หมอมนูญ แนะเร่งฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ คนป่วย7โรค คนท้อง ก่อนกลุ่มอื่น

หมอมนูญ แนะเร่งฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ คนป่วย7โรค คนท้อง ก่อนกลุ่มอื่น
ข่าวสด
17 สิงหาคม 2564 ( 09:28 )
5
หมอมนูญ แนะเร่งฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ คนป่วย7โรค คนท้อง ก่อนกลุ่มอื่น

 

หมอมนูญ แนะควรเร่งฉีดวัคซีนโควิดผู้สูงอายุ คนป่วย 7 โรค คนท้อง ก่อนกลุ่มอื่น จากนั้นจึงจะเริ่มกลับมาฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั่วไป เพื่อลดการสูญเสีย

 

 

เมื่อวันที่ 17 ส.ค.64 นายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าโรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ระบุว่า
คนสูงอายุและคนที่มีโรคประจำตัว 7 โรคยังได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 น้อยเกินไป ประเทศไทยฉีดวัคซีนให้คนไทยไปแล้ว 23.5 ล้านโดส

-ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มคนสูงอายุมากกว่า 60 ปี 3.7 ล้านคนได้เข็มแรก (เพียงร้อยละ 31 จากทั้งหมด 11.7 ล้านคน) และ 297,000 คนได้ครบ 2 เข็ม

 

 

-เป็นกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัว 7 โรค โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง และโรคเบาหวาน 1.9 ล้านคนได้เข็มแรก (เพียงร้อยละ 44 จากทั้งหมด 4.3 ล้านคน) และ 347,000 คนได้ครบ 2 เข็ม

 

 

-หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไปได้รับการฉีดเข็มแรก 9,800 โดส

 

 

หากดูตัวเลขการฉีดเข็มแรกจนถึงวันที่ 14 ส.ค.2564 ประชาชนทั่วไปฉีดไปแล้วเข็มแรก 9.6 ล้านคน 2.8 ล้านคนได้ครบ 2 เข็ม รวม 12.4 ล้านโดส (ร้อยละ 54 ของวัคซีนทั้งหมด) ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุฉีดไปรวม 4 ล้านโดส (ร้อยละ 21 ของวัคซีนทั้งหมด) และผู้มีโรคเรื้อรัง 7 โรครวม 2.3 ล้านโดส (ร้อยละ 11 ของวัคซีนทั้งหมด)

 

 

จากเดิมที่เป้าหมายเน้นฉีดให้กลุ่มบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข ตามด้วยผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวให้มากที่สุด เนื่องจากมีแรงกดดันจากหลายกลุ่มจากภาคการท่องเที่ยว คมนาคม แรงงาน ทำให้คนวัยทำงาน และคนในพื้นที่มีการระบาดได้วัคซีนก่อน ประกอบกับวัคซีนมีจำกัดและมาช้า ทำให้ผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงได้วัคซีนช้าเกินไป สวนทางกับยุทธศาสตร์ที่ตั้งไว้เดิม

 

 

ประเทศไทยกำลังจะได้วัคซีนเพิ่มอีก 10 ล้านโดส ครั้งนี้ตั้งเป้าจะเร่งฉีดให้กลุ่มคนสูงอายุ คนที่มีโรคประจำตัว 7 โรคและหญิงตั้งครรภ์ก่อนกลุ่มอื่น จากนั้นจึงจะเริ่มกลับมาฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั่วไป เพื่อลดการเสียชีวิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

 

คนที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ร้อยละ 84 เป็นคนกลุ่มนี้ (ดูรูป) แต่คนหนุ่มสาววัยทำงานอัตราตายต่ำกว่า 1 ใน 1,000 เราต้องลดจำนวนคนป่วยหนักและเสียชีวิตให้มากที่สุด ระบบสาธารณสุขกำลังรับจำนวนผู้ป่วยหนักไม่ไหว รัฐควรส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปฉีดคนสูงอายุ คนป่วยติดเตียงที่บ้านมากขึ้น เพราะคนสูงอายุไม่สะดวกที่จะออกมาฉีดที่ศูนย์ฉีดวัคซีน

 

 

รัฐต้องให้ความรู้แก่ลูกหลานว่า คนแรกๆในครอบครัวที่ต้องฉีดวัคซีนคือคนสูงอายุและคนที่มีโรคประจำตัว ไม่ต้องกลัวว่าพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย จะป่วยมีผลข้างเคียงจากวัคซีน เพราะถ้าไม่ฉีด เมื่อติดเชื้อโอกาสจะเสียชีวิตสูงมาก

 

 

เดิมทีคิดว่าการฉีดวัคซีนให้กับคนวัยทำงานที่ต้องออกนอกบ้าน จะสามารถป้องกันไม่ให้นำเชื้อมาแพร่ให้กับคนสูงอายุและคนที่มีโรคประจำตัวซึ่งอยู่แต่ในบ้าน ปัจจุบันทราบดีแล้วว่าถึงฉีดวัคซีนครบ 2โดสคนวัยทำงานก็ยังติดเชื้อ และแพร่เชื้อให้คนสูงอายุในบ้านได้ วัคซีนมีประโยชน์ในการป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิต

 

 

เพราะฉะนั้นคนสูงอายุและคนที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ต้องเป็นกลุ่มแรกที่รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดก่อนคนอื่นๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง