BANPUยอมรับมติG7 ถ่านหินจบมุ่งธุรกิจอื่น

BANPUยอมรับมติG7 ถ่านหินจบมุ่งธุรกิจอื่น
ทันหุ้น
16 มิถุนายน 2564 ( 08:50 )
331
BANPUยอมรับมติG7 ถ่านหินจบมุ่งธุรกิจอื่น

 

ทันหุ้น –BANPU-AGE พร้อมเปลี่ยนผ่าน หากหมดยุคใช้ถ่านหิน เล็งปรับพอร์ตเข้าสู่ธุรกิจพลังงาน-โลจิสติกส์ “สมฤดี ชัยมงคล” ตั้งเป้านำ BANPU ขึ้นเป็น 1 ใน 10 บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานครบวงจรในอาเซียน ด้าน AGE มุ่งสู่ธุรกิจโลจิสติกส์ ขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มเกษตร ปักธงปีนี้ต้องมีรายได้เกิน 10%

 

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU กล่าวถึงมติการประชุมสุดยอดของกลุ่ม G7 ที่ยึดมั่นความร่วมมือกันลดการปลดปล่อยมลพิษที่มีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความพยายามที่จะขับเคลื่อนพลังงานสะอาด ว่า กลุ่มบริษัท BANPU เห็นด้วยกับมติดังกล่าว ดังนั้นกลุ่ม BANPUจึงลงทุนเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้ามาช่วยลดมลภาวะในทุกขั้นตอนการผลิตถ่านหิน เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจโรงไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

 

*เข้าสู้การเปลี่ยนผ่าน

ขณะเดียวกันกลุ่ม BANPU อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ ที่มุ่งนำเสนอโซลูชันด้านพลังงานที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ในฐานะกลุ่มบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านพลังงานครบวงจร 1 ใน 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

 

ดังนั้นกลุ่ม BANPU จึงปรับพอร์ตธุรกิจให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ Greener & Smarter ควบคู่กับการขับเคลื่อนองค์กรด้วยกระบวนการ Digital Transformation มุ่งลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ พร้อมกันนี้ได้ผสานการทำงานร่วม ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก 1.กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน, 2.กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน, และ 3.กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน ควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ ที่เอื้อประโยชน์และส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสร้างพลังงานที่ยั่งยืน) และเพื่อให้บริษัทสามารถมอบอนาคตพลังงานเพื่อความยั่งยืนภายใต้จุดยืน “Smarter Energy for Sustainability” ให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียได้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

*AGE ตุนออเดอร์ถ่านหิน

นายพนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE กล่าวว่า ในระยะสั้นมติการประชุมสุดยอดของกลุ่ม G7 จะยังไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจจำหน่ายถ่านหินของบริษัท เนื่องจากโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงต้องใช้ระยะเวาลาในการปรับตัว และปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงไปใช้เชื้อเพลิงประเภทอื่น

 

ประกอบกับกลุ่มลูกค้าของ AGE อยู่ในภูมิภาคเอเชียเป็นหลักโดยเฉพาะประเทศจีน ยังมีความต้องการถ่านหินเพื่อใช้ในโรงไฟฟ้าถ่านหินอีกหลายแห่ง อีกทั้งปัจจุบันบริษัทมีคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทยังคงเป้าปริมาณการขายถ่านหินทั้งปี 2564 ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 5.5 ล้านตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ราว 4.4 ล้านตัน

 

*มุ่งสู่ธุรกิจโลจิสติกส์

พร้อมกันนี้ บริษัทได้กระจายธุรกิจไปสู่ธุรกิจโลจิสติกส์มากขึ้นด้วยการขยายฐานลูกค้าเข้าสู่กลุ่มเกษตรกร ตามความต้องการใช้บริการเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยบริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ทั้งปี 2564 ไว้มากกว่า 2 พันล้านบาท จากปีก่อนที่ทำได้ราว 1.4 พันล้านบาท ทำให้คาดว่าสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโลจิสติกส์ในปีนี้จะขยับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ราว 10-12% ของรายได้รวม

“หากในอนาคตความต้องการถ่านหินปรับตัวลดลงจริง บริษัทยังมีธุรกิจโลจิสติกส์ ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่เติบโตสูง และคาดจะสนับสนุนการเติบโตของ AGE ได้ในอนาคตอย่างแน่นอน ทั้งนี้คาดสัดส่วนรายได้โลจิกติกส์จะเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามความต้องการนำเข้า ส่งออก โดยพาะสินค้าทางการเกษตร” นายพนม กล่าว

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง