MINT โรงแรมไทยจองพุ่ง โมเดล Wellness ดึงไฮเอนด์

#MINT #ทันหุ้น - MINT ชี้ยอดจองโรงแรมไทยไตรมาส 3 โตสูง 11-14% มั่นใจแนวโน้มธุรกิจดี วางโมเดล Medical Wellness ในโรงแรมดึงนักท่องเที่ยว High-end-Long-stay พร้อมขยายต่อในต่างประเทศ แนะรัฐเร่งปรับกฎระเบียบ วีซ่า และระบบตรวจคนเข้าเมืองให้เอื้อต่อ Medical Tourism เพื่อเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันกับต่างประเทศ
นายวิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2569 เฉพาะพอร์ตโรงแรมในประเทศไทย เบื้องต้นยอดจอง On The Book เติบโตราว 11 – 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) โดยเป็นการเติบโตจากทั้งโรงแรมในกรุงเทพฯ และในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ ภูเก็ต สมุย เชียงราย ฯลฯ และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 4/2569 แม้ว่าในงวดไตรมาส 4/2568 จะเป็นไตรมาสที่มีฐานรายได้สูงก็ตาม
“แม้ว่าไตรมาส 3/2569 ในไทยจะเป็นช่วงฤดูฝน แต่ยอดจองก็สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2569 บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจโรงแรม ขณะที่ยอดจองล่วงหน้าในตลาดสำคัญยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งและสูงกว่าปีก่อน สะท้อนแนวโน้มธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีที่ยังมีทิศทางที่ดี”
@ แนะเน้นคุณภาพท่องเที่ยว
สำหรับทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยนั้นควรปรับจากการมุ่งเน้นจำนวนนักท่องเที่ยว (Volume) ไปสู่การดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง (Higher Quality Tourists) โดยเน้นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูงและพำนักระยะยาว ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันยังลดแรงกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศจากการท่องเที่ยวที่มีปริมาณมากเกินไป
นอกจากนี้ ประเทศไทยควรขยายการท่องเที่ยวไปยังเมืองรองและพื้นที่ใหม่ในภาคเหนือและภาคตะวันออก เพื่อกระจายรายได้และลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวหลัก โดยการสร้างจุดหมายปลายทางควรมุ่งนำเสนอประสบการณ์และเรื่องราวเฉพาะตัว เชื่อมโยงชุมชน ธรรมชาติ และการอนุรักษ์เข้ากับการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มมูลค่าและดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับบน
@ รุก Wellness ต่อยอดโรงแรม
สำหรับ MINT มองว่าการเติบโตของตลาด Wellness จะช่วยต่อยอดธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า High-end และ Long-stay ที่มีกำลังซื้อสูงและพร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่มีคุณภาพ จึงร่วมมือกับพันธมิตรด้านการแพทย์อย่าง BDMS พัฒนาธุรกิจ Medical Wellness ผ่านศูนย์สุขภาพและ Wellness ภายในโรงแรม 3 แห่ง เพื่อเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์เข้ากับธุรกิจ Hospitality พร้อมใช้ประเทศไทยเป็นตลาดต้นแบบในการทดลองและเรียนรู้ เพื่อพัฒนา Success Model ก่อนนำองค์ความรู้และรูปแบบธุรกิจที่ประสบความสำเร็จไปต่อยอดในโรงแรมเครือ MINT ทั่วโลก
@ แนะรัฐปรับปรุงกฎระเบียบ
นายวิลเลียม กล่าวว่า ประเทศไทยยังมีจุดแข็งด้านอาหาร, อัธยาศัยและจิตบริการอันเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยสร้างประสบการณ์ให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงระดับราคาที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับตลาดอื่น แม้ปัจจุบันต้องเผชิญการแข่งขันจากเวียดนามและบาหลีที่เร่งพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพขึ้นมาแข่งขัน จึงอยากให้ภาครัฐควรเร่งกำหนดแนวทางและปรับกฎระเบียบให้เอื้อต่อการพัฒนาธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
โดยเฉพาะข้อจำกัดวีซ่าท่องเที่ยว 30 วันไม่เพียงพอสำหรับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) รัฐบาลควรปรับปรุงระบบคัดกรอง ระบบตรวจคนเข้าเมือง และการรักษาความปลอดภัยที่สนามบินเพื่อความสะดวกในการเดินทาง มากกว่าการจำกัดระยะเวลาพำนักในประเทศ
“ไทยกำลังเผชิญการแข่งขันกับมาเลเซีย โดยเฉพาะข้อจำกัดทางกฎหมายเกี่ยวกับสเต็มเซลล์ (Stem Cells) ซึ่งมาเลเซียอนุญาตให้เข้าถึงผ่านระบบการแพทย์ได้อย่างเปิดกว้างมานานกว่า 40-50 ปี ขณะที่กฎระเบียบในไทยยังคงมีความซับซ้อนและเป็นข้อจำกัด ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรเร่งปรับปรุงกฎระเบียบและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุน Medical Tourism โดยเฉพาะการพิจารณาระยะเวลาพำนักให้เหมาะสมกับนักท่องเที่ยวกลุ่มสุขภาพ รวมถึงการยกระดับระบบคัดกรองและกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง ขณะที่กฎระเบียบด้านการแพทย์บางประเภท เช่น การรักษาด้วยสเต็มเซลล์ ยังเป็นข้อจำกัดที่ไทยต้องเร่งปรับปรุง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับมาเลเซียซึ่งมีความพร้อมด้านดังกล่าวมากกว่า”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
