รีเซต

CHOW รีแบรนด์แรง ปักธงโฮลดิ้งเต็มสูบ

CHOW รีแบรนด์แรง ปักธงโฮลดิ้งเต็มสูบ
ทันหุ้น
6 พฤษภาคม 2569 ( 01:45 )

นายอนาวิล  จิรธรรมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เชาว์ ไบรท์ เวนเจอร์ส โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHOW Group เปิดเผยว่า บริษัทจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติทุกวาระตามที่คณะกรรมการบริษัทเสนอ สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นต่อทิศทางการดำเนินธุรกิจและยุทธศาสตร์การเติบโตของกลุ่มบริษัท

ยกระดับ

ภายหลังการปรับชื่อและโครงสร้างองค์กรจากบริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) สู่บริษัท เชาว์ ไบรท์ เวนเจอร์ส โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) บริษัทได้เดินหน้ายกระดับบทบาทสู่การเป็น Holding Company อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินลงทุน เสริมความคล่องตัวในการขยายธุรกิจ และรองรับโอกาสการเติบโตใหม่ในอนาคต

CHOW Group ปัจจุบันดำเนินธุรกิจผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจเหล็ก และธุรกิจบริการทางการเงิน ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญในการสร้างความสมดุลของรายได้ กระจายความเสี่ยง และต่อยอดศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

ในกลุ่มธุรกิจพลังงาน บริษัท เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ยังคงเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการลงทุนและพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดของกลุ่ม ครอบคลุมทั้งโครงการ Solar Farm ขนาดใหญ่, Solar Rooftop, Solar Floating และ Solar Carport โดยมีประสบการณ์ในการพัฒนาและบริหารโครงการรวมมากกว่า 10,000 โครงการ ในประเทศไทย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย สะท้อนบทบาทของธุรกิจพลังงานในฐานะหนึ่งในกลไกสำคัญของการเติบโตในอนาคต

ขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจเหล็กยังคงเป็นรากฐานสำคัญของ CHOW Group โดยบริษัท เชาว์ สตีล แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด มีความเชี่ยวชาญในการผลิตและจำหน่ายเหล็กแท่งยาว เหล็กเส้นกลม และเหล็กข้ออ้อย สำหรับตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมจุดแข็งด้านมาตรฐานสินค้า ความสามารถในการแข่งขัน ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และความน่าเชื่อถือที่สั่งสมมายาวนานกว่า 20 ปี

สำหรับธุรกิจบริการทางการเงิน บริษัทวางบทบาทให้เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเสริมกระแสเงินสด กระจายแหล่งรายได้ และบริหารความเสี่ยงในระยะยาว ภายใต้แนวทางการให้บริการทางการเงินอย่างรับผิดชอบ และมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน

“ทิศทางของ CHOW Group คือการวางโครงสร้างธุรกิจให้แข็งแรง สมดุล และพร้อมรองรับการเติบโตในระยะยาว เราให้ความสำคัญกับการบริหารเงินลงทุนอย่างมีวินัย ควบคู่กับการต่อยอดศักยภาพของแต่ละธุรกิจหลัก ทั้งพลังงาน เหล็ก และบริการทางการเงิน เพื่อให้แต่ละธุรกิจสามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันได้อย่างเป็นระบบ และสร้างความมั่นคงให้กับองค์กรในระยะยาว” นายอนาวิล กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง