รีเซต

LEO ไฮซีซันหนุนเต็มสูบเทศกาลดันขนส่งวิ่งแรง

LEO ไฮซีซันหนุนเต็มสูบเทศกาลดันขนส่งวิ่งแรง
ทันหุ้น
4 กันยายน 2569 ( 01:50 )

นายเกตติวิทย์  สิทธิสุนทรวงศ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO นำเสนอข้อมูลผลการดำเนินงาน ผ่านกิจกรรม Earning Call เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา โดยเปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 กำลังเข้าสู่ทิศทางขาขึ้นสอดรับการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลส่งออกสินค้าของการค้าโลก

@รักษาการเติบโต

บริษัทคาดทิศทางธุรกิจจะยังคงรักษาอัตราการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 4/2569 ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้นำเข้าสินค้าในตลาดหลักเร่งส่งออกและนำเข้าสินค้าเพื่อการจัดจำหน่ายในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ส่งผลให้บริษัทมีความมั่นใจว่าผลประกอบการจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และเป็นไปเป้าหมาย ตามแผนงานที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ LEO ประกาศเป้าหมายการเติบโตของ EBITDA ไว้ที่ 15% ต่อปี สำหรับปี 2569 - 2570 และ 2571 ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ JUMP+ โดยเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสะสมระยะยาว ณ ปี 2571 ให้เติบโตไม่น้อยกว่า 45% (หรือคิดเป็นมูลค่าการเติบโตสะสมที่ 50-55 ล้านบาท) เมื่อเทียบกับปีฐาน 2568 ซึ่่งผลงานในครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทสามารถขับเคลื่อน EBITDA ให้เติบโตได้แล้ว 15% ถือว่าบรรลุเป้าหมายตามแผนงาน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตในกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่การขนส่งสินค้าทางเรือ (Non-Freight) และธุรกิจที่นอกเหนือจากโลจิสติกส์ (Non-Logistics) ซึ่งโดดเด่นและทำได้มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว ด้วยแผนยุทธศาสตร์ 3x6 Growth Matrix กระจายความเสี่ยงทางธุรกิจและเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่ สามารถทำสัดส่วนรายได้จากธุรกิจการขนส่งทางราง ธุรกิจ Non-Freight และ Non-Logistics ขึ้นแตะระดับ 20% แล้วถือว่าเร็วกว่าที่เคยซึ่งเป็นไปตามแผนงานเมื่อเทียบกับเป้าหมายระยะยาว ณ ปี 2571 ที่ตั้งเป้าไว้ราว 28-30%

อีกทั้งธุรกิจย่อยต่างๆ ภายใต้โครงการนี้ล้วนเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ คลังสินค้าบริการตนเอง LEO Self Storage สาขาพระราม 4 ที่มีอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) เติบโตสูงถึง 113% ธุรกิจลานฝากตู้คอนเทนเนอร์ (Container Depot) ที่มีปริมาณงานเพิ่มขึ้น 48% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 189% เมื่อเทียบกับปีก่อน และธุรกิจขนส่งสินค้าทางราง (Rail Transport) ครึ่งปีที่่ผ่านมาเติบโต 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งผลลัพธ์เหล่านี้สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัทเพื่อรองรับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

@กลยุทธ์ครึ่งหลัง
ทั้งนี้ทิศทางกลยุทธ์ทางธุรกิจของ LEO ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังคงมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและการกระจายความเสี่ยงเพื่อรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูง โดยสามารถแบ่งออกเป็น 5 กลยุทธ์หลักดังนี้

1. การขยายโอกาสในเส้นทางการค้า (Trade Lane) ที่มีศักยภาพสูง มุ่งเน้นการขยายส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มประเทศเป้าหมายยุทธศาสตร์ ได้แก่ อินเดีย, จีน, กลุ่มประเทศอาเซียน, อเมริกาเหนือ และยุโรป

2. การพัฒนาบริการแบบครบวงจร (End-to-End) และโซลูชันโลจิสติกส์ที่ยืดหยุ่น ตอบสนองความต้องการเฉพาะของลูกค้าทุกกลุ่มโดยเฉพาะในกลุ่มการขนส่งทางทะเล (Sea Freight) ที่บริษัทเน้นการให้บริการแบบ End-to-End เพื่อรักษาขีดความสามารถในการทำกำไรและมอบคุณค่าที่เหนือกว่า แทนการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว ท่ามกลางภาวะพื้นที่ระวางเรือตึงตัวและตารางเวลาเรือที่ล่าช้า

3. การเพิ่มปริมาณงานและขยายฐานลูกค้าจากการย้ายห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Relocation) เจาะกลุ่มธุรกิจที่มีการปรับเปลี่ยนและย้ายฐานการผลิตเข้ามายังภูมิภาคเอเชียและอาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่เติบโตสูง เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับอานิสงส์จากเทคโนโลยี AI และการลงทุน Data Center เคมีภัณฑ์ อีคอมเมิร์ซ รวมถึงกลุ่มอาหารและเวชภัณฑ์

4. การต่อยอดสู่ธุรกิจสีเขียว (Green Logistics) บูรณาการแนวคิดการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความยั่งยืนและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว ซึ่งสอดรับกับข้อกำหนดและมาตรฐานสากล และ 5. การเติบโตอย่างต่อเนื่องและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง