รีเซต

รัฐบาลอัด 1.76 แสนล้าน”ไทยช่วยไทยพลัส”ให้ 43 ล้านคน รับ 1 พันบาท 4 เดือน เริ่ม 1 มิ.ย.นี้

รัฐบาลอัด 1.76 แสนล้าน”ไทยช่วยไทยพลัส”ให้ 43 ล้านคน รับ 1 พันบาท 4 เดือน เริ่ม 1 มิ.ย.นี้
ทันหุ้น
19 พฤษภาคม 2569 ( 14:10 )
2

#ทันหุ้น รัฐบาลอัด 1.76 แสนล้าน”ไทยช่วยไทยพลัส”ให้ 43 ล้านคน แบ่งเป็น ประชาชนทั่วไป 30 ล้านคน ผู้ถือบัตรคนจนอีก 13.18 ล้านคน รับ 1 พันบาท 4 เดือน สำหรับประชาชนทั่วไปเริ่มลงทะเบียน 25-29 พ.ค.นี้ เริ่มใช้จ่ายได้ 1 มิ.ย.นี้ ระบุ เงื่อนไขต้องใช้ให้หมดไม่สะสมเดือนถัดไป

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้(19 พ.ค.)อนุมัติโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนที่จะเข้าไปช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่สืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยตั้งเป้าอัดฉีดเม็ดเงินจำนวน 1.76 แสนล้านบาท ช่วยเหลือประชาชนกว่า 43 ล้านคน แบ่งเป็น ประชาชนทั่วไป 30 ล้านคน วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท และ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 13.18 ล้านคน วงเงิน 5.6 หมื่นล้านบาท เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเป็นระยะเวลา 4 เดือนๆละ 1,000 บาท เริ่มตั้งแต่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 ระยะเวลาใช้จ่ายตั้งแต่ 06:00 น. ถึง 23:00 น. ของทุกวัน

“สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันมีความท้าทายที่แตกต่างจากวิกฤตครั้งก่อนๆ เนื่องจากเป็นวิกฤตด้านค่าครองชีพที่ส่งผลกระทบต่อคนส่วนมาก โดยเฉพาะคนตัวเล็กตัวน้อยและมนุษย์เงินเดือนที่ไม่มีทรัพยากรสำรองเพียงพอ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญและความจำเป็นในการออกโครงการ หากรัฐบาลไม่ยื่นมือเข้าแทรกแซง อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อระบบเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจซึมยาว”

ทั้งนี้ สำหรับประชาชนทั่วไปที่สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ จะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน มีสัญชาติไทย ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และไม่เคยถูกระงับสิทธิ์ในโครงการคนละครึ่ง โดยรัฐจะจ่ายเงินให้ผู้ได้รับสิทธิในโครงการนี้ เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน นับจาก 1มิ.ย.ถึง 30 ก.ย.นี้ ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ทั้งนี้ จะต้องลงทะเบียนเพื่อกดรับสิทธิ์ ในช่วง 25-29พ.ค.นี้ ช่วงเวลา: 06:00 น. ถึง 22:00 น.

สำหรับร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ กรณีเป็นร้านค้าทีเคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาแล้ว ให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่ 25 พ.ค. ถึง 30 ก.ย.นี้ ส่วนร้านค้าใหม่ที่ยังไม่เคยร่วมโครงการนี้ให้เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่ 25พ.ค.ถึง 31 ก.ค.นี้ ทั้งนี้ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการสามารถผูกกับ app delivery ได้ ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์สามารถใช้จ่ายในร้านค้าที่ร่วมโครงการได้ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านค้าทั่วไป บริการขนส่งสาธารณะ ยกเว้น ร้านนวด สปา  ทำเล็บ และทำผม

ในส่วนของคนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านคนนั้น  รัฐจะจ่ายให้คนละ 1,000 บาท/เดือน เป็นเวลา 4 เดือน นับจาก 1 มิ.ย. ถึง 30 ก.ย.นี้ เป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าในร้านค้าที่ร่วมโครงการ นอกจากนี้คนถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังคงได้รับเงินช่วยเหลือในการซื้อก๊าซหุงต้ม เดือนละ 80 บาท /คน/3เดือน ,ค่าเดินทางโดยขนส่งสาธารณะ 750บาท/เดือน ,ค่ากระแสไฟฟ้า 315 บาท /เดือน/ครัวเรือน และสำหรับคนพิการที่ถือบัตรคนพิการ จะได้รับเงินเพิ่มเติมอีกเดือนละ 20 0บาท/เดือน

เขายังกล่าวด้วยว่า สิ่งที่ทำให้โครงการนี้แตกต่างคือส่วนที่เป็น "Plus" ซึ่งจะมีการนำเทคโนโลยี AI และระบบดิจิทัล เข้ามาช่วยผู้ประกอบการรายย่อย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน ช่วยให้ร้านค้าสามารถเช็คและเปรียบเทียบราคาวัตถุดิบในตลาด (เช่น ราคาสุกร) เพื่อการบริหารจัดการที่ดีขึ้น และยังส่งเสริมให้ร้านค้าเข้าสู่ระบบสินเชื่อของสถาบันการเงินในระบบผ่านฐานข้อมูลดิจิทัล แทนการพึ่งพากู้นอกระบบที่มีต้นทุนสูง

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่กำหนดคนได้รับสิทธิ์ต้องมีอายุ 18ปีขึ้นไป ซึ่งแตกต่างจากในอดีต ที่กำหนดคนได้รับสิทธิต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป เนื่องจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส เป็นโครงการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ซึ่งคนที่มีอายุ 16 ปี ยังไม่ต้องรับภาระจากผลกระทบนี้

ทั้งนี้ โครงการไทยช่วยไทยพลัส คาดจะสามารถครอบคลุมคนได้ราว 30 ล้านคน โดยขยายสิทธิ์เพิ่ม 10 ล้านคน ซึ่งมั่นใจว่า ครอบคลุมความต้องการ จากเดิมที่โครงการลักษณะนี้เคยจำกัดสิทธิ์ไว้ที่ 20 ล้านคน แต่ในครั้งนี้รัฐบาลได้ตัดสินใจขยายฐานผู้ได้รับสิทธิ์เพิ่มขึ้นอีก 10 ล้านคน รวมเป็น 30 ล้านคน เนื่องจากเล็งเห็นถึงความต้องการของประชาชนที่ยังตกค้างจากโครงการในอดีต ซึ่งเคยมีผู้ลงทะเบียนสูงสุดถึง 28 ล้านคน รัฐบาลจึงเชื่อมั่นว่าจำนวน 30 ล้านสิทธิ์นี้จะเพียงพอและทั่วถึงสำหรับผู้ที่ไม่ได้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ขณะเดียวกัน โครงการนี้ จะเปลี่ยนเกณฑ์ใหม่เป็นรัฐจ่าย 60 ประชาชนจ่าย 40 ถือเป็นการช่วยค่าใช้จ่ายจริง โดยเงื่อนไขการใช้จ่ายจะกำหนดการใช้จ่ายต่อวันไม่เกิน 200 บาท และสามารถใช้บริการ Food Delivery ได้ ซึ่งจะเริ่มระบบตามมาหลังจากเปิดโครงการประมาณ 2 สัปดาห์ และต้องใช้จ่ายให้หมดภายในเดือนนั้นๆ หากไม่หมด จะไม่สมทบไปเดือนถัดไปเหมือนโครงการก่อน

นอกจากนี้ เรายังคัดกรองเข้มงวด โดยเน้นสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น โดยรอบนี้จะไม่อนุญาตให้ใช้สิทธิ์กับร้านค้าประเภทบริการ เช่น ร้านทำเล็บ ทำผม นวด หรือสปา เพื่อให้เงิน 1,000 บาทต่อเดือนถูกนำไปใช้ลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่างตรงจุดที่สุด

สำหรับร้านค้าเดิมที่เคยอยู่ในระบบกว่า 1 ล้านร้านค้า สามารถเข้าไปยืนยันตัวตนเพื่อเข้าร่วมโครงการต่อได้ ส่วนร้านค้าใหม่เปิดให้ลงทะเบียนได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 25 - 30 พฤษภาคมนี้ โดยรัฐบาลยืนยันว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัส จะเป็นกลไกสำคัญในการดูแลเศรษฐกิจฐานรากและช่วยให้พี่น้องประชาชนฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง