AURA ปั้นธุรกิจทองครบวงจรสินเชื่อโตแกร่ง-คุมเสี่ยงเข้ม

#AURA #ทันหุ้น - AURA เดินหน้าขยายธุรกิจครบห่วงโซ่ทองคำ พร้อมศึกษา “หลอมทอง” คาดชัดเจนครึ่งปีหลัง มุ่งโปรดักต์มาร์จิ้นสูง หนุนสินเชื่อ “ทองมาเงินไป” พีคตามฤดูกาล ตั้งเป้าโต 40–50% เร่งคุมความเสี่ยงพอร์ตเข้ม ระดับต่ำกว่า 0.03
นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทมุ่งขยายโมเดลธุรกิจให้ครอบคลุมห่วงโซ่มูลค่าของทองคำ (Gold Value Chain) ให้ครบวงจร ตั้งแต่การค้าปลีกทองรูปพรรณ – การรับซื้อคืน, สินเชื่อทองคำ ฯลฯ และอยู่ระหว่างศึกษา ทดลอง (Pilot Project) ดำเนินธุรกิจหลอมทอง ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
พร้อมกันนี้ บริษัทยังคงพัฒนารูปแบบสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง (High Margin) ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนารูปแบบสินค้าร่วมกับพันธมิตร และการออก “แบนรด์” สินค้าใหม่ เพื่อสร้างรายได้จากห่วงโซ่มูลค่าทองคำได้อย่างครบวงจร
** ไตรมาส 2/69 โตต่อ
เบื้องต้นคาดการณ์ ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 ยังคงมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) จากกลุ่มธุรกิจสินเชื่อทองคำ “ทองมาเงินไป” ที่คาดว่าได้รับอานิสงส์จากความต้องการใช้เงินในช่วงเปิดภาคการศึกษา รวมถึงธุรกิจค้าปลีกทอง และกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง (High Margin) ที่ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
“ไตรมาส 2 ภาพรวมจะอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับงวดไตรมาส 1 แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ผลการดำเนินงานก็ยังมีแนวโน้มเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งการจำหน่ายทองรูปพรรณ สินค้ากลุ่มเครื่องประดับ - ของขวัญ โดยเฉพาะสินเชื่อทองคำมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างโดดเด่นตามปัจจัยฤดูกาล ธุรกิจนี้เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้รายได้มีความสม่ำเสมอ คาดเติบโตปีนี้อยู่ที่ประมาณ 40-50% เมื่อเทียบกับปีก่อน”
** บริหารความเสี่ยงเข้ม
ทั้งนี้ ยังคงเป้าพอร์ตสินเชื่อทองคำปี 2569 ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการควบคุมความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่ออย่างรัดกุม แม้ขนาดพอร์ตจะเติบโตจากระดับหลักร้อยล้านบาทสู่ระดับใกล้ 9,000–10,000 ล้านบาท แต่กระบวนการติดตามและตรวจสอบกลับมีความเข้มข้นมากขึ้นตามขนาดพอร์ต ทั้งการตรวจนับจำนวนชิ้นทอง การประเมินมูลค่าหลักประกัน และการติดตามคุณภาพพอร์ตอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษามาตรฐานการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับสูง
ในด้านคุณภาพพอร์ต ปัจจุบันบริษัทมีระดับความเสี่ยงต่ำกว่า 0.03 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำมาก สะท้อนถึงประสิทธิภาพของระบบบริหารความเสี่ยงและความสามารถในการควบคุมคุณภาพสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิผล
นอกจากนี้ บริษัทยังมีความยืดหยุ่นในการบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาทองคำ ผ่านระบบที่สามารถปรับอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV: Loan-to-Value) ได้อย่างทันท่วงทีตามการเปลี่ยนแปลงของราคาทองในตลาดโลก ช่วยลดความเสี่ยงด้านมูลค่าหลักประกัน และสร้างเสถียรภาพให้กับพอร์ตสินเชื่อ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
