คนไข้ฟันผุไม่รักษา สุดท้ายเชื้อโรคเข้าสู่กระแเสเลือด ลามไปถึงหัวใจ

เพจ Tensia ให้ความรู้ด้านสุขภาพ โดยยกเคสคนไข้รายหนึ่งมีอาการจุดแดงบนฝ่ามือ มีไข้ อาการคล้านซิฟิลิส แต่พอไปตรวจดูกลับพบว่า ติดเชื้อจากฟันผุที่ไม่ได้รักษา โดยเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดลามไปถึงหัวใจเรียบร้อยแล้ว
ชาย 52 ไข้เป็นๆ หายๆ มีรอยแดงขึ้นที่ฝ่ามือคล้ายซิฟิลิส สุดท้ายไปตรวจพบ เชื้อตั้งโคโคโลนีในหัวใจแล้ว ซึ่งลามมาจากฟันผุที่ไม่ได้รักษา
หลายคนคิดว่า “ฟันผุ” เป็นเรื่องเล็ก เป็นแค่ปวดฟัน เหม็นปาก หรือเหงือกอักเสบ
แต่ความจริงคือ ช่องปากเป็นหนึ่งในบริเวณที่มีเชื้อแบคทีเรียอาศัยอยู่จำนวนมาก และหากมีฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือการติดเชื้อเรื้อรัง เชื้อบางส่วนสามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้เป็นครั้งคราว
ในบางสถานการณ์ ปัญหาที่เริ่มจากในปากจึงไม่ได้จบอยู่แค่ในปากค่ะ
ชายวัย 52 ปี มีปัญหาเรื่องฟันมาหลายปี ฟันแตกและผุหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะด้านหลัง เคยมีเหงือกบวมและปวดตุบๆ อยู่หลายครั้ง
ช่วงไหนปวดมากก็ซื้อยาแก้ปวดมากิน พออาการดีขึ้นก็ใช้ชีวิตต่อ เขาไม่ได้ไปตรวจฟันมาหลายปีแล้ว เพราะรู้สึกว่าถ้ายังพอเคี้ยวอาหารได้ก็ยังไม่จำเป็นต้องรีบทำ จนช่วงหลังมีฟันซี่หนึ่งปวดมากขึ้น เหงือกบริเวณนั้นบวม มีกลิ่นปากชัดขึ้น แต่ไม่กี่วันอาการปวดก็ค่อยๆ ลดลง เขาจึงคิดว่ามันคงหายแล้ว
หลังจากนั้นไม่นาน เริ่มมีไข้ต่ำๆ ช่วงเย็น ตื่นมาก็รู้สึกไม่สดชื่น เพลียกว่าปกติ เดินขึ้นบันไดแล้วเหนื่อยง่ายขึ้นผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ อาการก็ยังไม่ดีขึ้น บางวันไม่มีไข้เลย บางวันกลับมีไข้ขึ้นมาใหม ช่วงแรกคิดว่าเป็นไวรัสหรือพักผ่อนน้อย จึงซื้อยาลดไข้กินเองและยังไปทำงานตามปกติ
จนเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 เขาสังเกตเห็นรอยแดงเล็กๆ หลายจุดบริเวณฝ่ามือ
เห็นผื่นขึ้นตรงฝ่ามือแบบนี้ก็ตกใจ เพราะเคยอ่านมาว่าซิฟิลิสก็มีผื่นขึ้นฝ่ามือได้ ทั้งที่ตัวเองคิดว่าไม่มีประวัติเสี่ยงอะไรเลย ประกอบกับช่วงนั้นเริ่มเหนื่อยมากกว่าเดิม ภรรยาจึงพาไปโรงพยาบาล
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล แพทย์เริ่มซักประวัติละเอียด
- มีไข้เรื้อรังมาหลายสัปดาห์
- เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงเล็กน้อย
- มีประวัติฟันผุและเหงือกอักเสบเรื้อรัง
- ไม่ได้ตรวจสุขภาพช่องปากมาหลายปี
- เริ่มมีรอยแดงผิดปกติบริเวณมือ
ตรวจร่างกาย
- พบจุดแดงบางตำแหน่งบริเวณฝ่ามือ
- บริเวณปลายนิ้วบางนิ้วมีตุ่มแดงขนาดเล็กและกดเจ็บ
- ในช่องปากพบฟันผุหลายตำแหน่งและมีลักษณะของการอักเสบบริเวณเหงือก
และอีกสิ่งหนึ่งที่แพทย์ตรวจพบคือ ฟังหัวใจแล้วได้ยินเสียงฟู่ผิดปกติ (Murmur) ซึ่งเกิดจาการไหลเวียนผิดปกติผ่านลิ้นหัวใจ เมื่อเอาไข้เรื้อรัง + รอยโรคที่มือ + ปัญหาในช่องปาก + murmur มาวางรวมกัน จึงเริ่มนึกถึงโรคที่ไม่ได้อยู่แค่ในช่องปากแล้วค่ะ มีอะไรบางอย่างที่หัวใจแน่ๆ
แพทย์จึงส่งตรวจเลือด เก็บเลือดเพาะเชื้อ และตรวจหัวใจเพิ่มเติม
- Echocardiography พบก้อนผิดปกติ
- เกาะอยู่บริเวณลิ้นหัวใจ
- ลักษณะเข้าได้กับ Vegetation
- ซึ่งเป็นคล้ายๆ ก้อนโคโลนีของเชื้อโรค
- แถมยังพบว่าลิ้นหัวใจปิดไม่สนิท
- และมีเลือดไหลย้อนผ่านลิ้น ตรงนี้แหละ เลยทำให้เกิดเสียงฟู่
- แถมเลือดออกมาพบว่ามีน้ำตาล 300 กว่า ซึ่งเขาไม่เคยตรวจมาก่อน
ดังนั้น นี่ไม่ใช่โรคผิวหนัง และไม่ใช่ซิฟิลิส แต่เป็น Infective endocarditis (IE) หรือการติดเชื้อที่เยื่อบุหัวใจและลิ้นหัวใจ
แล้วฟันมาเกี่ยวอะไรด้วย?
ช่องปากของเรามีแบคทีเรียอยู่ตามปกติค่ะ ในคนที่มีโรคในช่องปาก โดยเฉพาะเหงือกอักเสบหรือมีแหล่งติดเชื้อ เชื้อแบคทีเรียสามารถเข้าสู่กระแสเลือดเป็นช่วงๆ ได้
ส่วนใหญ่ร่างกายจัดการได้ แต่หากเชื้อไปเจอสภาพบนเยื่อบุหัวใจหรือลิ้นหัวใจที่เอื้อต่อการเกาะ เชื้อสามารถตั้งหลัก เพิ่มจำนวน และค่อยๆ สร้าง vegetation ขึ้นมาได้ ก้อนนี้ไม่ได้ประกอบด้วยเชื้ออย่างเดียว แต่มีทั้งเชื้อ เกล็ดเลือด และ fibrin รวมตัวกันอยู่ และปัญหาไม่ได้จบแค่ก้อนบนลิ้นหัวใจค่ะ
เพราะบางส่วนของ vegetation สามารถแตกหลุดออกไปพร้อมกระแสเลือด กลายเป็น septic emboli ไปอุดตามหลอดเลือดส่วนต่างๆ ได้
ขณะเดียวกัน IE ยังทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางภูมิคุ้มกันได้อีกด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมโรคที่เกิดอยู่ใน “หัวใจ” ถึงสามารถทิ้งร่องรอยให้เราเห็นที่ “มือและปลายนิ้ว” ได้
โดยคนนี้ไม่รู้น้ำตาลสูงเรื้อรังมานานแล้วหรือยัง ซึ่งน้ำตาลสูงแบบนี้นานๆ ภูมิคุ้มกันก็อาจแย่ลง อาจจะช่วยส่งเสริมให้เชื้อลุกลามได้ง่ายก็เป็นได้
แพทย์จึงเริ่มการรักษาทันที
- ให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดตามเชื้อและความไวต่อยา
- ประเมินความรุนแรงของลิ้นหัวใจรั่ว
- เฝ้าระวังภาวะหัวใจล้มเหลว
- ประเมินภาวะแทรกซ้อนจาก embolization
- และวางแผนจัดการแหล่งติดเชื้อในช่องปากร่วมด้วย
เพราะเมื่อเชื้อขึ้นไปตั้งบ้านอยู่บนลิ้นหัวใจแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ “กินยาแก้ปวดแล้วรอให้ฟันหายปวด” อีกต่อไปค่ะ
ดังนั้น ดูแลสุขภาพช่องปากเสมอนะคะ
- แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง
- ใช้ไหมขัดฟัน เอาเศษอาหารและคราบบริเวณซอกฟันออก
- ตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ
- ฟันผุ ปวดฟัน เหงือกบวม หรือมีหนอง อย่าปล่อยเรื้อรัง
อย่ารอจน “หายปวด” แล้วคิดว่าโรคหาย เพราะบางครั้งอาการสงบลงไม่ได้แปลว่าต้นเหตุหายไปแล้ว
ฟันหนึ่งซี่อาจดูเป็นเรื่องเล็กค่ะ
แต่ถ้ามีการติดเชื้ออยู่ตรงนั้นเรื้อรัง สิ่งที่เราต้องป้องกันไม่ใช่แค่การเสียฟัน แต่คือการไม่ปล่อยให้แหล่งติดเชื้อนั้นมีโอกาสสร้างปัญหาไปไกลกว่าช่องปาก
ขอขอขคุณข้อมูลจาก เพจ Tensia
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
