รีเซต

MINT โรงแรมไทยจองพุ่ง โมเดล Wellness ดึงไฮเอนด์

MINT โรงแรมไทยจองพุ่ง โมเดล Wellness ดึงไฮเอนด์
ทันหุ้น
4 กันยายน 2569 ( 02:30 )

นายวิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2569 เฉพาะพอร์ตโรงแรมในประเทศไทย เบื้องต้นยอดจอง On The Book เติบโตราว 11 – 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) โดยเป็นการเติบโตจากทั้งโรงแรมในกรุงเทพฯ และในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ ภูเก็ต  สมุย  เชียงราย ฯลฯ  และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 4/2569 แม้ว่าในงวดไตรมาส 4/2568 จะเป็นไตรมาสที่มีฐานรายได้สูงก็ตาม

@ แนะเน้นคุณภาพท่องเที่ยว

สำหรับทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยนั้นควรปรับจากการมุ่งเน้นจำนวนนักท่องเที่ยว (Volume) ไปสู่การดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง (Higher Quality Tourists) โดยเน้นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูงและพำนักระยะยาว ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันยังลดแรงกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศจากการท่องเที่ยวที่มีปริมาณมากเกินไป

นอกจากนี้ ประเทศไทยควรขยายการท่องเที่ยวไปยังเมืองรองและพื้นที่ใหม่ในภาคเหนือและภาคตะวันออก เพื่อกระจายรายได้และลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวหลัก โดยการสร้างจุดหมายปลายทางควรมุ่งนำเสนอประสบการณ์และเรื่องราวเฉพาะตัว เชื่อมโยงชุมชน ธรรมชาติ และการอนุรักษ์เข้ากับการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มมูลค่าและดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับบน

@ รุก Wellness ต่อยอดโรงแรม

สำหรับ MINT มองว่าการเติบโตของตลาด Wellness จะช่วยต่อยอดธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า High-end และ Long-stay ที่มีกำลังซื้อสูงและพร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่มีคุณภาพ จึงร่วมมือกับพันธมิตรด้านการแพทย์อย่าง BDMS พัฒนาธุรกิจ Medical Wellness ผ่านศูนย์สุขภาพและ Wellness ภายในโรงแรม 3 แห่ง เพื่อเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์เข้ากับธุรกิจ Hospitality พร้อมใช้ประเทศไทยเป็นตลาดต้นแบบในการทดลองและเรียนรู้ เพื่อพัฒนา Success Model ก่อนนำองค์ความรู้และรูปแบบธุรกิจที่ประสบความสำเร็จไปต่อยอดในโรงแรมเครือ MINT ทั่วโลก

@ แนะรัฐปรับปรุงกฎระเบียบ

 นายวิลเลียม กล่าวว่า ประเทศไทยยังมีจุดแข็งด้านอาหาร, อัธยาศัยและจิตบริการอันเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยสร้างประสบการณ์ให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงระดับราคาที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับตลาดอื่น แม้ปัจจุบันต้องเผชิญการแข่งขันจากเวียดนามและบาหลีที่เร่งพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพขึ้นมาแข่งขัน  จึงอยากให้ภาครัฐควรเร่งกำหนดแนวทางและปรับกฎระเบียบให้เอื้อต่อการพัฒนาธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ

 โดยเฉพาะข้อจำกัดวีซ่าท่องเที่ยว 30 วันไม่เพียงพอสำหรับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism)  รัฐบาลควรปรับปรุงระบบคัดกรอง ระบบตรวจคนเข้าเมือง และการรักษาความปลอดภัยที่สนามบินเพื่อความสะดวกในการเดินทาง มากกว่าการจำกัดระยะเวลาพำนักในประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง