รีเซต

”เอกนัฏ“ ฟันเพิ่ม 5 คลังน้ำมัน กักตุน เก็งกำไร ปฏิเสธขายช่วงวิกฤตทึ่ผ่านมา

”เอกนัฏ“ ฟันเพิ่ม 5 คลังน้ำมัน กักตุน เก็งกำไร ปฏิเสธขายช่วงวิกฤตทึ่ผ่านมา
ทันหุ้น
4 กันยายน 2569 ( 16:53 )

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #ตลาดหุ้น #SET #”เอกนัฏ“ ฟันเพิ่ม 5 คลังน้ำมัน กักตุน เก็งกำไร ปฏิเสธขายช่วงวิกฤตทึ่ผ่านมา

นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อปฏิรูปพลังงาน หรือ “ทีมสุดซอยพลังงาน”เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เพื่อดำเนินคดีกรณีตรวจพบความผิดปกติในการรับและจ่ายน้ำมันของคลังน้ำมันอีก 5 แห่ง โดยมี พลตำรวจโทพิทยา ศิริรักษ์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า เป็นผู้รับหนังสือ

นางสาวฐิติภัสร์ เปิดเผยว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ส่งทีมสุดซอยพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณการรับเข้าและจ่ายออกน้ำมันของคลังน้ำมันทั่วประเทศในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2569 พบว่าบางคลังมีพฤติกรรมผิดปกติ จึงมอบหมายให้คณะอนุกรรมการฯ ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน เรียกผู้ประกอบการต้องสงสัย รวมถึงกลุ่มลูกค้าของคลังน้ำมัน 33 ราย จากทั่วประเทศ เข้ามาให้ข้อมูลในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมที่ผ่านมา 

จากข้อมูลที่ได้รับพบว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดวิกฤต คลังน้ำมันส่วนใหญ่มีปริมาณรับเข้าและจ่ายออกในระดับใกล้เคียงกันตามปกติ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงต้นเดือนมีนาคม กลับพบความผิดปกติในหลายคลัง ทั้งการรับน้ำมันเข้ามาแต่ไม่มีการจ่ายออก การเก็บน้ำมันไว้เป็นเวลานาน การประวิงเวลาการจำหน่าย รวมถึงกรณีที่ลูกค้าระบุว่าอาจมีการปฏิเสธการขาย ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในหลายพื้นที่ช่วงดังกล่าวหรือไม่

ทีมสุดซอยพลังงาน พบว่า พบเพิ่มอีก 5 คลังที่มีพฤติกรรมทางธุรกิจผิดปกติ โดยบางคลังมีปริมาณน้ำมันคงเหลือเฉลี่ยสูงกว่าปกติประมาณถึง 1.67 ล้านลิตร จึงเป็นข้อสังเกตที่นำข้อมูลพร้อมเอกสารหลักฐานส่งให้ กขค. และกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้ง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542

นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ทาง กขค. จะตรวจสอบหากพบพฤติกรรมเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าฯ ก็จะเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

โดยปัจจุบันทีมสุดซอยได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ค้าทั้งหมด 21 ราย

สำหรับมาตรการป้องกันในระยะต่อไป กระทรวงพลังงานเตรียมยกระดับระบบบริหารจัดการ Supply น้ำมันทั้งระบบ โดยจะพัฒนาระบบแจ้งเตือนเมื่อคลังมีการรับน้ำมันเข้าแต่ไม่มีการจ่ายออก ปรับปรุงระบบใบกำกับการขนส่งให้สามารถตรวจสอบเส้นทางได้ตลอดเวลา รวมถึงสร้างกลไกทำงานร่วมกับจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถติดตามและบริหารสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

"เราต้องสร้างบรรทัดฐานการบังคับใช้กฎหมายที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์กักตุนหรือประวิงเวลาการขายน้ำมันเพื่อเก็งกำไรจนสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนซ้ำอีก วันนี้กระทรวงพลังงานจึงได้นำหลักฐานการตรวจสอบผู้ค้าที่เข้าข่ายกระทำผิดมาส่งมอบให้คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุดในทุกมิติภายใต้นโยบาย "สุดซอย" โดยเรามุ่งหวังที่จะพิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชนและวางระบบโครงสร้างพื้นฐานที่โปร่งใสเพื่อให้มั่นใจว่าคนไทยจะเข้าถึงพลังงานได้อย่างเป็นธรรมและไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ”นางสาวฐิติภัสร์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง