ตลท.ชี้SETไปต่อโฟลว์เข้า ดันต่างชาติถือหุ้นไทย38%

#ตลท. #ฟันด์โฟลว์ #ทันหุ้น - ตลท.เผยสถาบันต่างชาติแห่ตอบรับเข้าร่วมงานไทยแลนด์โฟกัส เชื่อปีนี้มากกว่าปีที่ผ่านมา เหตุสนใจตลาดหุ้นไทยมากขึ้น สะท้อนยอดซื้อต่อเนื่องหนุนปีนี้ซื้อสุทธิแล้ว 6.4 หมื่นล้านบาท ด้าน “พิเชษฐ สิทธิอำนวย” เชื่อฟันด์โฟลว์ไหลเข้าต่อ มองกองทุนระยาวไหลเข้า ดันการถือครองหุ้นไทยของต่างชาติกลับมาแตะระดับประมาณ 38%
วานนี้ (16 ก.ค.)นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยอีก 3,405.83 ล้านบาท โดยเดือนนี้ซื้อสุทธิติดต่อกันเป็นวันที่ 11 วันทำการ ทำให้ตั้งแต่ต้นปีถึงวานนี้ยอดซื้อสุทธิสะสม 64,178.42 ล้านบาท
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า การจัดงานไทยแลนด์โฟกัส ในวันที่ 26-28 สิงหาคม 2569 ขณะนี้นักลงทุนสถาบันต่างชาติตอบรับเข้ามามากพอสมควรแล้ว ซึ่งคาดว่าในปีนี้นักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาร่วมงานมากกว่าปีที่ผ่านมา เพราะเชื่อว่านักลงทุนต่างชาติขณะนี้ให้ความสนใจลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น
@โฟลว์เข้า-SETไปต่อ
โดยในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาเม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ก็ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากรักษาโมเมนตัมนี้ และหากรัฐบาลเดินหน้านโยบายให้เกิดได้จริง เชื่อดึงดูดเม็ดเงินฟันด์โฟลว์ ให้ไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทย และทำให้นักลงทุนในประเทศมีความเชื่อมั่นในการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช่นกัน
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ เพราะหลายปัจจัยเริ่มปรับตัวเข้าสู่จุดที่น่าสนใจของนักลงทุนต่างชาติ เช่น งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 คาดว่าจะผ่าน ซึ่งจะฟื้นการลงทุนของภาครัฐ และภาครัฐจะคงเดินหน้านโยบายที่ประกาศออกมาอย่างต่อเนื่องและเกิดได้จริง ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นในส่วนที่เกิดสงครามตะวันออกกลางทำให้ราคาพลังงานมีความผันผวนสูงนั้น ก็เห็นผลบวกไปแล้ว
ทั้งนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นมายืนเหนือกว่า 1,600 จุดได้นั้น จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และนักลงทุนมีความมั่นใจเสถียรภาพรัฐบาลหลังจากมีการเลือกตั้ง กำไรบริษัทจดทะเบียน(บจ.)โดดเด่นในปีที่ผ่านมาและต่อเนื่องมาในปีนี้ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการผลักดันนโยบายต่างๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง ซึ่งส่งผลดีต่อการขยายตัวของจีดีพีให้เติบโตสูงขึ้นได้ ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดนักลงทุนไทย และนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น
สำหรับปัจจัยเสี่ยงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ย่อมกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน และกำไรของบริษัทต่างๆ ทั่วโลก แต่เชื่อมั่นว่าบริษัทจดทะเบียนไทยยังมีความสามารถในการปรับตัวและแข่งขันได้ในเวทีโลก และยังมั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถบริหารจัดการพลังงานให้เพียงพอในการใช้ในประเทศได้เหมือนกับที่ทำในช่วงที่ผ่านมา
@ Bond Connect
นายอัสสเดช กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ได้มีการเข้าหารือรัฐบาล และอยากให้รัฐบาลมองตลาดทุนเป็นกลไกในการสนับสนุนเศรษฐกิจไทยเติบโต และสร้างความมั่งคั่งให้กับประชาชน โดยล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์ ร่วมกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน Bond Connect เพื่อยกระดับการเข้าถึงการลงทุนในตราสารหนี้ผ่านตลาดทุน รองรับการจองซื้อพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” เพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลได้ง่ายขึ้น ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท ภายใต้วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท
โดยใช้หลักการจัดสรรแบบ Small Lot First เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ลงทุนในวงกว้างได้รับการจัดสรรอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม พร้อมชูผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากประจำ โดยอัตราดอกเบี้ยคงที่ รุ่นอายุ 3 ปี อยู่ที่ 1.8% และรุ่นอายุ 10 ปี อยู่ที่ 2.8% ต่อปี เปิดจองครั้งแรกระหว่างวันที่ 3–5 สิงหาคม 2569 เพียงมีบัญชีหุ้นไทยก็สามารถจองซื้อได้ผ่านบริษัทหลักทรัพย์และธนาคารผู้จัดจำหน่าย 24 แห่ง ทั้งช่องทางดิจิทัล สาขา และแอปพลิเคชัน Streaming
ส่วนความคืบหน้าโครงการ TISA นั้น ขณะนี้ยังคงเดินหน้าอยู่ โดยอยู่ในช่วงของการหารือรายละเอียดต่างๆ ซึ่งจะต้องใช้เวลาสักระยะ
@จุดเริ่มต้น
นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย รองประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าเป็นตลาดเดียวในภูมิภาคที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ และนักลงทุนเข้ามาลงทุนเริ่มมีนักลงทุนระยะยาวแล้ว ทำให้ปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติถือครองหุ้นไทย ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 38% จากก่อนหน้านี้ที่ปรับตัวลงไปแตะระดับประมาณ 30%
ทั้งนี้หากยังสามารถรักษาโมเมนตัมเหมือนในปัจจุบันได้ ไม่มีปัจจัยลบเข้ามากระทบ เชื่อว่าฟันด์โฟลว์จะไหลเข้ามาต่อเนื่อง และเชื่อว่าขณะนี้อยู่ในช่วงเริ่มต้นของฟันด์โฟลว์ที่ไหลเข้า หลังจากที่ผ่านมาขายหุ้นไทยติดต่อกันมาราว 3 ปี
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
