สธ.ห่วง 2 ปรากฏการณ์ พ.ค. "คนแห่กลับบ้าน-เปิด 6 กิจการ" ทำระบาดซ้ำสอง

สธ.ห่วง 2 ปรากฏการณ์ พ.ค. "คนแห่กลับบ้าน-เปิด 6 กิจการ" ทำระบาดซ้ำสอง
มติชน
3 พฤษภาคม 2563 ( 16:33 )
113
สธ.ห่วง 2 ปรากฏการณ์ พ.ค. "คนแห่กลับบ้าน-เปิด 6 กิจการ" ทำระบาดซ้ำสอง

สธ.ห่วง 2 ปรากฏการณ์ พ.ค. “คนแห่กลับบ้าน-เปิด 6 กิจการ” ทำระบาดซ้ำสอง

ผ่อนปรน- เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ว่า ทางศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19)(ศบค.) ได้ออก 2 มาตรการหลัก คือ มาตรการหลักที่ต้องปฏิบัติ และ มาตรการเสริม โดยในขณะนี้มี 2 ปรากฏการณ์ใหญ่ในเดือนพฤษภาคม ได้แก่

ปรากฏการณ์ที่ 1 ประชาชนเดินทางกลับต่างจังหวัดในช่วงวันหยุดยาว ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคได้นำข้อมูลประชากร เพื่อดูอัตราการป่วย อัตราการหายป่วยและอัตราการเสียชีวิต จัดทำระดับการระบาดของโรคโควิด-19 หรือ Rt สามารถอธิบายได้ว่าหาก Rt < 1 หายเร็วกว่าแพร่ แต่หาก Rt > แพร่เร็วกว่าหาย จากกราฟข้อมูลของ นพ.พลลภัตม์ เสถียร และทีมมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ สรุปได้ว่า นนทบุรี Rt=0.86 ชลบุรี Rt=1.13 ภูเก็ต Rt=1.09 เชียงใหม่ Rt=1.23 และ สงขลา Rt=1.16 อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่มี Rt ต่ำกว่า 1 หากมีผู้เดินทางเข้าพื้นที่และไปแพร่เชื้อก็สามารถแพร่กระจายเชื้อได้ และจะเกิดเป็นการแพร่เชื้อข้ามจังหวัด

“ดังนั้นการกลับไปต่างจังหวัด ควรจะต้องเข้าสู่ระบบของการกักกันตัว แต่เป็นห่วงอย่างยิ่งว่าจะมีผู้เล็ดลอดออกไป และไม่ยอมกักตัว ก็จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ฉบับเดิมที่มีผู้เดินทางกลับต่างจังหวัดไปและมีอัตราของโรคพุ่งขึ้น เราไม่อยากให้ Rt มากกว่า 1” นพ.บัญชา กล่าว

นพ.บัญชา กล่าวว่า ปรากฏการณ์ที่ 2 มาตรการผ่อนปรน 6 กิจการ ได้แก่ ตลาด ร้านจำหน่ายอาหาร ร้านค้าปลีก-ส่ง กีฬาสันทนาการ ร้านตัดผม/เสริมสวย และร้านรับตัดขน/เลี้ยงสัตว์ ขณะนี้ระดับการแพร่ระบาดของโรค หรือ Rt ในประเทศไทยต่ำมาก อยู่ในระดับ Rt = 0.31 ดังนั้น หากการเปิดกิจการเหล่านี้ขึ้นมา อีก 14 วันถัดไปก็จะแสดงให้เห็นถึง Rt ซึ่งมีความน่าเป็นห่วงว่าจะเพิ่มสูงขึ้น

นพ.บัญชา กล่าวว่า โดยความเสี่ยงที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ 14 วัน คือ 1.สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ 2.อาชีพเสี่ยงและสถานที่ทำงานแออัด เช่น สถานบันเทิง ผับ สนามมวย และ 3.ไปสถานที่ชุมชน เช่น ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว ดังนั้นป้อมปราการ 5 ด่าน ต้านโควิดของ ศบค.จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากได้แก่ ด่านที่ 1 คัดกรองวัดไข้ โดยผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อในประเทศไทยร้อยละ 87 เป็นผู้ที่มีอาการไข้ และร้อยละ 20-40 เป็นผู้ไม่มีอาการ ด่านที่ 2 สวมหน้ากากอนามัย ลดโอกาสติดเชื้อร้อยละ 80 ด่านที่ 3 ล้างมือ ลดการติดเชื้อได้ถึงร้อยละ 90 ดังนั้นสถานประกอบการจะต้องมีบริการจุดล้างมือและเจลแอลกอฮอล์ ด่านที่ 4 เว้นระยะห่าง ลดการติดเชื้อร้อยละ 70 และ ด่านที่ 5 มาตรการเสริมแบบเลือกได้ เช่น การจัดคิวเข้าใช้บริการ ใช้แอพพลิเคชั่นติดตาม

“มาตรการง่ายๆ คือ วัดไข้ สวมหน้ากาก ล้างมือ หากเป็นเชื้อที่มากับใบหน้าก็สวมหน้ากาก เชื้อที่มากับมือก็สามารถล้างมือได้ ดังนั้น ผู้ประกอบกิจการจะต้องทำความสะอาดสถานบริการตามมาตรฐานของกรมอนามัยคือทุก 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นไปได้ยาก แต่หากประชาชนมีการล้างมือก็เป็นการลดความเสี่ยงได้มาก ส่วนในเรื่องของแอพพ์ฯ ติดตาม ยังเป็นมาตรการเสริมที่เลือกได้ ยังไม่ได้เข้าการบังคับ แต่เมื่อไหร่ที่ Rt เพิ่มขึ้น ก็จะต้องมีบังคับให้ใช้แอพพ์ฯ ทุกคน” นพ.บัญชา กล่าว

นพ.บัญชา กล่าวว่า กรมอนามัยได้ทำมาตรการ Clean together ที่เป็นแพลตฟอร์ม “Thaistopcovid ” โดยจะนำมาตรการของกระทรวงมหาดไทย ให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนและตรวจสอบสถานบริการของตนเอง และเมื่อลงทะเบียนเสร็จก็จะมีป้ายรับรองว่า ร้านได้ทำตามมาตรการของ รัฐบาล และผู้ที่สามารถตรวจสอบได้ก็คือประชาชน เมื่อเข้าไปที่ร้านแล้วสามารถสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อตรวจสอบว่าร้านนั้นได้ปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาลอย่างไรบ้าง จึงขอย้ำว่า ผู้ประกอบการ คือ แม่ทัพคุมด่านต้านโควิด และลูกทัพ คือ ประชาชนทุกคน หากประชาชนไม่ปฏิบัติตามมาตรการของร้านก็จะเป็นการแพร่เชื้อได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง