รีเซต

ICHI บล.กสิกรไทย แนะนำ “ซื้อ” เป้า 14.70 บาท

ICHI บล.กสิกรไทย แนะนำ “ซื้อ” เป้า 14.70 บาท
ทันหุ้น
19 พฤษภาคม 2569 ( 13:30 )
3

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #ICHI บล.กสิกรไทย แนะนำ “ซื้อ” เป้า 14.70 บาท

บล.กสิกรไทย เริ่มต้นวิเคราะห์หุ้น บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ICHI ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2570 ที่ 14.70 บาท อิง PER เป้าหมาย 15 เท่า พร้อมมองว่า ICHI เป็นหุ้นเด่นที่สุดในกลุ่มเครื่องดื่ม จากจุดแข็งด้านฐานะการเงินที่เป็นเงินสดสุทธิ และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงระดับ 7–8% ซึ่งช่วยรองรับการลงทุนในช่วงที่กำไรเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ

ฝ่ายวิจัยคาดว่า กำไรของ ICHI จะอยู่ในระดับต่ำสุดในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จากต้นทุนเม็ดพลาสติก PET ที่ปรับเพิ่มขึ้น 40–50% นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน โดยต้นทุนพลาสติกคิดเป็นสัดส่วนราว 50% ของต้นทุนขายทั้งหมด (COGS) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดันอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าจะสามารถรักษาการเติบโตของกำไรปกติในปี 2569 ได้ราว 4% และเร่งตัวขึ้น 11% และ 13% ในปี 2570–2571 ตามลำดับ จากแรงหนุนของสินค้ากลุ่มที่ไม่ใช่ชา ซึ่งฝ่ายบริหารตั้งเป้าเติบโต 40% และช่วยสนับสนุนยอดขายรวมราว 5 percentage points จากเป้าหมายการเติบโตยอดขายทั้งกลุ่มที่ 12%

บล.กสิกรไทยมองว่า จุดแข็งสำคัญของ ICHI คือความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดอิสระ (FCF) และการจ่ายเงินปันผลที่แข็งแกร่ง หลังการลงทุนขยายกำลังการผลิตเสร็จสิ้นในปี 2568 ทำให้ CAPEX จะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาทในปี 2569 ขณะที่ค่าเสื่อมราคาจะทยอยลดลงราว 100 ล้านบาทต่อปี ในช่วงปี 2570–2572 ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นกลับไปใกล้ระดับ 24–25% แม้ต้นทุน PET ยังอยู่ในระดับสูง

ฝ่ายวิจัยคาดเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ปี 2569 และ 2570 ที่ 0.93 บาท และ 1.03 บาทต่อหุ้น ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 100% และให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลระดับ 7–8% โดยมี FCF ต่อหุ้นที่ 1.89 บาท และ 1.40 บาทต่อหุ้น ซึ่งยังเพียงพอต่อการรองรับการจ่ายปันผล

แม้ในกรณีเลวร้ายที่สุด ซึ่งสมมติให้ราคา PET อยู่ที่ 1,200 ดอลลาร์ต่อตันตลอดช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยอดขายลดลง 2% และเกิดเงินทุนหมุนเวียนไหลออก 400–500 ล้านบาท ฝ่ายวิจัยประเมินว่า กำไรสุทธิปี 2569 จะลดลงเหลือ 913 ล้านบาท หรือลดลง 31% จากปี 2568 แต่บริษัทยังสามารถจ่ายเงินปันผลได้ในระดับที่ให้อัตราผลตอบแทนราว 5.5% โดย FCF ต่อหุ้นยังครอบคลุม DPS ได้ถึง 1.6 เท่า

บล.กสิกรไทยระบุว่า ตลาดอาจยังประเมินผลบวกจากค่าเสื่อมราคาที่ลดลงและความยั่งยืนของเงินปันผลต่ำเกินไป โดยเฉพาะหลังสัญญาป้องกันความเสี่ยงต้นทุน PET หมดอายุในช่วงกลางปี ซึ่งจะทำให้กำไรมีความอ่อนไหวต่อราคาตลาดมากขึ้น และอาจนำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรของตลาดในระยะถัดไป

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยยังเชื่อว่า ICHI อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในกลุ่มเครื่องดื่มไทยในการผ่านจุดต่ำสุดของกำไรและกลับมาฟื้นตัวได้แข็งแกร่ง โดยมีความชัดเจนมากกว่าคู่แข่งอย่าง SAPPE ที่ยังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน PET โดยไม่มีปัจจัยบวกจากค่าเสื่อมราคาที่ลดลง และ OSP ที่ยังมีความเสี่ยงด้านการรับเงินสดจากเมียนมา

ที่ระดับ PER ปี 2569 ราว 13.5 เท่า บล.กสิกรไทยมองว่า ICHI ยังมีความน่าสนใจจากความคุ้มค่าด้านความเสี่ยงและผลตอบแทน พร้อมให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 7.4% ระหว่างรอการฟื้นตัวของกำไรในระยะถัดไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง