รีเซต

BJCดันมาร์จิ้นปีนี้นิวโฮ เปิดบิ๊กซีมินิ200สาขา

BJCดันมาร์จิ้นปีนี้นิวโฮ เปิดบิ๊กซีมินิ200สาขา
ทันหุ้น
26 พฤษภาคม 2569 ( 08:30 )

#BJC #ทันหุ้น - BJC คงเป้ายอดขายปี 2569 โตระดับ Mid-Single-Digit หนุนจากโมเมนตัมธุรกิจกระป๋อง-แก้วและการรวมโรงงานในเวียดนาม-มาเลเซีย คาดยอดขายสาขาเดิมพลิกบวกอ่อนๆ ในช่วงที่เหลือของปี เดินหน้ารักษากรอสมาร์จิ้นระดับสูงสุดต่อเนื่อง พร้อมเร่งเปิด Big C Mini ปีนี้ 200 สาขา  และขยาย Ecosystem-ช่องทางออนไลน์รองรับการเติบโต

นางสาวจินดาธิป  ศิริคุณากร   ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC เปิดเผยว่า บริษัทคงประมาณการยอดขายรวมทั้งปี 2569 ไว้ที่ระดับตัวเลขหลักเดียวช่วงกลาง (Mid-Single-Digit)  โดยมีกลุ่มธุรกิจที่ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี อาทิ กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ที่คาดว่าปีนี้จะเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก (Double Digit) จากแรงส่ง (Momentum) ที่ดีต่อเนื่องของธุรกิจกระป๋องและแก้ว รวมถึงการรวมธุรกิจโรงงานแก้วในเวียดนามและมาเลเซียเข้ามาในพอร์ต, รวมถึงกลุ่มเวชภัณฑ์และเทคนิค ที่คาดว่าจะเติบโตได้ถึงระดับ Double-Digit

@ดันกรอสมาร์จิ้น

ขณะที่กลุ่มอุปโภคบริโภค คาดว่าจะเติบโตในระดับ Single-Digit โดยมีปัจจัยหนุนจากการออกสินค้าใหม่ (NPD) และธุรกิจ Logistic Platform ใหม่ (BDL) และกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ (Big C) คาดว่ายอดขายสาขาเดิม (SSSG) จะกลับมาเป็น บวกอ่อนๆ ได้ในช่วงที่เหลือของปี 2569 นี้

“การตั้งเป้านี้ได้รวมการควบรวม MM มาร์เก็ต มาคำนวณรวมในงบตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา และการดำเนินมาตรการภาครัฐ เข้ามาไว้แล้ว ซึ่ง MM เวียดนามมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งด้วยยอดขายเติบโตถึง 20% ในไตรมาส 1/2569 ที่ผ่านมา”

พร้อมกันนี้ บริษัทจะยังรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ให้อยู่ในระดับสูงสุด (All-Time High Level) ต่อเนื่องจากปี 2568 ที่ผ่านมา จากการมุ่งเน้นการผลักดันกำไรจากกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค และกลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่ สะท้อนจากผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามฯ แต่คาดว่าจะส่งผลกระทบเล็กน้อยต่ออัตรากำไรขั้นต้น

@ลุยขยายสาขา

 ทั้งนี้ บริษัทยังคงลงทุนขยายสาขาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2569 บริษัท มีแผนเปิด Big C (Big Format) เพิ่มจำนวน 2 สาขา, การเปิด Big C Mini ใหม่ 200 สาขา โดยในไตรมาส 1/2569 ได้เปิดไปแล้ว 25 สาขา รวมถึงการรุกตลาดด้วยรูปแบบ Super Convenience โดยบริษัทได้เริ่มเปิด Big C Mini ในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า "Super Convenience" ซึ่งได้รับผลตอบรับเบื้องต้นเป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีแผน ปรับปรุงสาขาบิ๊กซีเดิมรวมทั้งหมด 18 สาขา

ขณะเดียวกันบริษัทมีเครือข่ายร้านโดนใจ ซึ่งปัจจุบันมีร้านในเครือข่ายมากกว่า 30,000 ร้านค้าทั่วประเทศซึงมียอดขายเติบโตถึง 70%  ควบคู่การขยายช่องทางจัดจำหน่ายช่องทางอื่นๆ (OSX) อาทิ ยอดขายผ่านออนไลน์ที่เติบโตราว 16% เข้ามาเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโต

“เบื้องต้น  บริษัทคาดการณ์ว่าอาจจะสามารถขยายสาขา Big C Mini ได้มากกว่าเป้าหมาย โดยอาจทำได้ถึง 233 สาขา ภายในสิ้นปี 2569 นี้  โดยเฉพาะสาขาในรูปแบบ Super Convenience ซึ่งพื้นที่ใหญ่ขึ้น มีที่จอดรถ และมีพื้นที่สำหรับให้เช่า”

ขณะเดียวกัน ยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด อาทิ การเชื่อมต่อระบบนิเวศ (Ecosystem) นำแบรนด์ในเครือมาเปิดในสาขา เช่น ร้านกาแฟ Coffee Journey และมุมสินค้า Joy Story เพื่อเพิ่มความหลากหลายและดึงดูดลูกค้า  การพัฒนาระบบ EV Charging ปัจจุบันมีมากกว่า 111 จุด ในกว่า 90 สาขา ขยายศูนย์กระจายสินค้าและเวชภัณฑ์ที่บางนา จาก 8,700 ตารางเมตร เป็นประมาณ 20,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง