SJWDดีลM&Aต่อยอดเพิ่ม ดีมานด์ฟื้นแรงดันงบQ2พุ่ง

#SJWD #ทันหุ้น – SJWD ซุ่มดีล M&Aต่อยอดโลจิสติกส์ อัพฐานรับทรัพย์ คาดชัดเจนครึ่งหลังปีนี้ พร้อมฟุ้ง Q2/2569 ผลงานแจ่มกว่า Q1/2569 รับดีมานด์นำเข้า-ส่งออกหวนคึกคัก พร้อมเล็งโมเดลลดต้นทุนต่อเนื่อง เผยจ่อนำเงินกู้แบงก์-ออกหุ้นกู้ชุดใหม่ หวังลดต้นทุนการเงินให้ลดลง
นายบรรณ เกษมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบครบวงจรรายใหญ่ในอาเซียน เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อเข้าควบรวมกิจการ (M&A) ธุรกิจที่มีศักยภาพต่างๆ อยู่ที่ราว 2-3 ราย เพื่อการต่อยอดและเสริมศักยภาพการดำเนินงานของธุรกิจโลจิสติกส์ให้เติบโตในอนาคต คาดได้เห็นความชัดเจนบางส่วนในไตรมาส 3-4 ปีนี้หรือช่วงครึ่งหลังปี 2569
ขณะเดียวกันยังมุ่งเน้นการขยายฐานในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มเติม โดยเฉพาะคลังสินค้าห้องเย็นในมาเลเซีย เฟส 1 ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว และเตรียมเปิดให้บริการในช่วงปลายไตรมาส 2/2569 หรือต้นไตรมาส 3/2569 อีกทั้งตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกำไรจากต่างประเทศให้ถึง 40% ภายในระยะเวลาประมาณ 2 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ ทาง SJWD ยังมีแผนลดต้นทุนทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว โดยเบื้องต้นบริษัทมีแนวทางจะนำเงินนำเงินสดส่วนเกินและการกู้ยืมจากธนาคารที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่าไปชำระคืนหุ้นกู้บางส่วน มูลค่าอยู่ที่ประมาณ 2.2 พันล้านบาท ซึ่งควบคู่ไปกับการเตรียมออกหุ้นกู้ชุดใหม่วงเงินราว 1.5 พันล้านบาท เพื่อนำเงินไปรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ชุดเดิม จากเดิมที่ทาง SJWD จะหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปีนี้ประมาณ 3.7 พันล้านบาท หวังช่วยลดต้นทุนทางการเงินโดยรวมให้ลดลง
*ลั่น Q2 ฟื้นแรง
ด้านนายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในแง่ต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมานัันล่าสุดบริษัทได้มีการเจรจากับทางลูกค้าขอปรับราคาค่าขนส่งเพิ่มเติม ซึ่งควบคู่ไปกับการเสริมรถขนส่งขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า (EV Truck) อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขนส่งระยะไม่เกิน 300 กิโลเมตร และเป็นการช่วยลดต้นทุนให้กับบริษัทอีกทางหนึ่ง
ขณะที่ทิศทางผลงานในไตรมาส 2/2559 บริษัทคาดจะปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569 ที่มีกำไรราว 276 ล้านบาท เนื่องจากภาพรวมกิจกรรมการส่งออกและนำเข้าเริ่มกลับมาฟื้นตัวค่อนข้างมาก เพราะความเชื่อมั่นของลูกค้าปรับตัวดีขึ้น หลังความผันผวนของราคาพลังงานลดลง
อย่างไรก็ดี จากแผนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืน และนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ล่าสุด บริษัทได้รับมอบรถหัวลากไฟฟ้าชุดที่ 2 อีก 20 คัน จากจากของเดิมที่ใช้งานอยู่แล้ว 10 คัน จึงทำให้ปัจจุบัน บริษัทมีหัวลากไฟฟ้าสำหรับใช้งานทั้งสิ้น 30 คัน โดยชุดที่ 2 เริ่มให้บริการขนส่งสินค้าอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 วางเป้าหมายว่าการเพิ่มจำนวนรถหัวลากไฟฟ้าดังกล่าว จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นอีก 600 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
โดยรถหัวลากไฟฟ้าชุดที่ 2 มีจุดเด่นคือ ขนส่งได้ระยะทางไกลขึ้น (Long Range) เนื่องจากแบตเตอรีมีความจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 50% จึงเพิ่มศักยภาพการขยายเส้นทางขนส่งสีเขียว (Green Logistics Route) ไปยังกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ห่างไกลยิ่งขึ้นได้ ทำให้บริการมีความยืดหยุ่นและตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครอบคลุม รวมทั้งอีกปัจจัยช่วยสนับสนุนเป้าหมายใหญ่ในระยะยาวของ SJWD ให้ก้าวสู่ Net Zero ในปี 2593 ต่อไป
*แกร่งอนาคต 10.5 บ.
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น SJWD ให้ราคาเป้าหมาย 10.50 บาท เพราะแนวโน้มไตรมาส 2/2569 ฝ่ายวิเคราะห์คาด SJWD ยังอยู่ในทิศทางที่ดี โดยได้รับแรงหนุนจากการทํา Front-Loading และการสะสม Inventory ต่อเนื่อง ทําให้ปริมาณงานในกลุ่มคลังสินค้าและ D2C อยู่ในระดับสูง ขณะที่คลังห้องเย็นฟื้นตัวขัดจากความต้องการ (ดีมานด์) ที่ฟื้นกลับและอัตราการใช้พื้นที่เพิ่มขึ้น
ด้านธุรกิจยานยนต์เริ่มเห็น Momentum หลังงานมอเตอร์โชว์ปลายมีนาคม ทําให้ความต้องการรถ โดยเฉพาะ EV จีนกลับมา ส่วนธุรกิจขนส่ง ก็ยังได้ผลบวกจากค่าระวางที่ทรงตัวระดับสูง
ดังนั้นจากปัจจัยดังกล่าวทำให้ฝ่ายวิเคราะห์ประมาณการกำไรสุทธิปี2569ที่ 1.22ล้านบาทเติบโต 4.5% จากปีก่อน โดยการฟื้นตัวจะชัดเจนในครึ่งหลังปี 2569 นอกเหนือ จากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานควบคู่กับ Upside อื่นๆที่จะเข้ามาเสริม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
