รีเซต

TAE ยอดใช้น้ำมัน E20 พุ่ง ศักยภาพโรงงานรับมือต้นทุน

TAE ยอดใช้น้ำมัน E20 พุ่ง ศักยภาพโรงงานรับมือต้นทุน
ทันหุ้น
17 กรกฎาคม 2569 ( 02:10 )
7

นายก้าวหน้า  ดีล้น  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TAE ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย เอทานอลแปลงสภาพ เพื่อใช้เป็นส่วนผสมในน้ำมันเชื้อเพลิง โดยนำวัตถุดิบทางการเกษตร เช่น กากน้ำตาลและมันสำปะหลัง มาผ่านกระบวนการหมักและกลั่น เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า บริษัทยังคงรักษาระดับการเติบโตในปีนี้ได้ดีและมียอดขายที่น่าพอใจ แม้จะเผชิญกับความผันผวนของราคาพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบในตลาดโลก

ปัจจัยบวกสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของบริษัทในขณะนี้คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใช้ทางเลือกพลังงานสะอาดและมีความคุ้มค่ามากขึ้น โดยสัดส่วนการใช้ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลจากช่วงต้นปีจนถึงปัจจุบัน พบว่าในเดือนพฤษภาคม ปริมาณการใช้เฉลี่ยต่อวันพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 6.45 ล้านลิตรต่อวัน

ขณะที่ในช่วงเดือนมกราคม ปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4.88 ล้านลิตรต่อวันเท่านั้น การเติบโตดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นกว่า 30% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับน้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอลในสัดส่วนที่สูงขึ้น เนื่องจากมีราคาที่ประหยัดกว่าน้ำมันเกรดอื่นๆ โดยน้ำมัน 91 และ 95 มีปริมาณการใช้ลดน้อยลง

"การที่ภาครัฐได้เข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมส่วนต่างราคาที่จูงใจประชาชนประมาณ 5 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่ช่วยให้รณรงค์ให้ประชาชนเห็นถึงความคุ้มค่าและผลประโยชน์ในภาพรวมได้ดียิ่งขึ้น" นายก้าวหน้า กล่าว

นายก้าวหน้า ระบุว่า ต้องการให้รัฐผลักดันให้ปริมาณการใช้เอทานอล (E100) ในภาพรวมขึ้นไปแตะระดับ 6 ล้านลิตรต่อวัน จากปัจจุบันที่อยู่ราว 3.5 ล้านลิตรต่อวัน หากสามารถทำได้ตามเป้าหมายนี้ จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ ภาคเกษตรกรรมไทย  ช่วยดึงปริมาณผลผลิตทางการเกษตรเข้าสู่ระบบพลังงานมากขึ้น ช่วยพยุงราคาพืชผลและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรได้

ทั้งนี้บริษัทมีความท้าทายในจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด  อย่างไรก็ดีในด้านการผลิต TAE ได้เปรียบในเชิงโครงสร้างโรงงานที่มีความยืดหยุ่นสูง  โดยโรงงานของบริษัทได้รับการปรับปรุงให้สามารถ สลับใช้วัตถุดิบได้หลากหลาย ทั้งจากอ้อย (กากน้ำตาลหรือโมลาส) และมันสำปะหลัง (แป้งมัน) ทั้งนี้ด้วยพื้นฐานธุรกิจที่ยังไปได้ดีและการสนับสนุนจากภาครัฐ ทำให้บริษัทยังคงมีความเชื่อมั่นในทิศทางผลการดำเนินงาน

"เราพยายามปรับโรงงานให้ใช้วัตถุดิบในการผลิตเอทานอลได้ทุกตัว เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในช่วงที่ราคาสินค้าเกษตรตัวใดตัวหนึ่งมีความผันผวน ปัจจุบัน บริษัทได้เลือกเน้นการใช้ โมลาส เข้ามาเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตมากขึ้น"

นอกจากนี้บริษัทยังคงเดินหน้าในโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง  เพื่อจะช่วยเสริมศักยภาพผลประกอบการให้แก่ TAE  ในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง