ายวัตถุที่มีน้ำหนักได้ถึง 3 กิโลกรัม
ทาคาโอะ คาโตะ (Takao Kato) ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชัน เปิดเผยว่า "ความร่วมมือกับ Highlanders ในครั้งนี้ ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญเพื่อปูรากฐานอุตสาหกรรมใหม่ที่คนและหุ่นยนต์ทำงานเคียงคู่กัน ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสอันล้ำค่าในการเรียนรู้และขยายขีดความสามารถทางธุรกิจในด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ซึ่งการนำหุ่นยนต์เข้ามาประยุกต์ใช้ในการผลิตจริงและการสนับสนุนการประกอบผลิตภัณฑ์ของ Highlanders จะเป็นกลไกหลักที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนความเติบโตที่ยั่งยืนให้แก่บริษัทต่อไป"
ขณะที่ ฮิโรยะ มาซึโอกะ (Hiroya Matsuoka) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Highlanders กล่าวเสริมว่า "ความสามารถในการผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ฝีมือคนญี่ปุ่นในปริมาณมาก ภายใต้มาตรฐานการควบคุมการผลิตและคุณภาพของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่มีมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญในการนำเทคโนโลยีออกสู่การใช้งานจริงในสังคม ตลอดจนเป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของระบบ AI เชิงกายภาพ จากการนำไปปฏิบัติงานจริงในโรงงานอุตสาหกรรม การรวมพลังในครั้งนี้จึงนับเป็นการเปิดฉากยุคใหม่ที่ "หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ระดับแมส" กำลังจะก้าวเข้ามาทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับมนุษย์อย่างเป็นรูปธรรมในอนาคตอันใกล้นี้"
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
