รีเซต

EA ส่งสัญญาณงบดีต่อ กางแผนรุกรถตู้อีวีไฟฟ้า

EA ส่งสัญญาณงบดีต่อ กางแผนรุกรถตู้อีวีไฟฟ้า
ทันหุ้น
18 พฤษภาคม 2569 ( 02:30 )
12

               นายวสุ  กลมเกลี้ยง  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" หลังผลประกอบการของบริษัทไตรมาส 1/2569 มีกำไร 362 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุนสูงไตรมาสก่อนว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลงานในงวดนี้ออกมาดี มาจากการที่บริษัทไม่มีรายการพิเศษทางบัญชีที่ไม่ใช่เงินสด (Non-Cash Items) เข้ามาเกี่ยวข้องเหมือนในช่วงปีที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ผลประกอบการของ EA มักจะถูกกดดันจากรายการพิเศษเหล่านี้จนทำให้บางไตรมาสแสดงผลขาดทุนหรือมีกำไรที่น้อยกว่าความเป็นจริง แต่สำหรับงบงวดนี้ถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนจากผลการดำเนินงานปกติ (Normal Operation) อย่างแท้จริง

.              "ก่อนหน้านี้ผมต้องคอยอธิบายว่าจริงๆ แล้วบริษัทเราดีนะ แต่ที่เห็นตัวเลขไม่สวยเพราะมันมีรายการพิเศษเยอะ รอบนี้พอมันหายไป จึงเห็นภาพการดำเนินงานจริงๆ ของเรา ซึ่งเป็นแบบนี้มานานแล้ว" นายวสุ กล่าว

               สำหรับตัวเลขผลประกอบการที่สำคัญในไตรมาส 1/2569 นั้น บริษัทมี EBITDA ไม่รวมรายการที่ไม่ใช่เงินสดที่มีนัยสำคัญอยู่ที่ 1,895.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และมีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 2,037.25 ล้านบาท โดยธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า เติบโต 62.6% QoQ  

               นายวสุ กล่าวว่า กำไรปกติที่ชัดเจนจะส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นของคู่ค้าและสถาบันการเงิน TRIS Rating ได้ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้การเจรจาธุรกิจในหลายๆ ด้านง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการขอการสนับสนุนจากซัพพลายเออร์ หรือการทำธุรกรรมกับธนาคารพาณิชย์ในอนาคต

               ในส่วนของสถานะทางการเงินและความกังวลเรื่องภาระหนี้สินนั้น นายวสุ ยืนยันหนักแน่นว่า ปัจจุบันภาระการชำระหนี้ในส่วนของบริษัทแม่ลดลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำมาก โดยเหลือหนี้ที่ต้องชำระ (Current Portion of Long-Term Debt) เพียงประมาณ 1,200 ล้านบาทเศษเท่านั้น  ส่วนภาระหนี้อื่นๆ ของกลุ่มบริษัทส่วนใหญ่เป็นแบบ Project Base ที่มีการจัดสรรกระแสเงินสดไว้รองรับอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดการผิดนัดชำระหนี้ในปีนี้จึงแทบจะเป็นศูนย์ หรือกล่าวได้ว่าไม่มีความเสี่ยงในจุดนี้เลย

               นายวสุ ระบุว่า ผลประกอบการในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ภาพรวมธุรกิจจะยิ่งทวีความชัดเจนในเชิงบวกมากขึ้น เนื่องจากบริษัทจะเริ่มมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และทยอยส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าเข้าสู่ตลาดมากขึ้น โดยกลยุทธ์หลักในขณะนี้คือการมุ่งเน้นไปที่ "Cash Generation Engine" หรือธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ทันที เพื่อเสริมสร้างสภาพคล่องให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นก่อนที่จะไปแก้ปัญหาในส่วนอื่น

               "วันนี้เราต้องโฟกัสในสิ่งที่มัน Turn Around ได้ก่อน นั่นคือรถ Commercial EV และโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จเพราะสิ่งเหล่านี้จะสร้างแคชให้เราได้ทั้งในวันนี้และวันหน้า" นายวสุ กล่าว

               ไฮไลต์สำคัญของการเติบโตในอนาคตคือการบุกตลาดรถตู้ไฟฟ้า (EV Van) โดยบริษัทเตรียมส่งมอบรถรุ่นใหม่ที่ชื่อว่า "BAW"  ซึ่งบริษัทได้รับสิทธิขาดในการจำหน่ายจากบริษัทแม่ที่เป็นบริษัทระดับ Fortune 500 โดยรถรุ่นนี้นี้มีความยาวกว่า 5 เมตร มีให้เลือกทั้งแบบ 7 ที่นั่ง และ 9 ที่นั่ง โดยตั้งเป้าเจาะกลุ่มตลาด High-end Limousine สำหรับโรงแรมหรู รถรับส่งนักท่องเที่ยวระดับพรีเมียม และรถรับส่งพนักงานบริษัท แก้ปัญหาเรื่องพื้นที่วางกระเป๋าสัมภาระและตอบโจทย์โรงแรมหรู มีเบาะคุณภาพสูงระดับ VIP จากโรงงาน

               นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมเปิดตัวรถตู้อีกรุ่นหนึ่งในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งจะเน้นตลาดพาณิชย์ รวมถึงมีแผนขยายไปสู่รถบรรทุกเชิงพาณิชย์ขนาดกลาง (Medium Truck) และขนาดเล็ก (Light Truck) เพื่อเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอให้ครบถ้วนในส่วนของ "Middle Mile" จากเดิมที่มีเพียงรถบรรทุกหัวลากที่เป็น "First Mile" เท่านั้น โดยสถานการณ์ความขัดแย้งและสงคราม เป็นปัจจัยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความเสี่ยงจากราคาน้ำมันและการขาดแคลนพลังงานมากขึ้น  เจ้าของฟลีทรถที่เคยลังเล เริ่มเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงและควบคุมต้นทุนในระยะยาว

               นายวสุ ยอมรับว่า แม้การบริหารจัดการในช่วงที่ผ่านมาจะมีความเหน็ดเหนื่อยอย่างมากเนื่องจากต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง แต่ด้วยตัวเลขกำไรที่เริ่มกลับมา และความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นจากอันดับเครดิตที่เสถียร ทำให้มั่นใจว่า EA กำลังเดินทางเข้าสู่ช่วงการฟื้นตัวอย่างเต็มรูปแบบ และพร้อมที่จะกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง