รีเซต

เด็กประถม 93% ทั่วโลก เสี่ยงตกเป็นเหยื่ออนาจารทางเพศ เหตุมิจฉาชีพใช้ AI สร้างเนื้อหาปลอม ส่วนไทยพบหลอกขายบุหรี่ไฟฟ้า ข่มขู่ทางเพศ

เด็กประถม 93% ทั่วโลก เสี่ยงตกเป็นเหยื่ออนาจารทางเพศ เหตุมิจฉาชีพใช้ AI สร้างเนื้อหาปลอม ส่วนไทยพบหลอกขายบุหรี่ไฟฟ้า ข่มขู่ทางเพศ
TNN ช่อง16
10 กุมภาพันธ์ 2569 ( 00:54 )
5

เด็กประถม 93% ทั่วโลก เสี่ยงตกเป็นเหยื่ออนาจารทางเพศ มิจฉาชีพใช้ AI สร้างเนื้อหาปลอม ขณะที่ในไทย พบเด็กถูกมิจฉาชีพ “สร้างภาพ-เสียง-คลิปปลอม” หลอกขายบุหรี่ไฟฟ้า-ชวนลงทุน-ข่มขู่ทางเพศ-ข่าวลวง 


เนื่องในวันอินเทอร์เน็ตปลอดภัยแห่งชาติ ปี 69 สสส.-มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย-ยูนิเซฟ-สพธอ. และภาคีเครือข่าย ผนึกกำลังจัดงาน “SIDTH 2026” เดินหน้าชวนทุกภาคส่วน ร่วมสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนอย่างยั่งยืน


สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) และภาคีเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทย จัดงาน Safer Internet Day Thailand 2026 (SIDTH 2026) ภายใต้แนวคิด “Too Good to e True : ไม่ใช่ทุกสิ่งที่เห็นบนโลกออนไลน์จะเป็นเรื่องจริง” ชวนทุกภาคส่วนร่วมสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน เนื่องในวันอินเทอร์เน็ตปลอดภัยแห่งชาติ ปี 2569

ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประธานเปิดงาน Safer Internet Day Thailand 2026 แถลงจุดยืนในการยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็น “วาระแห่งชาติ” เพื่อตอบโต้สถานการณ์ภัยคุกคามออนไลน์ที่ซับซ้อนขึ้นจากการใช้ AI เป็นเครื่องมือหลอกลวงประชาชน โดยมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกผ่านยุทธศาสตร์สำคัญ 5 ด้าน 

1.ตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์ มุ่งเน้นการทำงานผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อจัดการ "บัญชีม้า" และ "ซิมม้า" อย่างเด็ดขาด พร้อมระงับธุรกรรมต้องสงสัยได้ทันที 

2. รับมือภัยจาก AI และ Deepfake เร่งวางรากฐานทางกฎหมายและมาตรฐาน AI Governance เพื่อกำกับดูแลและป้องกันการใช้ Deepfake ในการหลอกลวง 

3.ส่งเสริมระบบคลาวด์ที่มีความปลอดภัยสูงสำหรับภาครัฐ และกำกับดูแลการใช้ข้อมูลตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด 

4.กำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล บังคับใช้กฎหมายกับผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียข้ามชาติให้เพิ่มมาตรการคัดกรองโฆษณาหลอกลวงและการพนันออนไลน์ 

5.สร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล ทักษะความฉลาดทางดิจิทัล (DQ) และหลักการ “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” ให้กับกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ 


นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ปัจจุบันเด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์เพิ่มขึ้น จากรายงานสถานการณ์การละเมิดทางเพศ ปี 2567 โดยอินโฮป (INHOPE) เครือข่ายสายด่วน (Hotlines) ที่ทำงานเพื่อต่อต้านปัญหาการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กและการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กออนไลน์ใน 57 ประเทศทั่วโลก ระบุว่า 


มีประชาชนแจ้งตรวจสอบสื่อต้องสงสัยสูงถึง 2.5 ล้านรายการ สิ่งที่น่ากังวลคือ สื่อต้องสงสัยเหล่านี้มีเด็กอายุ 3-13 ปี ตกเป็นเหยื่อสูงถึง 93% และ AI ได้ถูกนำมาใช้สร้างเนื้อหาละเมิดทางเพศที่ซับซ้อนและรุนแรง นอกจากนี้รายงานความเสี่ยงโลก 2024 (Global Risk Report 2024) ระบุว่าการแพร่กระจายของข้อมูลเท็จและข่าวลวงจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นความเสี่ยงสำคัญอันดับหนึ่งและต่อเนื่องไปอีก 10 ปี 


สอดคล้องสถานการณ์ความรุนแรงบนโลกออนไลน์ในไทย ซึ่งมิจฉาชีพใช้ AI สร้างภาพ เสียง และวิดีโอที่เหมือนจริงจนแยกไม่ออกมาหลอกลวงเพิ่มขึ้น เช่น AI ปลอมใบหน้าและเสียงของหมอ เพื่อบิดเบือนว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดา ปลอมใบหน้าเป็นนักธุรกิจชวนลงทุน และใช้ AI ลบเสื้อผ้าบุคคลจริงเพื่อสร้างสื่อลามกอนาจาร นำไปสู่การข่มขู่กรรโชกทรัพย์ และทำลายอนาคตของเด็กและเยาวชน 



นพ.พงศ์เทพ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา สสส. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนใช้สื่อออนไลน์อย่างปลอดภัย มีสติ และมีความรับผิดชอบ ด้วยการพัฒนาพลเมืองที่รู้เท่าทันสื่อ ควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศสื่อที่ปลอดภัยและเอื้อต่อสุขภาวะที่ดี มีแนวทางดำเนินงาน 3 ด้าน 

1.ผลักดันการปรับปรุงกฎหมาย ร่วมกับเครือข่ายนักวิชาการและนักกฎหมายให้เท่าทันความเสี่ยงในยุคดิจิทัล 

2.เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและสุขภาวะดิจิทัล (Digital Wellbeing) ผ่านการพัฒนาแกนนำเยาวชนด้านการรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยีดิจิทัล ให้เป็นนักสื่อสารสุขภาวะที่เป็นพลังสำคัญในการเฝ้าระวังภัยออนไลน์ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม 

3.สื่อสารสร้างแนวปฏิบัติและค่านิยมในการใช้สื่ออย่างปลอดภัย ร่วมกับเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทย ในการเฝ้าระวัง สร้างภูมิคุ้มกัน พัฒนาศักยภาพ และขับเคลื่อนนโยบายอินเทอร์เน็ตปลอดภัยระดับประเทศ สำหรับการจัดงาน SIDTH 2026 ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ทุกภาคส่วนจะได้มาร่วมกันเสริมสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน 

“ก้าวต่อไป สสส. พร้อมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความปลอดภัยด้านดิจิทัลผ่านแนวทางการทำงาน 3 มิติ 1.ผนึกกำลังเฝ้าระวังภัยออนไลน์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรฐานแพลตฟอร์มดิจิทัลให้มีระบบเฝ้าระวัง ตรวจสอบเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย 2.สนับสนุนนวัตกรรมเพื่อกลุ่มเปราะบาง เช่น ซิมมือถือสำหรับเด็ก ที่มีระบบกรองเนื้อหาผิดกฎหมายและจำกัดการเข้าถึงสื่ออันตรายตามช่วงวัย และยกระดับหลักสูตรการรู้เท่าทันสื่อ ไปสู่การรู้เท่าทันเทคโนโลยี AI 3. สนับสนุนการกำกับดูแลเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ โดยเฉพาะ AI ที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ซึ่งต้องมีการประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะเทคโนโลยีขั้นสูงให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายและสหวิชาชีพ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในยุคอาชญากรรม AI” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง