TAE ยอดใช้น้ำมัน E20 พุ่ง ศักยภาพโรงงานรับมือต้นทุน

#TAE #ทันหุ้น – TAE รับยอดเติมน้ำมัน E20 พุ่งแรงขึ้น 30% หนุนการใช้ “เอทานอล” ชี้รัฐส่งเสริมส่วนต่าง 5 บาท ช่วยผลักดัน พร้อมรับมือวัตถุดิบปรับตัวเพิ่มขั้น ชูศักยภาพโรงงานสามารถสลับใช้ได้ทั้งมันสำปะหลังและกากน้ำตาล เชื่อผลงานปีนี้เติบโต แม้เผชิญความผันผวนราคาพลังงาน
นายก้าวหน้า ดีล้น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TAE ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย เอทานอลแปลงสภาพ เพื่อใช้เป็นส่วนผสมในน้ำมันเชื้อเพลิง โดยนำวัตถุดิบทางการเกษตร เช่น กากน้ำตาลและมันสำปะหลัง มาผ่านกระบวนการหมักและกลั่น เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า บริษัทยังคงรักษาระดับการเติบโตในปีนี้ได้ดีและมียอดขายที่น่าพอใจ แม้จะเผชิญกับความผันผวนของราคาพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบในตลาดโลก
ปัจจัยบวกสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของบริษัทในขณะนี้คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใช้ทางเลือกพลังงานสะอาดและมีความคุ้มค่ามากขึ้น โดยสัดส่วนการใช้ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลจากช่วงต้นปีจนถึงปัจจุบัน พบว่าในเดือนพฤษภาคม ปริมาณการใช้เฉลี่ยต่อวันพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 6.45 ล้านลิตรต่อวัน
ขณะที่ในช่วงเดือนมกราคม ปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4.88 ล้านลิตรต่อวันเท่านั้น การเติบโตดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นกว่า 30% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับน้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอลในสัดส่วนที่สูงขึ้น เนื่องจากมีราคาที่ประหยัดกว่าน้ำมันเกรดอื่นๆ โดยน้ำมัน 91 และ 95 มีปริมาณการใช้ลดน้อยลง
"การที่ภาครัฐได้เข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมส่วนต่างราคาที่จูงใจประชาชนประมาณ 5 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่ช่วยให้รณรงค์ให้ประชาชนเห็นถึงความคุ้มค่าและผลประโยชน์ในภาพรวมได้ดียิ่งขึ้น" นายก้าวหน้า กล่าว
@ ผลักดันการใช้ 6 ล้านลิตรต่อวัน
นายก้าวหน้า ระบุว่า ต้องการให้รัฐผลักดันให้ปริมาณการใช้เอทานอล (E100) ในภาพรวมขึ้นไปแตะระดับ 6 ล้านลิตรต่อวัน จากปัจจุบันที่อยู่ราว 3.5 ล้านลิตรต่อวัน หากสามารถทำได้ตามเป้าหมายนี้ จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ ภาคเกษตรกรรมไทย ช่วยดึงปริมาณผลผลิตทางการเกษตรเข้าสู่ระบบพลังงานมากขึ้น ช่วยพยุงราคาพืชผลและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรได้
ทั้งนี้บริษัทมีความท้าทายในจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ดีในด้านการผลิต TAE ได้เปรียบในเชิงโครงสร้างโรงงานที่มีความยืดหยุ่นสูง โดยโรงงานของบริษัทได้รับการปรับปรุงให้สามารถ สลับใช้วัตถุดิบได้หลากหลาย ทั้งจากอ้อย (กากน้ำตาลหรือโมลาส) และมันสำปะหลัง (แป้งมัน) ทั้งนี้ด้วยพื้นฐานธุรกิจที่ยังไปได้ดีและการสนับสนุนจากภาครัฐ ทำให้บริษัทยังคงมีความเชื่อมั่นในทิศทางผลการดำเนินงาน
"เราพยายามปรับโรงงานให้ใช้วัตถุดิบในการผลิตเอทานอลได้ทุกตัว เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในช่วงที่ราคาสินค้าเกษตรตัวใดตัวหนึ่งมีความผันผวน ปัจจุบัน บริษัทได้เลือกเน้นการใช้ โมลาส เข้ามาเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตมากขึ้น"
นอกจากนี้บริษัทยังคงเดินหน้าในโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อจะช่วยเสริมศักยภาพผลประกอบการให้แก่ TAE ในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
