รีเซต

อย่าหาทำ! ปล่อย "ฟันผุ" ทิ้งไว้ ระวังจบที่โรคหัวใจ... อุดฟันช่วยได้จริงไหม?

อย่าหาทำ! ปล่อย "ฟันผุ" ทิ้งไว้ ระวังจบที่โรคหัวใจ... อุดฟันช่วยได้จริงไหม?
TNN ช่อง16
5 มิถุนายน 2569 ( 12:20 )
17

อุดฟันรักษาโรคหัวใจไม่ได้ แต่ทำไมแพทย์ถึงแนะนำให้รีบรักษาฟันผุ

หลายคนอาจเคยได้ยินคำเตือนว่า “ฟันผุอาจส่งผลต่อหัวใจ” จนเกิดความเข้าใจว่า การอุดฟันหรือรักษาฟันผุสามารถรักษาโรคหัวใจได้ แต่ในความเป็นจริง ข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่า การอุดฟันไม่สามารถรักษาโรคหัวใจที่เกิดขึ้นแล้วได้ อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพช่องปากและการรักษาฟันผุตั้งแต่ระยะแรก สามารถช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในช่องปากได้อย่างมีนัยสำคัญ

หน่วยงานด้านสาธารณสุขและสถาบันโรคหัวใจหลายแห่งระบุว่า ฟันผุ เหงือกอักเสบ และรากฟันอักเสบ เป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรียที่สามารถเข้าสู่กระแสเลือด โดยเฉพาะในช่วงที่มีเลือดออกในช่องปาก เช่น ขณะแปรงฟัน ถอนฟัน หรือขูดหินปูน

ฟันผุกับโรคหัวใจเกี่ยวข้องกันอย่างไร

นักวิชาการด้านทันตกรรมและโรคหัวใจอธิบายว่า แบคทีเรียกลุ่มสเตรปโตคอคคัส (Streptococcus) ซึ่งพบได้บ่อยในฟันผุและคราบพลัค สามารถหลุดเข้าสู่กระแสเลือดได้เมื่อมีการอักเสบในช่องปาก

เมื่อเชื้อเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต อาจเดินทางไปเกาะบริเวณเยื่อบุหัวใจหรือลิ้นหัวใจ โดยเฉพาะในผู้ที่มีความผิดปกติของหัวใจอยู่ก่อน เช่น ลิ้นหัวใจรั่ว ลิ้นหัวใจตีบ หรือผู้ที่เคยผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ส่งผลให้เกิดภาวะเยื่อบุหัวใจอักเสบจากการติดเชื้อ (Infective Endocarditis) ซึ่งเป็นโรคที่มีความรุนแรงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

แพทย์จึงมองว่าปัญหาฟันผุไม่ใช่เพียงเรื่องสุขภาพช่องปากหรือความสวยงาม แต่เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดด้วย

ทำไมการอุดฟันจึงช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

การอุดฟันมีเป้าหมายหลักเพื่อกำจัดและปิดกั้นบริเวณที่เชื้อแบคทีเรียสะสมอยู่ ลดการลุกลามของฟันผุ และป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงในอนาคต

แม้การอุดฟันจะไม่สามารถซ่อมแซมหัวใจที่เสียหายไปแล้ว แต่ช่วยลดโอกาสที่เชื้อโรคจากช่องปากจะเข้าสู่กระแสเลือดและเดินทางไปยังหัวใจได้

กล่าวง่าย ๆ คือ การอุดฟันเป็นการ “ปิดประตูทางเข้า” ของเชื้อโรค ไม่ใช่การ “รักษาหัวใจ” ที่เกิดความเสียหายไปแล้ว

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องใส่ใจสุขภาพช่องปากเป็นพิเศษ

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่ากลุ่มต่อไปนี้ควรดูแลสุขภาพช่องปากอย่างใกล้ชิด

  • ผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจ
  • ผู้ที่มีลิ้นหัวใจเทียม
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดบางประเภท
  • ผู้ที่เคยเป็นเยื่อบุหัวใจอักเสบจากการติดเชื้อมาก่อน
  • ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหลายโรคร่วมกัน

ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะก่อนการทำฟัน เพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือด โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และลักษณะโรคของผู้ป่วยแต่ละราย

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรปล่อยไว้

อาการในช่องปากที่ควรรีบพบทันตแพทย์ ได้แก่

  • ฟันผุเป็นรู
  • ปวดฟันเรื้อรัง
  • เหงือกบวมแดง
  • มีเลือดออกขณะแปรงฟัน
  • มีกลิ่นปากผิดปกติ
  • มีหนองบริเวณรากฟัน

การปล่อยให้เกิดการอักเสบเรื้อรังเป็นเวลานาน อาจเพิ่มโอกาสที่เชื้อแบคทีเรียจะเข้าสู่กระแสเลือดและส่งผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญของร่างกาย รวมถึงหัวใจ

ดูแลช่องปากอย่างไรให้หัวใจปลอดภัยขึ้น

แนวทางดูแลสุขภาพช่องปากที่แนะนำ ได้แก่

  • แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
  • ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ
  • ลดอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
  • ตรวจสุขภาพฟันทุก 6-12 เดือน
  • รักษาฟันผุและโรคเหงือกตั้งแต่ระยะแรก
  • แจ้งทันตแพทย์ทุกครั้งหากมีโรคหัวใจหรือใช้ยาประจำ

อุดฟันไม่สามารถรักษาโรคหัวใจได้ แต่เป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อจากช่องปากซึ่งอาจลุกลามไปสู่เยื่อบุหัวใจและลิ้นหัวใจ โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคหัวใจอยู่เดิม การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอจึงไม่ใช่แค่เรื่องของฟันและเหงือก แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพหัวใจในระยะยาวด้วย

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง