จับ 2 สาวใหญ่ ตุ๋นลงทุนลอตเตอรี่ เหยื่อสูญเงินกว่า 5 ล้าน ต้องขายรถทิ้ง แถมเป็นหนี้

จับ 2 สาวใหญ่ ตุ๋นลงทุนลอตเตอรี่ เหยื่อสูญเงินกว่า 5 ล้าน ต้องขายรถทิ้ง แถมเป็นหนี้
ข่าวสด
8 มิถุนายน 2564 ( 23:46 )
30
จับ 2 สาวใหญ่ ตุ๋นลงทุนลอตเตอรี่ เหยื่อสูญเงินกว่า 5 ล้าน ต้องขายรถทิ้ง แถมเป็นหนี้

 

จับ 2 สาวใหญ่ ตุ๋นลงทุนลอตเตอรี่ อ้างได้กำไรทุกงวดหลังผลสลากออก เหยื่อสูญเงินกว่า 5 ล้าน ต้องขายรถทิ้ง แถมกู้เงินไปลงทุนจนเป็นหนี้

 

 

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 8 มิ.ย. 2564 พ.ต.อ.เมษานนท์ นาขวัญ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี ร่วมกันจับกุม น.ส.เบญญาภา ว่องไว อายุ 49 ปี ชาว ต.คลองกระแชง อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงนนทบุรี ที่ 209/64 นางชนิดา ตาวงษ์ อายุ 48 ปี ชาว ต.ท่าพระ อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงจังหวัดนนทบุรีที่ 210/64 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ โดยจับกุมตัวได้ที่ปากทางเข้าวัดนาค ถนนโพธิ์การ้อง ต.ท่าราบ อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ก่อนควบคุมตัวมาสอบปากคำที่ สภ.รัตนาธิเบศร์

 

 

พ.ต.อ.เมษานนท์ กล่าวว่า การจับกุมสืบเนื่องจาก สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี รับแจ้งความจากนางเฉลียว นกพา อายุ 57 ปี และน.ส.ณภัสสร นกพา อายุ 31 ปี สองแม่ลูก ว่า ถูกผู้ต้องหาทั้ง 2 คน หลอกให้ร่วมลงทุนซื้อขายลอตเตอรี่ โดยอ้างว่ามีโควต้าลอตเตอรี่จำนวน 1,000 เล่ม จากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และมีลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้านสั่งจองจำนวนมาก แต่ต้องหาเงินทุนมาซื้อลอตเตอรี่ จะได้ส่วนแบ่งกำไรจากการขายทุกงวดหลังการออกรางวัล ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อร่วมลงทุนไปกว่า 5 ล้านบาท

 

 

ด้านนางเฉลียว ผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อประมาณเดือน ก.ค.ปี 2562 น้องสาวมาชักชวนให้ร่วมลงทุนซื้อลอตเตอรี่กับผู้ต้องหา โดยน้องสาวได้นำเงินจำนวน 1,700,000 บาทไปลงทุนกับผู้ต้องหาและได้เงินแบ่งกำไร 1 แสนบาท น้องสาวเห็นว่าได้เงินจริงจึงมาชักชวนให้ตนนำเงินมาร่วมลงทุนด้วย ตอนแรกไม่เชื่อ แต่พอเห็นผู้ต้องหานำเงินส่วนแบ่งมาให้น้องสาว จึงตัดสินใจนำเงินเก็บที่ไว้มาร่วมลงทุนครั้งแรก 750,000 บาท พอถึงกำหนดผู้ต้องหาทั้งสองคนได้นำส่วนแบ่งมาให้ 85,000 บาท

 

 

 

นางเฉลียว กล่าวอีกว่า ต่อมาผู้ต้องหาได้บอกว่ามีโควต้าอีก ตนกับลูกสาวจึงไปกู้เงินและนำรถยนต์ไปขายรวบรวมได้ 1,250,000 บาท รวมเป็น 2,000,000 บาท ส่วนลูกสาวเอารถและทรัพย์สินไปขายนำเงินมาลงทุนอีก 1,800,000 บาท แต่หลังจากผ่านไป 3 เดือนผู้ต้องหาเริ่มจ่ายผลกำไรไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อสอบถามก็อ้างว่ามีปัญหาภายในสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลให้รอ ก่อนที่ผู้ต้องหาจะเขียนเช็กสั่งจ่ายเป็นเงินที่พวกตนลงทุนไปพร้อมดอกเบี้ยคืนให้ แต่พอนำเช็กไปขึ้นเงินทางธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน เนื่องจากไม่มีเงินในบัญชี จึงรู้ว่าถูกหลอก และแจ้งความดำเนินคดี

 

 

ด้าน น.ส.ณภัสสร กล่าวว่า เงินที่ผู้ต้องหาหลอกเอาไปนั้นเป็นเงินที่แม่เก็บไว้ใช้ตอนแก่ ส่วนตนก็นำเงินที่เก็บจากการทำงานและนำรถยนต์ไปขาย และยังไปกู้เงินมาลงทุนอีกด้วย ทุกวันนี้ต้องทำงานหาเงินมาใช้หนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง